AUDI A8 TFSI e VS BMW 745e VS Mercedes-Benz S560e ประกบนวมหมัดต่อหมัด Super Luxury 2021

Home / Cars / AUDI A8 TFSI e VS BMW 745e VS Mercedes-Benz S560e ประกบนวมหมัดต่อหมัด Super Luxury 2021
ถ้าเอ่ยถึงชื่อชั้นของรถเหล่านี้ Mercedes-Benz S-Class, AUDI A8 หรือ BMW 7 Series ก็เหมือนศึกมวยหยุดโลกรุ่นเฮฟวี่เวท…

ถ้าเอ่ยถึงชื่อชั้นของรถเหล่านี้ Mercedes-Benz S-Class, AUDI A8 หรือ BMW 7 Series ก็เหมือนศึกมวยหยุดโลกรุ่นเฮฟวี่เวท ที่หลายคนชอบถามกันว่าใครเก่งกว่ากัน เอาจริง ๆ รถทั้งสามแบรนด์ล้วนเป็นยานยนต์ Super luxury จากเยอรมันทั้ง 3 ค่าย ที่มีรากฐานการผลิตรถยนต์มายาวนาน มีเทคโนโลยีที่ถือว่าเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลก วันนี้ Mottoraka เลยขอถือโอกาสจับมาเปรียบมวยกันให้เห็นดำเห็นแดงกันสักครั้งว่าลักชัวรี่คาร์เจ้าไหนมีอะไรเด่นและอะไรที่ยังเป็นรอง

AUDI A8 TFSI e ด้านหน้า Mercedes-Benz S560e จอดอยู่บนที่จอดรถ

เปรียบเทียบรูปลักษ์ภายนอก

ต้องบอกว่าในรถลักชัวรี่ซาลูนนั้นถูกผลิตออกมาหลายรุ่นย่อย ทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล รุ่นฐานล้อยาว และรุ่นมาตรฐาน เพื่อให้สมน้ำสมเนื้อเราจึงขอเลือกเอาเฉพาะรุ่น ที่เป็นเครื่องยนต์พิกัดเดียวกันและมีจำหน่ายในประเทศ นั่นคือรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid ซึ่งเป็นรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม มาเปรียบเทียบกัน  ได้แก่ AUDI A8 TFSI e, BMW 745e รวมทั้ง Mercedes-Benz S560e

AUDI A8 TFSI e ด้านข้างฝั่งขวา

AUDI A8 TFSI e ภายนอกหนุ่มกว่า

สำหรับคนชอบความทันสมัยวัยรุ่นก็น่าจะให้คะแนน AUDI A8 TFSI e เยอะหน่อย เพราะยังคงเหลี่ยมมุมคม ๆ ของกระจังหน้าและความดุดันของพื้นที่ช่องรับอากาศทรงคางหมูที่บางคนบอกว่าเหมือนปลากระเบนยักษ์อ้าปาก ไฟหน้าหน้า LED แนวตั้งและ AUDI laser light  นั้นมองดูเหมือนหนุ่มหล่อ ๆ ที่ยืนหรี่ตามองมาทางเรา  ในขณะที่ BMW 745e นั้นปรับ Trim ของไตคู่ด้านหน้าให้มีขนาดใหญ่และมีมุมที่งุ้มต่อเนื่องไปถึงฝากระโปรงด้านหน้าชวนนึกไปถึงรถสมัย Art deco ที่เน้นความโอ่อ่าในขณะที่ไฟหน้าแบบ laser Light ดวงคู่นั้นมีพลังในการสะกดสายตาทุกคู่ให้หันไปมองแถมยังส่งสว่างไกลถึง 500 เมตร พร้อมมีเซ็นเซอร์ที่ปรับลดความสว่างอัตโนมัติเมื่อมีรถสวน

Mercedes-Benz S560e หรูหราแบบเรือยอร์ช

ยังคงความหรูหราในขณะที่เพิ่มความเป็นสปอร์ตของช่องรับลมด้านล่างและด้านข้างมีความโค้งมนกว่าทุกแบรนด์ แต่กระจังหน้าก็มีขนาดเล็กสุด ส่วนไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ที่มี Daytime Running Light 3 แถวเรียงตัวกันก็ให้ความรู้สึกเหมือนตาเหยี่ยวที่จับจ้องตะครุบเหยื่อ

