รีวิว (Review): ฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) โฉมปี 2014-2018

Home / Cars / รีวิว (Review): ฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) โฉมปี 2014-2018
รีวิว (Review): ฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) โฉมปี 2014-2018 รถเก๋งขนาดเล็ก (B-Segment)…

รีวิว (Review): ฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) โฉมปี 2014-2018

รถเก๋งขนาดเล็ก (B-Segment) รุ่นพิมพ์นิยมของทั้งวัยรุ่น หนุ่มสาววัยทำงาน สำหรับ budgetประมาณ 3-5 แสนปลายๆ ยังไงยังไงก็ต้องพิจารณาเจ้านี่ ทำไมน่ะเหรอครับ ก็เพราะฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) รุ่นนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในนางเอกประจำค่ายที่ทำคะแนนนิยมได้เหนือ Toyota ในหลายๆกรณี ถ้าใครมีงบประมาณนี้คิดจะหารถมือสองสภาพดีๆ ขับใช้ในเมืองเป็นประจำ ออกต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราวแล้วไม่ได้ชอบรถที่เล็กจนน่ารักหรือใหญ่จนเกะกะ มาลองพิจารณาฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) กันดูนะครับ

ฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) โฉมนี้เป็นรุ่นที่เพิ่งเปลี่ยนโฉมไป เมื่อเร็วๆ นี้เอง (2019) ดังนั้นก็ถือว่าเป็นรถมือสองที่ยังค่อนข้างใหม่ เพิ่งตกรุ่นไปสดๆร้อนๆ ดังนั้นราคากลางมือสองของรุ่นนี้ก็อาจจะยังสูสีกับรถใหม่ในรุ่นที่เล็กกว่า งั้นเรามาลองพิจารณากันดูครับว่ามันน่าสนใจยังไง

รูปร่างภายนอก: สำหรับ ฮอนด้า ซิตี้รุ่นนี้ แน่นอนว่ามันยังไม่เชย

หลายคนก็ยังถูกใจหน้าตาที่ค่อนข้างสปอร์ตโฉบเฉี่ยว ไม่ว่าจะรุ่นก่อน Minor Change หรือว่าหลังจากที่มีการMinor Change แล้ว และจากการที่รถในยุคปัจจุบัน มีแนวโน้มจะใช้การออกแบบในลักษณะที่เป็น Single Design มากขึ้นเรื่อยๆ ก็มักจะทำให้รถรุ่นเล็กๆของแต่ละค่าย ได้รับอานิสงส์ให้หน้าตาดูดีเหมือนรุ่นพี่ที่เป็นรุ่นที่สูงกว่าใหญ่กว่าตามไปด้วย นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่หลายๆคน มักจะสับสน ระหว่างฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) โฉมนี้ กับฮอนด้า ซิวิค (Honda Civic) ที่มีลักษณะหน้าตาคล้ายกัน ดังนั้นไม่ว่าจะ ด้านหน้า เส้นสายข้างลำตัว น่าจะถูกใจ หลายๆคนอยู่ไม่น้อย แล้วก็ดูดีมีราคา เหมือนจะไม่ด้อยกว่ารุ่นพี่อย่าง Civic แค่ขนาดเล็กลง…(9/10)

รูปลักษณ์ภายใน: ภายในทำออกมาดูทันสมัย

ซึ่งสีสันของแสงไฟหน้าปัทม์ ออกจะหลากหลายไปหน่อย ไม่ค่อยจะเข้ากันสักเท่าไหร่ วัสดุที่ใช้อาจจะดูด้อยไปหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นแผงประตู พลาสติกสีเงินต่างๆ ที่ดูจะถลอกและลอกได้ง่าย (แต่ไม่แย่เท่ารถยุโรปคันละหลายล้าน ที่ปุ่มลอกกันเป็นประจำนะครับ) แดชบอร์ดก็ออกแบบได้กลมกลืนสวยงามดี แม้ออกจะหนาเทอะทะ ตามลักษณะนิยมในรถสมัยใหม่ พื้นด้านหลังแบนราบ เพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารด้านหลังได้ดีทีเดียว โดยรวมก็ดูดี แต่ไม่มีอะไรสวยว้าวให้ตื่นเต้นครับ…(7/10)

ความสะดวกสบายในการใช้งาน: เรื่องนี้ดูจะค่อนข้างเด่นสำหรับ ฮอนด้า ซิตี้โฉมนี้

ด้วยความที่เป็นเก๋งขนาดเล็ก แต่จัดการพื้นที่ภายในห้องโดยสารได้ดี ให้ความรู้สึกกว้างขวาง ทั้งด้านหน้าและที่นั่งด้านหลังโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นั่งด้านหลัง ที่ทำให้รู้สึกว้างขวางกว่า รถในระดับเดียวกันได้อย่างชัดเจน ที่เก็บสัมภาระท้ายรถ ก็กว้างขวาง จุสัมภาระได้มากกว่าที่หลายคนคิดเมื่อมองเห็นจากด้านนอก ระบบกุญแจ immobilizer ก็สะดวกสบาย และฉลาดใช้ได้ดี จะมีเรื่องให้ติ ก็ลักษณะของเบาะหน้าที่ท่านั่งไม่สบายและหัวหมอน ที่ค้ำคอจนจะต้องหมุนกลับด้านกันเลยทีเดียว อีกเรื่องคือตัวปรับระดับความสูงของ สายเข็มขัดด้านหน้า ที่เคยมีอยู่ในโฉมก่อน ก็ไม่มีในโฉมนี้ ทำให้ตำแหน่งอาจจะน่ารำคาญไปนิด…(9/10)

สมรรถนะในการขับขี่: ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมระบบหัวฉีดแบบ VTEC บวกกับเกียร์ CVT

ทำให้หลายคนที่คุ้นเคยกับเกียร์อัตโนมัติแบบเดิมๆ อาจจะรู้สึกไม่คุ้นเคย และต้องขับอย่างระมัดระวัง ทะนุถนอม กว่าแบบเดิมๆไปบ้าง ทำให้การเร่งแบบกระโชกโฮกฮากปัจจุบันทันด่วนบ่อยๆ อาจมีผลเสียต่อเกียร์ได้ แต่ข้อดีก็คือเปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึกถึงจังหวะการเปลี่ยนเกียร์เลย ขาซิ่งเท้าหนักก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีบ้าง แต่ถ้าคุ้นเคยและใช้อย่างถูกวิธี ถือว่าอัตราเร่งและการตอบสนองดีทีเดียว พวงมาลัยค่อนข้างเบาเน้นการขับขี่ใช้งานภายในเมือง ให้ขับง่ายขับสบาย ความเร็วในการเดินทางไกล อยู่ที่ระดับ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เรื่อยๆ ไม่ได้รู้สึกเครื่องยนต์ทำงานหนักหนาอะไร ช่วงล่างออกจะนิ่มนวลไปหน่อยสำหรับความเร็วสูง แต่มันก็ตอบสนองการใช้งานในเมืองเป็นหลักตามชื่อของมัน (อันนี้ว่ากันไม่ได้ คงต้องเลือก) ระบบความปลอดภัยของรุ่นนี้ ก็มีมาอย่างครบครัน ระบบเบรคก็ทำงานได้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับกำลังเครื่องยนต์ โดยรวมถือว่าสมรรถนะดีพอสมควร…(8/10)

การดูแลรักษา: เนื่องจากอายุงานยังไม่มากนัก การดูแลรักษาก็แค่ตามวงรอบของการใช้งานเป็นหลัก

