Audi e-tron Sportback เอสยูวีคูเป้พลังงานไฟฟ้าสุดหรูจากค่ายสี่ห่วง

Home / Cars / Audi e-tron Sportback เอสยูวีคูเป้พลังงานไฟฟ้าสุดหรูจากค่ายสี่ห่วง
ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าในโลกของยานยนต์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากพอสมควร นั่นทำให้เป็นสาเหตุที่ตลาดรถยนต์ EV หรือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% ในบ้านเราก็ฮอตฮิต และมีหลายแบรนด์เริ่มนำมาทำตลาดกันมากขึ้น ซึ่งก็จะช่วยในเรื่องของการลดมลพิษทางอากาศไปได้บ้าง เพราะทุกวันนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาของเจ้าฝุ่นตัวร้ายอย่าง PM…

ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าในโลกของยานยนต์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมากพอสมควร นั่นทำให้เป็นสาเหตุที่ตลาดรถยนต์ EV หรือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% ในบ้านเราก็ฮอตฮิต และมีหลายแบรนด์เริ่มนำมาทำตลาดกันมากขึ้น ซึ่งก็จะช่วยในเรื่องของการลดมลพิษทางอากาศไปได้บ้าง เพราะทุกวันนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาของเจ้าฝุ่นตัวร้ายอย่าง PM 2.5 ที่โผล่มาเรื่อยๆ ทำให้เราใช้ชีวิตกันลำบาก เดือดร้อนกับระบบทางเดินหายใจสุดๆ ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบรนด์หรูของค่ายสี่ห่วงจากประเทศเยอรมนีอย่างเจ้า Audi e-tron Sportback เอสยูวีคูเป้พลังงานไฟฟ้าสุดหรู ลองมาดูกันว่าเจ้ารถคันนี้จะมีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

สีของ Audi e-tron Sportback

Audi e-tron Sportback สี Antigua blue metallic
  • Antigua blue metallic
Audi e-tron Sportback สี Daytonagrey pearl effect
  • Daytonagrey pearl effect
Audi e-tron Sportback สี Glacier White Metallic
  • Glacier White Metallic
Audi e-tron Sportback สี Siamese beige metallic
  • Siamese beige metallic

ราคาของ Audi e-tron Sportback อยู่ที่ 5,299,000 บาท

มิติตัวถังของ Audi e-tron Sportback

มิติตัวถังของ Audi e-tron Sportback
Cr: www.audi.co.th

ความกว้าง: 2,043 มม.

ความยาว: 4,901 มม.

ความสูง: 1,616 มม.

รูปลักษณ์ภายนอกของ Audi e-tron Sportback

Audi e-tron Sportback ด้านหน้า
Cr: www.audi.co.th
กระจังหน้า Audi e-tron Sportback
Cr: www.audi.co.th
ท้ายรถ Audi e-tron Sportback
Cr: www.audi.co.th

          เริ่มกันที่การดีไซน์ภายนอกของ Audi e-tron Sportback ที่ถูกออกแบบมาได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการทำให้รถอเนกประสงค์ประเภท SUV กลายเป็นลุคสปอร์ตสง่างามผสมผสานกับความแข็งแรงได้อย่างลงตัวสุดๆ เริ่มจากชุดตกแต่งภายนอกแบบ S line เอกลักษณ์ของค่ายสี่ห่วง ในส่วนของกระจังหน้าเป็นสีดำทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่เสริมลุคแข็งแรงด้วยลายแนวตั้งแบบโครเมียม ไฟหน้าเป็นแบบ Matrix LED พร้อมเอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า-หลัง (Light staging) และไฟ daytime แบบ LED โดยมีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าและปรับไฟสูงแบบอัตโนมัติมาให้ด้วย ขณะที่ด้านข้างสร้างความแตกต่างด้วยกระจกมองข้างแบบปรับ-พับไฟฟ้าและตัดแสงได้ พร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่ง รวมถึงขอบประตูอลูมิเนียมแบบเงา ส่วนด้านหลังก็เป็นหลังคาแนวลาดเอียงสไตล์รถเอสยูวีคูเป้ โดดเด่นด้วยไฟท้าย LED แบบลากยาวไปตลอดตัวรถ สำหรับล้อจะเป็นฟอร์จอลูมิเนียม 5 ก้านดีไซน์เฉพาะตัวของออดี้ขนาด 21 นิ้ว และปิดท้ายด้วยหลังคาพาโนรามิคที่เปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

ภายในห้องโดยสารของ Audi e-tron Sportback

ห้องโดยสาร Audi e-tron Sportback
Cr: www.audi.co.th
ห้องโดยสารด้านหลัง Audi e-tron Sportback
Cr: www.audi.co.th
หน้าจอ infotainment ของ Audi e-tron Sportback
Cr: www.audi.co.th

ส่วนภายในห้องโดยสารนั้นได้ถูกดีไซน์มาด้วยการผสมผสานเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล ความสะดวกสบาย และความหรูหราไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ด้วยชุดแต่งภายในแบบ S line เริ่มจากเบาะนั่งสีดำหุ้มหนัง Valcona คู่หน้าเป็นทรงสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ S line บริเวณพนักพิง แถมยังมีฟังก์ชั่นปรับไฟฟ้า อุ่นร้อน และสามารถบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่ได้ด้วย แผงคอนโซลหน้า ที่วางแขนบนแผงประตู และพื้นที่ส่วนล่างของคอนโซลกลางหุ้มด้วยหนังช่วยให้อารมณ์ความหรูหรามากขึ้น ส่วนมาตรวัดต่างๆ ถูกออกแบบมาเป็นดิจิทัลให้อารมณ์ห้องนักบิน เริ่มจากจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว นำเสนอข้อมูลครบถ้วนและหลากหลายเป็นแบบกราฟฟิกต่างๆ ที่สามารถมองเห็นได้ง่าย ในส่วนของระบบปรับอากาศเป็นแบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ แยกอิสระได้ถึง 4 โซน มีกระจกมองหลังพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ ม่านบังแดดประตูหลังด้านซ้าย-ขวา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรงสปอร์ตท้ายตัด พร้อมสัญลักษณ์ S line ปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า และปิดท้ายด้วยไฟเรืองแสงภายในห้องโดยสารแบบปรับสีได้

ระบบความบันเทิงของ Audi e-tron Sportback

Audi e-tron Sportback ด้านหลังขวา
Cr: www.audi.co.th

               มาต่อกันที่ระบบความบันเทิงของ Audi e-tron Sportback กันบ้าง เริ่มจากหน้าจอสีทัชสกรีนบริเวณคอนโซลกลางที่มีมาให้ถึง 2 จอด้วยกัน โดยจอแรกมีขนาด 10.1 นิ้ว มาพร้อมระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response ส่วนอีกจอเป็นมัลติฟังก์ชั่นขนาด 8.6 นิ้ว พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) มีระบบ Audi smartphone interface ของทางแบรนด์มาให้ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบบลูทูธ มีช่องต่อ USB มาให้ 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อความบันเทิงจากสมาร์ทโฟนได้จากระบบ Apple CarPlay และ Android Auto ที่มีมาให้ครบ และปิดท้ายกับระบบเสียง 3 มิติ สุดพรีเมียมจากแบรนด์เครื่องเสียงชื่อดังระดับไฮเอนด์อย่าง Bang & Olufsen

ขุมพลังเครื่องยนต์ของ Audi e-tron Sportback

Audi e-tron Sportback ชาร์จแบต
Cr: www.audi.co.th
Audi e-tron Sportback ด้านบน
Cr: www.audi.co.th

            ในเรื่องของเครื่องยนต์นั้นทาง Audi e-tron Sportback ที่ถึงแม้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% แต่ก็ให้สมรรถนะอันทรงพลังมาให้ไม่แพ้รถยนต์ปกติ โดยใช้เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ 2 ตำแหน่ง บริเวณด้านหน้าและด้านหลัง ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบสี่ล้อ (quattro) ให้พละกำลังได้สูงสุด 360 แรงม้า ในโหมดธรรมดา และเมื่อใช้ boost mode จะให้แรงม้าสูงสุดถึง 408 ตัว แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 561 นิวตันเมตร ในโหมดธรรมดา และ 664 นิวตันเมตร ใน boost mode ทำความเร็วได้สูงสุดโดยประมาณ 200 กม./ชม. สามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.6 วินาที และเมื่อเปิด boost mode จะทำเวลาได้เพียง 5.7 วินาที ระบบส่งกำลังจะเป็นเกียร์อัตโนมัติจังหวะเดียว ส่วนแบตเตอรี่ของรถเป็นแบบลิเธียมไอออนขนาด 95 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 463 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

ระบบความปลอดภัยของ Audi e-tron Sportback

กระจกมองข้าง Audi e-tron Sportback
Cr: www.audi.co.th

               ปิดท้ายกันที่ระบบความปลอดภัยขอ Audi e-tron Sportback ที่ใส่มาให้แบบจัดเต็มคำนึงถึงทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารมากๆ เริ่มจากถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย ระบบเบรกมือไฟฟ้า ระบบล็อกเบรกขณะหยุดนิ่ง (Audi hold assist) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system) ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic brake distribution) จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ชุดปฐมพยาบาล และยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จะช่วยให้ง่ายต่อการขับขี่อีกมากมายอย่าง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction control system) ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with stabilization function) เซ็นเซอร์หน้า-หลัง และด้านข้างช่วยในการนำรถเข้าจอด กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง

สรุป

          ก่อนจากกันไปต้องบอกเลยว่าเจ้า Audi e-tron Sportback ถือว่าเป็นรถอเนกประสงค์ประเภท SUV สุดหรูแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่น่าสนใจและน่าจับตามองไม่น้อย เริ่มตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกที่ออกแบบด้วยการผสมผสานความแข็งแรงเข้ากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว จนออกมาในลุคที่ดูสวยสง่างามตั้งแต่แรกเห็น ในขณะที่ภายในห้องโดยสารก็ถูกออกแบบมาได้อย่างหรูหรา ละเอียด และประณีตในทุกมิติ แถมยังตอบโจทย์อนาคตดิจิทัลด้วย นอกจากนี้สมรรถนะเครื่องยนต์ถึงแม้จะเป็นรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนแต่ก็รีดสมรรถนะออกมาได้ดีมากๆ ทั้งในโหมดธรรมดาและ boost mode เรียกได้ว่าให้ความต้องการครบถ้วนสำหรับใครที่อยากจะเริ่มใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันแรกและมีงบประมาณมากพอกับราคาระดับนี้ สุดท้ายนี้หากจะซื้อรถยนต์ทั้งใหม่และมือสอง ก็อย่าลืมแวะมาเช็คราคากันก่อนที่ www.mottoraka.com นะครับ 

Advertisement

Advertisement