ในขณะที่ไฟท้ายด้านหลัง BMW 745e ได้ปรับเป็นแอลอีดีที่บางเฉียบแบบเดียวกับ AUDI A8 และดูมี Dynamic มากกว่า ส่วน Mercedes Benz นั้นให้ความรู้สึกเหมือนดาดฟ้าของเรือยอร์ชที่ลื่นไหลและมีความคลาสสิก รูปทรงด้านข้างทั้ง 3 แบรนด์กินกันไม่ลงแต่ AUDI A8 นั้นเด่นในเรื่องมุมตกกระทบแสงที่สวยกว่าส่วน

ท้ายรถของ Mercedes-Benz S560e ท้ายรถ BMW 745e

ท้ายรถ AUDI A8 TFSI e

BMW 745e ดุดัน ด้วยมัดกล้าม

ความเรียบหรู ภูมิฐานดูจะเป็นพื้นฐานการออกแบบของรถคลาสนี้ แต่สำหรับคนที่ชอบรถหล่อ เท่ เหมือนหนุ่มมีกล้าม BMW 745e ดูจะได้คะแนนดีกว่า โดยเฉพาะบั้นทายที่ดูโฉบเฉี่ยวมีมิติทั้งแนวไฟท้ายเรียงยาว และช่องของท่อไอเสียที่ดูดุดันกว่าทุกค่าย ช่องดักลมขนาดใหญ่ทั้งหน้าและหลัง กับแนวตั้งของเส้นที่กระจังหน้า เหมือนจะได้อิทธิพลของโรลส์-รอยซ์ รถหรูร่วมค่ายมาเพิ่มความหรูหรา ทั้ง 3 แบรนด์ใช้ขนาดของวงล้อเท่ากันคือ 20 นิ้ว

AUDI A8 ใช้ยางของ Goodyear eagle f1 asymmetric ซึ่งเป็นยางสปอร์ตที่ให้แรงยึดเกาะถนนได้ดีขนาด 265/40/20 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ

BMW 7 series เลือกใช้ยาง Bridgestone potenza S001 ซึ่งเป็นยางรันแฟลต 245/40/14 ที่ล้อหน้าและ 275 35/20 ที่ล้อหลัง

Mercedes-Benz s class ใช้ของ Continental series เท่ากันกับของ BMW

ในจุดนี้จึงขอให้คะแนนนำกับ BMW ที่ให้ยางรันแฟลตทั้ง 4 ล้อและยังได้ยางแบบสปอร์ตที่มีแก้มยางต่ำช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัว ตามมาด้วย Mercedes-Benz และ AUDI ตามลำดับ


เปรียบเทียบมิติตัวถัง

AUDI A8 TFSI e ยาว 5,302 มิลลิเมตร กว้าง 1,945 มิลลิเมตร สูง 1,485 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,128 มิลลิเมตร

BMW 745e ยาว 5,260 มิลลิเมตร กว้าง 1,902 มิลลิเมตร สูง 1,479 มิลลิเมตรฐานล้อ 3,210 มิลลิเมตร

Mercedes-Benz S560e ยาว 5,179 มิลลิเมตร  กว้าง 1,921 มิลลิเมตร สูง : 1,503 มิลลิเมตร ฐานล้อ : 3,106 มิลลิเมตร

BMW 745e เด่นที่ฐานล้อยาว

BMW 745e นอกจากจะโดดเด่นด้วยลายโครเมี่ยมตัว Ll ที่ชายด้านล่างยาวตั้งแต่ซุ้มล้อหน้า ถึงประตูหลัง ในด้านของของตัวรถถึงแม้ AUDI A8 มีความยาวของตัวรถมากที่สุดคือ 5,300 มิลลิเมตรส่งผลให้ดูยาวเรียว แต่เมื่อเทียบกันที่ฐานล้อซึ่งจะมีผลกับความกว้างขวางของห้องโดยสาร BMW 7 series กลับมีฐานล้อที่ยาวที่สุดคือ 3,210 มิลลิเมตร ให้ได้คะแนนนำเหนือเพื่อนเรื่องพื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสาร

ด้านข้างฝั่งซ้ายของ BMW 745e

ภายในหรูเหมือนกัน แต่แยกไปคนละสไตล์

สำหรับรถทุกแบรนด์ที่ก้าวมาถึงขั้นเป็น luxury car นั้นเรื่องความหรูหราสะดวกสบายแทบไม่ต้องอธิบายกันมาก เพราะต่างขนสุดยอดวัสดุและเทคโนโลยีระดับท็อป ๆ มาใส่ไว้ทั้งนั้น พื้นที่ในห้องโดยสารนั้นกว้างขวางผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่งแบบสบาย ๆ โดยมีเบาะนั่งคู่คู่หน้าเป็นแบบบัคเก็ตซีสหุ้มหนังแท้เกรดเอเป็นมาตรฐาน

ห้องโดยสาร AUDI A8 TFSI

นั้นเน้นเบาะนั่งหุ้มหนัง Valetta ที่มีทรงเหลี่ยมสีเบส เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีน้ำตาล เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่ง และแผงด้านข้างอาคันเทร่าสีเดียวกันกับลายเปียโนแบล็กที่คอนโซล ช่องแอร์ดีไซน์บางเรียบทันสมัย โดดเด่นที่สุดด้วย จอ Virtual cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว ที่กลมกลืนไปกับแดชบอร์ดไม่เป็นสี่เหลื่ยมทื่อ ๆ ให้ความรู้สึกประณีตตั้งใจทำที่นอกจากจะเป็นมาตรวัดรอบและความเร็วแล้วยังเป็นแผนที่ระบบนำทางด้วยดาวเทียมด้วย  ส่วนจอกลางเป็นระบบ MMI Multi Media Interfaceและจอภาพด้านล่างขนาด 8.6 นิ้ว ที่ติดตั้งกล้องมองภาพแบบ 360 มีทัชแพดให้สัมผัสเบา ๆ พื้อควบคุมหน้าจอได้ ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิแยกอิสระ 4 โซน โดยมีเครื่องเสียง bang & olufsen เป็นออฟชั่นให้ติดตั้งเพิ่ม ติดตั้งไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร Contour/ambient lighting ปรับตั้งสีสันของหลอด LED ได้ 5 รูปแบบ เช่น Solar / Impulse / Vision / Caribbean และ Invidivual

ห้องโดยสาร BMW 745e

นั้นมาในโทนสีของเบาะหนังสีเข้ม Exclusive Nappa ที่เย็บกรุเป็นลายข้าวหลามตัดให้ความรู้สึกโคซี่กว่าในห้องโดยสาร เบาะหลังแบบปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นนวดตัวที่มี แท็บเล็ตซัมซุงติดไว้ให้ตรงที่พักแขนส่วนกลางโดยเฉพาะที่นั่งเบาะหลังด้านซ้ายนั้นออกแบบให้สบายสุด ๆ เพราะเป็นเบาะแบบ Exclusive ที่ปรับเอนนอนได้  หลังคาแบบ Panoramic SkyLounge ที่ให้บรรยากาศระบิบระยับ พวงมาลัยหุ้มหนัง M sport มีระบบปรับอากาศแบบ 4 โซนเหมือนกัน ม่านบังแดดที่ประตูหลังและกระจกหลังปรับด้วยไฟฟ้า ระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ใช้หน้าจอทัชสกรีน 12.3 นิ้ว ที่สั่งงานผ่านระบบปฏิบัติการ iDrive และระบบผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ Intelligent Personal Assistant ที่จะเลือกหมุนวงล้อ สั่งการด้วยเสียงหรือท่าทางก็ได้และที่ด้านหลังเบาะคู่หน้ามีหน้าจอทัชสกรีน 10 นิ้ว ทั้งซ้ายขวาสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