รุ่นนี้จะมีประกัน 3 ปี จากศูนย์บริการและสามารถซื้อต่อได้อีก 2 ปี (ถ้าตัดใจตั้งแต่ช่วงแรก ลองเช็คดูนะครับ ว่าคันที่เราสนใจ ได้ซื้อประกันเพิ่ม 2 ปีไว้ไหม ถ้ารถอายุยังไม่ถึง 5 ปี เราก็จะได้สบายใจไปอีกหน่อย) ดังนั้นเรื่องซ่อมแซมหนักๆ โดยมากจะยังไม่มีให้เห็น แต่โดยทั่วไป รถตลาดขนาดนี้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรน่ากังวลอยู่แล้ว คำแนะนำที่ดีที่สุดก็คือใช้อย่างทะนุถนอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเกียร์ นักซิ่งทั้งหลายอาจจะสามารถทำลายมันได้อย่างรวดเร็วกว่าเวลาอันควร…(8/10)

อัตราสิ้นเปลือง: มาถึงข้อนี้ จากที่เหมือนจะน่ารำคาญ เกียร์ CVT

ก็มาถึงข้อดีอีกข้อนึงของมัน นั่นก็คือ ถึงจะไม่ใช่อีโคคาร์ อัตราบริโภคน้ำมัน ภายในเมืองก็อยู่ที่ระดับเฉลี่ย 12-13 กิโลเมตรต่อลิตร วิ่งทางไกล โดยทั่วไปได้ถึง 16-18 กิโลเมตรต่อลิตร หรือถ้าตั้งใจขับให้ประหยัด ผมขับเองกรุงเทพฯ ถึงหัวหินมีตัวเลขเกิน 20 กิโลเมตรต่อลิตรได้ไม่ยาก เมื่อนึกถึงสมรรถนะ กับอัตราการบริโภคน้ำมัน ถือว่ารุ่นนี้ทำได้ดีมากครับ…(9/10)

ความคุ้มค่า: ราคากลางโดยทั่วไปของฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) โฉมนี้

เราจะเห็นกันได้ตั้งแต่ ประมาณ 3 แสนต้นๆ จนถึง 5 แสนปลายๆ ขึ้นกับรุ่นย่อย ปี และสภาพของรถ จากราคามือสองจะเห็นได้ว่ารุ่นนี้ได้รับความนิยมมาก ทำให้ราคาไม่ได้ตกมากนัก ถึงแม้โดยรวมจะถือเป็นรถที่ค่อนข้างดีถึงดีมากในหลายๆด้าน ดังนั้นมันเลยเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคารถมือสองค่อนข้างแข็งแรง เทียบได้กับรถยนต์ขนาดเล็กกว่าป้ายแดงอีกหลายรุ่น ที่นี้เราต้องเลือกแล้วล่ะครับ แต่ถ้ารักชอบรุ่นนี้ไปแล้วก็คงหนีไม่ออกล่ะครับ แค่ให้ได้รถสภาพดี ดูแลดี ไม่มีอุบัติเหตุหนัก ก็คงแฮปปี้แล้ว…(6/10)

โดยรวมฮอนด้า ซิตี้ (Honda City) โฉมนี้ ถือเป็นรถที่ดีคันหนึ่ง ผมให้คะแนนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8.14/10 คะแนน เหมาะกับทั้งมือใหม่และมือเก่าที่ชอบภาพลักษณ์ ที่ดูทันสมัย วัยรุ่น หนุ่มสาว แต่งตัวดี มีความสนุกสนาน มีความ Social ในแบบที่คนทั่วไปเข้าใจและเข้าถึงได้ ลองพิจารณาดูนะครับ สุดท้ายนี้…ขอให้โชคดีกับรถที่คุณเลือกครับ

…..นักรักมือสอง

ปล. เปรียบรถรุ่นนี้เป็นใคร?? ผมว่ามันมีภาพลักษณ์แบบ วัยรุ่น หนุ่มสาว เน็ตไอดอล AE ฝ่ายการตลาด และอาชีพของคนรุ่นใหม่ทั้งหลายครับ

Advertisement

Advertisement

ป้ายกำกับ:

นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ต่างๆเกี่ยวกับรถ หรือคำแนะนำ วิธีดูแลรถยนต์