รีวิว (Review) : โตโยต้า วีออส (Toyota Vios) โฉมปี 2002-2007

Home / Cars / รีวิว (Review) : โตโยต้า วีออส (Toyota Vios) โฉมปี 2002-2007
รีวิว (Review) :โตโยต้า วีออส (Toyota Vios) โฉมปี 2002-2007 เนื่องจากนี้จะเป็นรีวิวรถมือสองบทความแรกของ นักรักมือสอง…

รีวิว (Review) :โตโยต้า วีออส (Toyota Vios) โฉมปี 2002-2007

เนื่องจากนี้จะเป็นรีวิวรถมือสองบทความแรกของ นักรักมือสอง ผมเลยอยากจะบอกว่า วัตถุประสงค์ของรีวิวผม ต้องการจะรีวิวให้คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจ ไม่ได้ใช้ศัพท์เทคนิคอะไรมากมาย เพราะผมอยากให้ มันเป็นรีวิวแบบการใช้งานจริง เพื่อการใช้งานจริง แบบที่คนทั่วไปเขาใช้กัน ดังนั้นไม่ต้องมีความรู้เรื่องรถมากมายก็อ่านเข้าใจ เพราะสำหรับพวก Car Guys ที่มีความรู้เกี่ยวกับรถมากๆ ก็อาจจะมีมุมมองของข้อมูลที่อยากทราบแตกต่างกันออกไปครับ ซึ่งเป็นข้อมูลทางเทคนิค และสเปคของรถรุ่นต่างๆ ก็สามารถหาอ่านได้ตามอินเตอร์เน็ต มากมายอยู่แล้ว ผมอยากจะเสนอความคิดเห็นในมุมมองของผู้ใช้รถโดยทั่วไป ที่ไม่ต้องใช้มุมมองของกูรู

ถ้าจะพูดถึงรถมือสองที่อาจจะเป็นรถคันแรก ของคนที่ตั้ง budget ไว้ประมาณ บวกลบ 100,000 บาท จะเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราจะไม่พูดถึงตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดรุ่นนึง รุ่นนี้นี่คือรถที่ได้รับความนิยมอย่างสูงสุดรุ่นนึงในกลุ่ม B-Segment เมื่อสมัยที่มันเป็นรถใหม่ป้ายแดง (หลายคนอาจจะสงสัยว่าไอ้ B-Segment เนี่ย มันคืออะไร แบ่งยังไง คนในวงการรถจะแบ่งการเรียกรถแต่ละขนาด เป็น segment เพื่อให้เข้าใจกันเองได้ง่าย แต่สำหรับคนทั่วไป ที่จริงมันก็มีคำง่ายๆเรียกอยู่แล้ว อย่างเช่น “รถเก๋งขนาดเล็ก!!” สำหรับผม ผมว่ามันเข้าใจง่ายกว่าตั้งเยอะ)

เอาล่ะ กลับเข้ามาที่เจ้าโตโยต้า วีออส (Toyota Vios) โฉมนี้ดูจะเป็นโฉมแรก ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเจ้า Soluna ตัวเก่า และก็เหลือชื่อเรียกแค่วีออส (Vios) เป็นหลัก จนมาถึงปัจจุบัน

วีออสโฉมนี้ ถือว่าเป็นเก๋งขนาดเล็ก 4 ประตู เครื่องยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า รูปแบบค่อนข้างอนุรักษ์นิยม ฟังก์ชั่นการใช้งานรถลักษณะนี้ก็ถือว่าเป็นแบบทั่วไปไม่มีอะไรพิเศษ

รูปร่างภายนอก: สำหรับโตโยต้า (Toyota) ผมถือว่าเป็นรุ่นที่ทำได้ดีเพราะผมว่าที่ผ่านมาโตโยต้าแทบไม่มีรถรุ่นไหนออกแบบได้โดดเด่น สวยงามเป็นเอกลักษณ์เลย เหมือนจะเน้นแค่ว่า เอาเหอะ ขอให้มันขับได้จาก A ไป B ทนทาน ไว้ใจได้ ซ่อมง่าย มีอะไหล่ แค่นั้นก็พอแล้ว ซึ่งเจ้าวีออส นี่ ก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่ก็ยังมีข้อดีที่อย่างน้อยผ่านมาเกือบ 20 ปี หน้าตาเจ้านี่ยังไม่ถึงกับเชย วีออสโฉมนี้ก็ยังดูดีเมื่อเทียบกับอายุของมัน…(8/10)

รูปลักษณ์ภายใน: ก็เป็นไปตามพิมพ์นิยมมาตรฐานโตโยต้าคุณภาพวัสดุ การประกอบถือว่าดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากอายุอานาม ที่ผ่านมาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 12 ปีแล้วทุกคัน ภายในยังสภาพดีกันอยู่ค่อนข้างมาก จะขัดใจที่สุด ก็ตรงมาตรวัดต่างๆ แทนที่จะอยู่ด้านหน้าพวงมาลัย ให้ผู้ขับขี่ได้สังเกตได้อย่างง่ายดาย เหมือนรถอื่นๆที่เราคุ้นเคยกัน แต่เจ้าวีออสกลับเอามันไว้ตรงกลางแดชบอร์ด ถึงแม้จะเอียงมาทางคนขับ แต่มันก็จะขัดหูขัดตาและมองไม่สะดวกอยู่พอสมควรสำหรับคนที่ไม่คุ้น ยังไม่มีช่องเสียบ USB ก็ต้องใช้ไฟจากช่องลักษณะเดียวกับที่จุดบุหรี่ไปก่อนครับ…(7/10)

ความสะดวกสบายในการใช้งาน: ช่วงนี้จะมี 3 รุ่นย่อย คือ S, E และ J ซึ่งในที่นี้ ผมจะไม่พูดถึง Option จุกจิก แต่จะพูดถึงภาพรวมนะครับ

