อะไหล่ชนิดไหนบ้าง ที่ต้องคอยเปลี่ยนเมื่อครบกำหนดเวลา

Home / Cars / อะไหล่ชนิดไหนบ้าง ที่ต้องคอยเปลี่ยนเมื่อครบกำหนดเวลา
ในรถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญมากมาย ซึ่งทุกชิ้นส่วน ล้วนแล้วแต่เป็นตัวการช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ได้ หลายคนใช้งานหนัก จนลืมไปว่าชิ้นส่วนบางชิ้น มีกำหนดหมดอายุ ที่คุณอาจต้องเปลี่ยนใหม่เมื่อครบกำหนดเวลา มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย Cr:…

ในรถยนต์หนึ่งคันประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญมากมาย ซึ่งทุกชิ้นส่วน ล้วนแล้วแต่เป็นตัวการช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ได้ หลายคนใช้งานหนัก จนลืมไปว่าชิ้นส่วนบางชิ้น มีกำหนดหมดอายุ ที่คุณอาจต้องเปลี่ยนใหม่เมื่อครบกำหนดเวลา มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

image003 12 - 97925

Cr: www.freepik.com

ผ้าเบรก

image005 47 - 97925

Cr: www.pixabay.com

ชิ้นส่วนสำคัญที่หลายคนมองข้าม อย่าง “ผ้าเบรก” ควรเปลี่ยนจะอยู่ที่ 50,000 – 70,000 กิโลเมตร หรือเมื่อได้ยินเสียงเบรกที่ผิดปกติ วันนี้เรานำผ้าเบรกแบบต่างๆ มาฝากผู้ที่ต้องการเลือกซื้อผ้าเบรกใหม่ด้วยครับ

เกรดมาตรฐาน – เป็นผ้าเบรกที่เหมาะกับการใช้งานรถยนต์ทั่วไป ส่วนผสมมีความนิ่มสร้างแรงเสียดทานได้ง่าย ทำงานได้ดีในช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลาง 

เกรดกลาง – เป็นผ้าเบรกที่ส่วนใหญ่จะผสมวัสดุจำพวกโลหะอ่อน ซึ่งสามารถทนความร้อนสูงได้ดีเมื่อเกิดแรงเสียดทาน ทำงานได้ดีในช่วงความเร็วปานกลาง-สูง  ซึ่งก็จะมีราคาสูงกว่าผ้าเบรกเกรดมาตรฐาน 

เกรดกึ่งแข่ง – เป็นผ้าเบรกเกรดที่พิเศษขึ้นมาอีกจากเกรดกลาง ตัวเนื้อของผ้าเบรกจะผสมเนื้อโลหะค่อนข้างเยอะ ทำให้ทนความร้อนที่สูงมากขณะเกิดแรงเสียดทานระหว่างเบรกได้ดี สามารถเบรกถี่ๆ และเบรกรุนแรงได้ เหมาะกับรถแบบไฮเพอร์ฟอแมนซ์หรือรถแข่ง

image006 41 - 97925

Cr: www.freepik.com

น้ำมันเครื่อง

image007 20 - 97925

Cr: www.freepik.com

ขึ้นชื่อว่าน้ำมันเครื่อง หน้าที่หลักของมันคือหล่อลื่นส่วนต่างๆ ในเครื่องยนต์ แต่เมื่อน้ำมันไม่หล่อลื่นส่วนต่างๆ ทำให้เกิดอาการอุดตันหรือฝืดเคือง จะทำให้ชิ้นส่วนต่างๆ ทำงานด้วยความหนืด ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานไม่เต็มกำลัง และลามไปถึงการเร่งเครื่องไม่ขึ้นนั่นเอง ซึ่งน้ำมันเครื่องมีระยะเปลี่ยนถ่ายจะอยู่ที่ 5,000 – 10,000 กิโลเมตร หรือถ้าพบกว่าน้ำมันเครื่องมีสีดำสนิท

image009 15 - 97925

Cr: www.freepik.com

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ อีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญที่คอยสร้างพลังงานในการขับเคลื่อน และส่งพลังไปยังชิ้นส่วนอื่นๆ ซึ่งแบตเตอรี่ควรตรวจเช็กอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 2 – 3 ปีแบ่ง ออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