ห้องโดยสาร Mercedes-Benz S560e

นั้นใช้ระบบอะแดปทีฟที่ล้ำสมัยขึ้นไปอีก ด้วยแผงคอนโซลหน้า จอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.8 นิ้วแนวตั้ง กับระบบความบันเทิง MBUX และลำโพง Burmester รอบคัน 31 จุด  พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง “Hey Mercedes” เบาะนั่งทั้งหมด แดชบอร์ด แผงประตู หุ้มด้วยหนังนัปป้า พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ตพร้อมระบบมัลติฟังก์ชัน เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบ Memory Seat ที่มีระบบฟังก์ชั่นอุ่นและระบายอากาศ เบาะนั่งคู่หลังนอกจากจะปรับด้วยไฟฟ้าแล้วยังมีฟังก์ชันการนวด 6 รูปแบบพร้อมที่รองขาเหมือนเครื่องบินชั้น Business Class แถมที่คอนโซลกลางนอกจากมีปุ่ม Command แล้วยังมีปลั๊กไฟฟ้าที่จ่ายกระแส 220 โวลท์ไว้ให้ใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยหลังคาของรุ่นนี้เป็น Panoramic Sunroof MAGIC Sky Control  เปิดได้กว้างมากและเมื่อปิดแล้วยังมีคริสตัลระยิบระยับอยู่ด้านบน

ห้องโดยสารด้านหน้าของ AUDI A8 TFSI e ห้องโดยสารด้านหน้าของ BMW 745e ห้องโดยสารด้านหน้าของ Mercedes-Benz S560eห้องโดยสารด้านหลังของ Mercedes-Benz S560e ห้องโดยสารด้านหลังของ BMW 745e ห้องโดยสารด้านหลังของ AUDI A8 TFSI e

ในบรรดาแผงแดชบอร์ดของทั้ง 3 รุ่นต้องบอกว่า BMW series 7 ที่ขายอยู่ในตัวปัจจุบันนั้นดูจะเก่ากว่าทุกแบรนด์เพราะขายมาตั้งแต่ปี 2019 แต่ถ้าอดใจรอรุ่นใหม่รหัส G70 ที่จะออกมาในปีหน้าระบบ Infotainment จะถูกปรับเป็นแบบ Curved display เหมือนใน BMW iX และ i4 ในจุดนี้คงต้องให้ Mercedes Benz ได้คะแนนนำ

Mercedes-Benz S560e เปิดประตูหน้าทางขวา

ทั้ง Mercedes Benz และ AUDI มีระบบ Memory seat ทั้งด้านผู้คนขับและผู้โดยสารด้านหน้าแต่สำหรับ BMW เบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทางในฝั่งคนขับ ในขนาดที่เบนซ์และออดี้สามารถปรับได้ถึง 12 ทิศทางทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสาร ในส่วนของตำแหน่งที่นั่งด้านหลังต้องยกให้เบนซ์ที่ออกแบบที่นั่งแบบบัคเก็ตโอบกระชับผู้โดยสารหรูหรามากที่สุดในขณะที่ AUDI ออกแบบให้เบาะด้านหลังสามารถพับแบบ 60/40 ได้ ส่วนของระบบปรับอากาศทั้ง 3 แบรนด์ได้คะแนนไล่เลี่ยกันเพราะใช้ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ทั้งหมด และมีระบบกรองอากาศในห้องโดยสาร รวมถึงมีม่านหน้าต่างด้านหลังเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า

ที่ตั้งระบบที่นั่งไฟฟ้าหน้าจอกลางของ Mercedes-Benz S560e ระบบทัชสกีนที่จอด้านหลังของ BMW 745e

Mercedes-Benz S560e โดดเด่นเรื่องการตกแต่งภายในที่หรูหรา พร้อมตัวเลือกการปรับแต่งมากมาย การเก็บเสียงที่ช่วยให้ผู้โดยสารได้รับความเป็นส่วนตัว เบาะที่นั่งด้านหลังที่ปรับเอนได้สบายกว่า และระบบนวดไฟฟ้าที่ติดมาก็ได้รับความชื่นชม ว่าคลายความเมื่อยล้าได้ดี ในขณะที่ BMW 745eได้คะแนนเรื่องระบบกันสะเทือนแบบปรับได้ พื้นที่ห้องผู้โดยสารด้านหลังที่ยอดเยี่ยม และอุปกรณ์มาตรฐานมากมายเกินราคา ส่วน AUDI A8 TFSI e ได้คะแนนนำเรื่องความเนี้ยบไร้ที่ติ เทคโนโลยีภายในที่น่าประทับใจ AUDI และ BMW มีระบบความบันเทิงของตัวเองที่เรียกว่า MMI Touch และ iDrive ซึ่งเวอร์ชันล่าสุดนั้นใช้งานง่ายมีฟีเจอร์มากมายและตอบสนองได้ดีบนหน้าจอขนาดใหญ่  แต่ Mercedes ก็ได้คะแนนเด่นในเรื่องของจอภาพในห้องโดยสารที่ติดตั้งมาถึง 5 จอด้วยกัน

ปุ่มปรับเบาะโดยสารด้านหลัง

ระบบเอ็นเตอร์เทนเม้นภายในรถยนต์ทุกค่ายติดตั้งระบบวิทยุที่สามารถฟัง และเชื่อมต่อจากอินเทอร์เน็ตได้ผ่าน Apple car play และ Android auto ได้ ระบบเสียงในรถทั้ง 3 คัน Mercedes-Benz ที่ติดตั้งลำโพง Burmester รอบคัน 31 จุด  ตามมาด้วย  BMW ชุดเครื่องเสียง Bowers & Wilkins พร้อมเครื่องเล่น CD ติดตั้งเป็นมาตรฐานใน 745Le นอกจากคุณภาพเสียงระดับ ไฮ-เอนด์ ที่มีลำโพง 16 ตำแหน่ง ส่วนออดี้นั้นเกือบจะดีอยู่แล้วถ้าไม่เอาชุดของ Bang & Olufsen และลำโพง 17 ตัวมาเป็นออฟชั่นเสริม ที่ต้องเพิ่มเงินอีกกว่าล้านบาท เพื่อขยับขึ้นไปเล่นในรุ่น A8 L 55 TFSI quattro Prestige จึงจะได้เครื่องเสียงลำโพงเทพรุ่นนี้มาใช้

ขุมพลังไฮบริด ยิ่งแรงยิ่งประหยัด

ณ เวลานี้รถยนต์หรูซุปเปอร์ซาลูนระดับเรือธงชาติทุกค่ายหันมาใช้เครื่องยนต์ไฮบริด เพราะนอกจากจะได้ความแรงและความประหยัดยังทำให้ตัวเลขของค่ามลพิษลดลงผ่านมาตรฐาน พิกัดของความจุที่นิยมกันตอนนี้อยู่ที่เครื่อง 3 ลิตร 6 สูบซึ่งบางแบรนด์ก็ใช้เครื่องวางตามยาวแต่บางรุ่นก็ใช้สูบวีส่วนใครจะดีกว่ากันต้องไปวัดกันที่ประสิทธิภาพแรงม้าและแรงบิดรวมถึงมอเตอร์ไฟฟ้าที่ช่วยมาเพิ่มกำลังเป็นกอบเป็นกำ


เครื่องยนต์ของ AUDI A8 TFSI e

AUDI A8 hybrid เลือกใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร v6 ที่มีแรงม้าสูงสุด 340 แรงม้าที่ 5 500 รอบต่อนาทีและแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1370 รอบต่อนาที จับคู่กับระบบ Mild Hybrid 48V คือส่งกำลังผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 100 แรงม้าทำให้มีกำลังรวมสูงสุด 449 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติทิปโทนิค 8 จังหวะ ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ใน 4.9 วินาที

เครื่องยนต์ AUDI A8 TFSI e

เครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz S560e

Mercedes-Benz S class hybrid ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 ลิตรเพิ่มกำลังด้วย Twin turbo intercooler ทำให้ได้พละกำลัง 367 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตรที่ 1800-4500 รอบต่อนาทีจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 122 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 5.1 วินาทีและมีความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เครื่องยนต์ Mercedes-Benz S560e

เครื่องยนต์ของ BMW 745e

BMW 7 series Hybrid ใช้เครื่องยนต์สูบเรียง 6 สูบ 3.0 ลิตร ให้พละกำลัง 286 แรงม้าที่ 5000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตรที่ 1500 รอบต่อนาที จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 113 แรงม้า ทำให้มีพละกำลังรวม 394 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 600 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ 5.1 วินาทีเช่นกัน

เครื่องยนต์ BMW 745e

ซึ่งจากการทดสอบการขับขี่ก็พบว่า AUDI A8 ได้คะแนนนำในเรื่องการตอบสนองของเครื่องยนต์ เนื่องจากได้แรงบิดสูงที่รอบต่ำกว่า ออกตัวได้ดีกว่าด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติทริปโทนิค 8 สปีด ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของ Audi

ทั้ง AUDI และ BMW เลือกใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 8 สปีด ยกเว้น Mercedes-benz ที่ดูจะได้คะแนนนำเพราะใช้เกียร์ 9 สปีดที่ให้อัตราทดที่ดีกว่า แต่ S540e ก็มาเสียคะแนนตรงที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลังแต่เพียงอย่างเดียวในขณะที่ BMW และ AUDI เลือกใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ All-wheel drive ที่ให้การยึดเกาะถนนได้ดีกว่า


ช่วงล่าง นุ่ม หนึบ สปอร์ต ด้วยระบบถุงลม

ระบบช่วงล่าง ทั้ง 3 แบรนด์เลือกใช้ระบบควบคุมบังคับเลี้ยวแบบแรคแอนด์พีเนียน และระบบกันสะเทือนที่มีถุงลม Air Suspension เข้ามาช่วยในเรื่องความนุ่มนวลเหมือนกัน

AUDI A8 และ Mercedes-Benz S class ใช้ช่วงล่างแบบมัลติลิงค์ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบ Adaptive Air Suspension ของ AUDI A8 งั้นจะทำงานปรับความนุ่มนวลได้ถึง 5 ระดับ โดยที่ความเร็วต่ำระบบถุงลมจะทำงานเต็มที่เพื่อให้ความนุ่มนวลแต่เมื่อใช้ความเร็วสูงก็จะเพิ่มการทำงานและรับน้ำหนักของสุขภาพและสปริงให้มีความเร็วมากขึ้น

ระบบช่วงล่างด้านหลังของ Mercedes-Benz S560e

นอกจากนี้ยังช่วยถ่ายน้ำหนักในการออกตัวเพื่อแก้ปัญหาหน้าทิ่มท้ายกระดกจากการเบรกรุนแรงด้วย ยังช่วยให้ล้อหลังปรับมุมเสริมการเลี้ยวของล้อหน้าทั้งความเร็วต่ำ และความเร็วสูงเพื่อลดแรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้งและทำให้มีรัศมีกับรถหรือเลี้ยวที่แคบมากขึ้น ในขณะที่ระบบ Airmatic ของ Mercedes Benz s class เราจะตัดการทำงานของถุงลมโดยอัตโนมัติ เช่น จะยกตัวรถสูงขึ้นเมื่อผ่านเส้นทางที่ไม่ราบเรียบและปรับให้ระบบกันสะเทือนนุ่มนวลขึ้น ในขณะที่เมื่อขับด้วยความเร็วสูงหรือมีลมต้านมาก ๆ ระบบก็จะปรับให้ตัวรถเตี้ยลงเพื่อลดแรงเสียดทานอากาศ

BMW 745e นั้นใช้ระบบดับเบิลวิชโบนและเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้าและมีระบบการทำงาน ของช่วงล่างด้านหลังที่คล้ายกันกับออดี แต่จะเพิ่มเติม ระบบ Executive Drive Pro เข้าหมายอีกอย่างหนึ่งซึ่งจะใช้การประมวลผลจากกล้องหน้ารถมาคำนวณล่วงหน้าเพื่อเตรียมปรับสภาพของระบบกันสะเทือนเช่นการเข้าโค้งหรือขับผ่านลูกระนาดได้นิ่มนวลขึ้น

ระบบชาร์จไฟเข้าแบตของ BMW 745e

ระบบความปลอดภัย

AUDI A8 TFSI e

ระบบความปลอดภัยใน Audi A8 นั้นให้ความสำคัญตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานของรถที่เรียกว่า Audi space frame ซึ่งใช้โครงสร้างที่ประกอบด้วยอารมณ์มิเนียมคาร์บอนไฟเบอร์และแมกนีเซียม ช่วยดูดซับแรงจากการชนในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา เลยรุ่นนี้ได้ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้ารวมทั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างและด้านหลัง ระบบเบรคที่มีระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCAS และระบบควบคุมการทรงตัว ESC มีระบบช่วยมองตอนกลางคืนหรือ Night Vision Assistant ที่ใช้อินฟาเรดช่วยให้สังเกตคนและสัตว์ที่อยู่ริมถนนได้ไกลถึง 300 เมตร


Mercedes-Benz S 560e

Mercedes-Benz มาพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยล้ำสมัยทั้งระบบ Cruise control ที่รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ระบบ Active Lane Keeping Assist ที่แจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลนและระบบ Active Blind Spot Assist ตรวจสอบมุมอับสายตาเพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUS ที่ใช้เรดาร์ตรวจจับรถที่วิ่งมาข้างหลังเพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือนระบบเบรคให้เตรียมพร้อมรวมถึงเปิดไฟเบรกฉุกเฉินกระพริบ ป้าหมอนพนักพิงต่าง ๆ และเข็มขัดนิรภัยเพื่อลดความเสี่ยงจากการกระแทก นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเบรกอัตโนมัติในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันรวมถึง  ระบบ Active Emergency Stop Assist ตรวจว่าคนขับหลับในหรือไม่ถ้าไม่มีการตอบสนองพวงมาลัยเป็นเวลานาน ก็จะส่งสัญญาณเตือนและหยุดรถดให้โดยอัตโนมัติที่ถูกใจผู้บริหารหลายคนก็คือระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ที่สามารถนำรถที่มีความยาวกว่า 5 เมตรเข้าช่องจอดทั้งแบบเข้าซองและจอดแบบขนานได้


BMW 745e

BMW ก็ไม่น้อยหน้า สำหรับรถเรือธงรุ่นนี้ก็มีโครงสร้างตัวถังแบบ Carbon Core ที่แข็งแรง ระบบถอยหลังเข้าจอดอัตโนมัติที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน นอกจากนี้ยังเพิ่มระบบ Stop and go ที่ทำให้ระบบ Adaptive Cruise Control สั่งให้งดเว้นระยะห่างจากคันหน้าตั้งแต่จุดหยุดนิ่ง ช่วยให้ครับได้ง่ายขึ้นในการจราจรที่ติดขัด ชื่อคนขับไม่ต้องเหยียบคันเร่งหรือเหยียบเบรค ถุงลมนิรภัยซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานก็ถูกติดตั้งมาทุกตำแหน่งของผู้โดยสารและผู้ขับขี่ มีระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง Side impact protection ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน BMW connected drive ซึ่งสามารถใช้ปุ่ม SOS ที่อยู่เหนือศีรษะ และมันจะทำงานอัตโนมัติติดต่อกับ Call center ทันทีเมื่อรถมีอุบัติเหตุ

ล้อแม็กของ BMW 745eล้อแม็กของ AUDI A8 TFSI e ล้อแม็กซ์ด้านหน้าทางซ้ายของ Mercedes-Benz S560e

สรุปความคุ้มค่า

ถ้าได้เรียงจากระดับราคาก็ต้องบอกว่า AUDI A8 TFSI e  มีราคาที่เย้ายวนและน่าสนใจมากกับราคา 6,799,000 บาท  ที่ได้รถนำเข้าแท้ ๆ จากเยอรมัน ได้เครื่องยนต์พิกัด 449 แรงม้า และมีระบบแฮนด์ลิ่งและขับเคลื่อน 4 ล้อที่ดีเกาะถนนมันเป็นรถสำหรับผู้บริหารที่ชอบขับเองและสนุกกับการขับขี่

ในขณะที่ BMW 745e ก็เป็นรถที่มีความภูมิฐานเครื่องยนต์ของ BMW ก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นระบบไฮบริดที่ประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อเทียบกับขนาดและความสะดวกสบาย แล้วคนที่ชอบระบบ iDrive และความบันเทิงในรถก็สมควรที่จะนำเงิน6,439,000 บาทไปแลกSuper luxury รุ่นนี้มาใช้

และ Mercedes-Benz S560e ก็ยังคงปรนเปรอผู้บริหารที่รักความสะดวกสบายผ่อนคลายหลังการทำงาน ด้วยการนั่งเบาะหลังที่เหมือนชั้น First Class กับระบบ ENERGIZING Comfort เที่จะควบคุม ระบบปรับอากาศ เสียงเพลง ระบบฟอกอากาศ ระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร ระบบเบาะนวดไฟฟ้า กับช่วงล่างนุ่ม ๆ ของระบบถุงลมกันสะเทือน ในราคา 7 ล้านบาทรับเงินทอนหนึ่งพัน

Motto review - AUDI A8 VS BMW 745e VS S560e

เครดิตภาพ AudiBMW , Daimler, Press BMW