เนื่องจากเป็นเก๋งขนาดเล็ก พื้นที่ในห้องโดยสารก็ไม่ได้กว้างขวางสะดวกสบายนัก แต่สำหรับที่นั่งคู่หน้าก็ถือว่าสบายพอสมควร ไม่อึดอัด ด้านหลังก็เรียกว่าพอนั่งได้ แต่ละคนที่มีความสูงขายาวหน่อย นั่งไกลๆ ก็อาจจะอึดอัดบ้าง ที่เก็บสัมภาระในส่วนท้ายรถ ถือว่าใหญ่ทีเดียว เวลาจะเปิดท้ายต้องดึงจากด้านใน หรือใช้กุญแจไขจากด้านนอก ไม่มีมือเปิดปกติจากด้านนอก หรือไม่สามารถเปิดท้ายด้วยรีโมทได้ โดยรวมก็ถือว่า มีทุกอย่างที่จำเป็นละครับ…(8/10)

สมรรถนะในการขับขี่: ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมระบบหัวฉีดแบบ vvti ในรถขับเคลื่อนล้อหน้าอย่างวีออส ถือว่าให้การตอบสนองได้ดี อัตราเร่งดี ไม่อืดอาด ยืนความเร็วในระยะทางไกล ไว้ประมาณ 100-110 กำลังสบายๆ ไม่รู้สึกว่าเครื่องยนต์เหนื่อย ช่วงล่าง นุ่มนวล มั่นคง ให้ความรู้สึกมั่นใจดี พวงมาลัยตอบสนองดี ไม่เบาจนน่ากลัวเวลาใช้ความเร็ว ระบบดิสค์เบรค 4 ล้อ พร้อม ABS สำหรับในรุ่น S และ E สำหรับวีออส โฉมนี้ ผมว่าทำได้ดีทีเดียว เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน…(8/10)

การดูแลรักษา: เหมือนที่ทราบกันโดยทั่วไป สำหรับค่ายนี้ เรื่องอะไหล่เครื่องและช่วงล่าง ไม่ต้องเป็นห่วง การซ่อมแซม จากศูนย์บริการ หรืออู่นอก ก็จัดการได้อย่างไม่ยากเย็น ค่าใช้จ่ายก็ไม่สูง เรียกว่าดูแลง่ายจ่ายไม่แพง อะไหล่อุปกรณ์ถือว่าทนทานดี ทำให้เรื่องอะไหล่ตัวถัง และภายใน ไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องการดูแลรักษามากนัก…(9/10)

อัตราสิ้นเปลือง: สำหรับรถอายุขนาดนี้ ผ่านการใช้งานมาหลักแสนกิโลเมตรแล้วแทบทั้งนั้น และเราว่ากันที่เกียร์ออโต้ ใช้งานในเมือง อยู่ที่ประมาณ 7-8 กิโลเมตรต่อลิตร ใช้งานทางไกล ประมาณ 13-15 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้ประหยัดมาก ถึงจะไม่ได้ประหยัดระดับ Eco Car หรือรถใหม่ๆ แต่ก็ไม่ถึงกับขี้เหร่ครับ…(7/10)

ความคุ้มค่า: ราคาของรถรุ่นนี้ มีตั้งแต่ไม่ถึงแสน ไปจนถึงเกือบ 2 แสน ถือว่าเป็นช่วงราคาที่ค่อนข้างห่าง ดังนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องความต่างของ option ในแต่ละรุ่นย่อยแล้ว (S เป็นรุ่นสูงสุด รองมาคือ E และสุดท้ายคือ J) ให้สังเกตดีๆ เรื่องสภาพรถ เพราะเอาเข้าจริง รถที่มาถึงอายุขนาดนี้แล้ว จะปีใหม่กว่าหรือเก่ากว่าสักเล็กน้อยก็ไม่ได้สำคัญเท่าสภาพในปัจจุบัน เพราะการดูแลรักษาจากเจ้าของเก่าจะส่งผลให้เห็นได้ค่อนข้างชัดว่ามันถูกใช้กันอย่างถนอมหรือสมบุกสมบัน แต่ถ้าว่ากันที่ราคากลางๆ คุณอาจจะหาสภาพดีๆ ในรุ่นท็อปหรือตัวรองท็อปได้ในราคาแสนต้นๆ ซึ่งถือว่าคุ้มค่าน่าใช้ทีเดียว เมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่นๆ ในระดับราคาใกล้เคียงกัน…(9/10)

โดยรวม รถรุ่นนี้ น่าจะเหมาะกับคนที่ เพิ่งมีรถคันแรก ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์มากนัก งบประมาณยังไม่สูง ต้องการรถที่ดูแลไม่ยาก ไม่สลับซับซ้อน ใช้ง่าย ขับง่าย ไปเรื่อยๆ แต่ไปแบบไว้ใจได้ ผมให้คะแนนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8/10 ถือเป็นรถคุ้มค่าน่าใช้ ทั้งสำหรับมือใหม่และมือเก่าครับ ลองพิจารณาดูนะครับ สุดท้ายนี้…ขอให้โชคดีกับรถที่คุณเลือกครับ

…..นักรักมือสอง

ปล. เปรียบรถรุ่นนี้เป็นใคร?? ผมว่ามันมีภาพลักษณ์แบบ หนุ่ม/สาว แอดมิน ครู ข้าราชการ ดูอนุรักษ์นิยมหน่อยๆ ไม่ชอบเสี่ยง ทำอะไรแบบค่อยเป็นค่อยไป วางใจได้


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement

ป้ายกำกับ:

นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ต่างๆเกี่ยวกับรถ หรือคำแนะนำ วิธีดูแลรถยนต์