image011 17 - 97925

Cr : www.rbbattery.com

  • Lead acid หรือ แบตเตอรี่แบบแห้งตะกั่ว-กรด 

แบตเตอรี่รถยนต์ประเภทที่พบมากที่สุดเนื่องจากมีความทนทานและราคาไม่แพง ในรถยนต์ใหม่ หรือรถป้ายแดงมักจะเป็นแบตเตอรี่แบบนี้มาให้ จะใช้งานได้ยาวนานก่อนที่จะถึงเวลาต้องต้องเปลี่ยน ไม่ต้องยุ่งยากในการดูแลรักษา อีกทั้งยังไม่ต้องเติมน้ำกลั่นให้เสียเวลา 

image013 30 - 97925

Cr : www.cars24.com

  • แบตเตอรี่แบบน้ำ 

พบเห็นได้บ่อยในรถยนต์รุ่นเก่าที่ต้องเติมน้ำกลั่นเพื่อแทนที่น้ำกรดอยู่เสมอ เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานกว่าแบบแห้ง ทนความร้อน ราคาไม่สูงมากถูกกว่าแบตเตอรี่แบบแห้ง เหมาะกับรถยนต์ที่ใช้งานหนัก หรือเดินทางไกลเป็นประจำ

  • แบตเตอรี่กึ่งแห้ง 

คล้ายกับแบตเตอรี่แบบแห้ง แต่จะมีช่องให้เติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่กึ่ง โดยจะเติมน้ำเพียง 1-2 ครั้งต่อปีเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องเติมน้ำบ่อย มีความทนทานเช่นเดียวกับแบบแห้ง แต่ต้องระวังน้ำในแบตเตอรี่แห้งจนเกินไปได้

image014 28 - 97925

Cr : www.csmonitor.com

  • แบตเตอรี่ไฮบริด 

แบตเตอรี่สมัยใหม่แต่ยังคงการเติมน้ำไว้อยู่ ราคาจะแพงกว่าแบตเตอรี่แบบน้ำไม่มากนัก เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้ธาตุตะกั่วแคลเซียม เพื่อลดการเสียไอน้ำกรดให้น้อยลงกว่าแบตเตอรี่แบบน้ำ สามารถใช้แทนแบตเตอรี่แบบน้ำ

หัวเทียน

image015 13 - 97925

Cr: www.freepik.com

มาดูส่วนเครื่องล่างกันบ้าง นั่นคือหัวเทียนเจ้าปัญหา ที่ทำหน้าที่จุดระเบิดในกระบอกสูบให้รถวิ่งไปได้ดี ควรเปลี่ยนใหม่เมื่อถึงระยะประมาณ 40,000 กิโลเมตร ถ้าหัวเทียนทำงานปกติ แน่นอนครับว่าต้องส่งผลถึงการเร่งเครื่องยนต์แน่นอน ไม่เพียงแค่นั้นยังทำให้คุณเปลืองน้ำมันมากขึ้นด้วยล่ะครับ

image017 12 - 97925

Cr: www.freepik.com

ไส้กรองอากาศ

image019 9 - 97925

Cr: www.freepik.com

ไส้กรองอากาศเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่สำคัญกับรถยนต์ทุกคันเป็นอย่างมาก เพราะทำหน้าที่เปรียบเสมือนกับขนจมูกของมนุษย์ ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกรวมไปถึงฝุ่นละอองต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับอากาศในขณะที่เรากำลังขับรถ ซึ่งถ้าฝุ่นพวกนี้เล็ดลอดเข้าไปในเครื่องยนต์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลเสียมากเท่านั้น ซึ่งคุณสามารถนำมันมาเป่าทำความสะอาดได้ทุกๆ 3,000 – 5,000 กิโลเมตร และควรเปลี่ยนใหม่เมื่อใช้ไปจนถึงระยะ 20,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปี

image021 7 - 97925

Cr: www.freepik.com

เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าอาการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้กับรถทุกคัน ในวันที่ชิ้นส่วนเริ่มเสื่อมสภาพ ท้งที่มาจากระยะเวลา และอาการใช้งานอันสมบุกสมบัน เพราะเหตุนี้เอง คุณจึงต้องหมั่นนำรถยนต์ไปเช็คสภาพรถอยู่เสมอ หรือหมั่นตรวจสอบ เช็คดูบ้างก็ไม่เสียหายใช่ไหมละครับ และที่สำคัญอย่าลืมนำไปเปลี่ยนทุกๆ ช่วงอายุการใช้งานด้วยนะครับ

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement