GWM Great Wall Motor ยิ่งใหญ่ บูธอลังการ พร้อมโชว์เทคโนโลยีแบบจัดเต็ม

Home / Cars / GWM Great Wall Motor ยิ่งใหญ่ บูธอลังการ พร้อมโชว์เทคโนโลยีแบบจัดเต็ม
Cr.Artorn Rattanasomchok Great Wall Motor หรือที่รู้จักกันในชื่อสั้นๆว่า GWM ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ผู้ที่มาแทนรถยนต์ Chevrolet…

Cr.Artorn Rattanasomchok

Great Wall Motor หรือที่รู้จักกันในชื่อสั้นๆว่า GWM ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ผู้ที่มาแทนรถยนต์ Chevrolet ในเมืองไทย โดย GWM ได้เข้าซื้อโรงงาน Chevrolet ที่จังหวัดระยอง และหลังจากนั้นทาง GWM ก็ได้สร้างการรับรู้กับการมาของ GWM อยู่เรื่อย ๆ เช่นการทำกิจกรรมตาม Social Media การจัดกิจกรรมเชิญแฟน ๆ GWM มาทำความรู้จักกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนการไปทำการสำรวจความต้องการของลูกค้าด้วยตัวเองตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ทำให้คนไทยหลายคนเห็นความตั้งใจในการทำตลาดอย่างจริงจัง ตลอดจนจัดการแถลงข่าว Sawasdee Thailand เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาโดยในการแถลงการดังกล่าวมีการเปิดแผนการทำตลาดรถยนต์ 2 รุ่นจาก 4 รุ่นด้วยกันคือ Haval H6 และ Ora Good cat ก่อนอื่นต้องบอกว่า GWM มีรถในเครืออยู่ทั้งหมด 4 แบรนด์ คือ Haval แบรนด์รถยนต์ SUV ที่มียอดขายอันดับ 1 หลายปีซ้อน แบรนด์ Ora แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าล้วน ที่เน้นขายความน่ารัก แบรนด์ Poer คือแบรนด์รถกระบะของทางค่าย และสุดท้าย แบรนด์ WEY แบรนด์ระดับหรู ที่เน้นขาย SUV ที่ทำมาหรูกว่า Haval และเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยในประเทศไทยทาง GWM ได้ทำการเปิดตัวเพียงแค่ 2 แบรนด์ในไทยก่อนคือ Haval และ Ora แต่ต่อมา GWM ก็ได้ตบเท้าเข้าร่วมงานเพื่อโชว์รถที่จะขายคันจริง 2 รุ่น โดย 1 ใน 2 รุ่นเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย และรถรุ่นอื่นๆที่มีโอกาสมาจำหน่ายในประเทศไทย โชว์เทคโนโลยีใหม่ๆที่ล้ำสมัยมากมาย ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ณ Impact เมืองทองธานี โดยในงานมีรถยนต์จากในเครือ GWM มาโชว์ทั้งหมด 3 แบรนด์คือ Haval Ora และPoer ทั้ง 3 แบรนด์มีอะไรที่น่าสนใจบ้างเชิญอ่านได้เลย

Haval H6 สีน้ำเงิน อยู่บนแท่นโชว์

Cr.Artorn Rattanasomchok

เริ่มต้นด้วยรถยนต์รุ่นแรกที่จะวางจำหน่ายในไทยกับ Haval โดย Haval รุ่นแรกที่จะนำมาจำหน่ายและถูกเปิดตัวในงานเป็นครั้งแรกในโลกนั่นคือรุ่น Haval H6 HEV หรือเวอร์ชั่น Hybrid ของ H6 นั่นเอง โดยตัวรถมีขนาดเป็น C-D Segment SUV โดยถ้าเทียบกับคู่แข่งแล้วจะเทียบได้กับ Honda CR-V Nissan X-Trail Mazda CX-5 หรือแม้กระทั่งคู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่าง MG HS

Haval H6 สีเงิน ในงาน Motor show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

ด้านข้าง Haval H6 จอดในงาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

ด้านหลัง Haval H6 สีเงิน ในงาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

ภายนอก มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูหรูหรา ดูไม่เหมือนรถจีนมาพร้อมกับกระจังหน้า โครเมี่ยมขนาดใหญ่ ไฟหน้าแบบ Full LED ไฟท้ายแบบ Full LED ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายที่เรียบง่าย แต่ดูหรูหราด้วย กรอบโครเมี่ยมบริเวณกระจกทั้ง 2 ฝั่ง ด้านท้ายนอกจากไฟ Full LED แบบแนวยาวลากเชื่อมกันทั้ง 2 ฝั่ง บริเวณด้านบนแผ่นป้ายทะเบียนก็ถูกตกแต่งด้วยชิ้นโครเมี่ยม พร้อมสัญลักษณ์ Haval ขนาดใหญ่  พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ที่ยาวซึ่งเวลาไฟเบรกดวงที่ 3 ติดเชื่อว่าโดดเด่นแน่นอน ทั้งนี้ยังมาพร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 19 นิ้ว อีกด้วย

ภายในห้องโดยสาร Haval H6 จากมุมมองด้านหลัง

Cr.Artorn Rattanasomchok

ภายใน มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูหรูหรา ด้วยวัสดุตกแต่งที่บ่งบอกถึงคุณภาพ เริ่มจาก วัสดุบนตัวคอลโซลมีการหุ้มด้วยหนัง สีดำ และสีขาว และผสมกับพลาสติกสี Rose Gold ที่วางแขนด้านหน้าสีขาวขนาดใหญ่ หน้าจอกลางขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหน้าจอที่บอกสถานะของตัวรถ พร้อมระบบความบันเทิงแบบจัดเต็มอาทิ รองรับ Apple Carplay และAndroid Auto สามารถรองรับการอัพเดตแบบ OTA คันเกียร์ไฟฟ้าแบบหมุน เบรกมือแบบไฟฟ้า หน้าจอเรือนไมล์แบบดิจิตอลทั้งหมดพร้อมมีการฉายไปบนกระจกบังลมหน้า Head-Up Display ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกซ้ายขวา Dual Zone ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พวงมาลัยแบบ 3 ก้านมัลติฟังก์ชั่น หลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังปรับด้วยไฟฟ้าทั้งเบาะคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้า เป็นต้น

เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน Hybrid ขนาด 1.5 ลิตรเทอร์โบ ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ได้แรงม้าสูงสุดที่ 243 แรงม้า ที่ 530 นิวตันเมตร โดยมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ แบบ Dual Clutch 7 จังหวะ

ระบบความปลอดภัย ที่โดดเด่นคือระบบช่วยถอยเข้าจอดอัตโนมัติแบบ 3 รูปแบบ คือ จอดแบบเข้าช่อง จอดแบบขนาน และจอดแนวเฉียง เป็นต้น ส่วนระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานถือว่ามีมาให้ครบครัน

การเปิดตัวพร้อมขาย จะเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 2 ภายในเดือนมิถุนายน ของปีนี้

Haval Concept H ในงาน Motor show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

ด้านข้าง Haval Concept H ในงาน Motor show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Haval คันที่ 2 คือ Haval Concept H หรือที่ประเทศจีนได้เปิดตัวกับเวอร์ชั่นขายจริงแล้วในชื่อ Haval First Love หรือ All new Haval H2 นั่นเอง ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มีคู่แข่งคือ Honda HR-V Toyota Corolla Cross นั่นเอง โดยคันจริงนั้นจะมีหน้าตาที่แทบไม่ต่างกับ Concept H มากนัก

ภายนอก ตัวรถมีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว แต่ดูปลอดดปร่งด้วยหลังคาที่ไม่เตี้ยจนเกินไป ด้านหน้ามีดีไซน์ที่ค่อนข้างแปลกตา แต่ดูลงตัว และโฉบเฉี่ยว ด้วยกระจังหน้า โครเมี่ยมขนาดใหญ่ ไฟหน้าแบบ Full LED ที่มีดีไซน์ที่ดูแปลกตา  ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้ายแบบ Full LED ที่ดูโฉบเฉี่ยว ท่อไอเสียแบบคู่ พร้อมสัญลักษณ์ Haval ขนาดใหญ่ ด้านข้างหรูหราด้วยกรอบโครเมี่ยมบริเวณกระจกทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง

เครื่องยนต์ คาดว่าในเวอร์ชั่นประเทศไทยจะมาในรูปแบบเครื่องยนต์ Hybrid หรืออาจจะเป็น Plug In Hybrid

การวางจำหน่าย คาดว่า Haval Concept H จะมีการขายจริงในประเทศไทยภายในปลายปีนี้ เป็นอย่างเร็ว อย่างช้าอาจจะเจอกันต้นปี 2022

ป้าย ORA Black Cat

Cr.Artorn Rattanasomchok

Ora Black cat สีฟ้า ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Ora Black cat ด้านหลัง ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Ora Black cat ด้านข้าง ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Ora แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีหน้าตาที่น่ารัก โดยคันแรกจะเริ่มจาก Black Cat R1 รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กขนาด A Segment 5 ประตู ที่ถูกนำมาโชว์ในงาน ซึ่งรุ่นนี้ในงานถือว่ามีคนมาดูแบบไม่ขาดสาย

ภายนอก มาพร้อมกับไฟหน้าทรงกลมน่ารัก แบบ Full LED ไฟท้ายแบบ Full LED และตัวรถมีสีภายนอกที่น่ารักสดใส

ภายในด้านหน้า Ora Black cat ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

ภายใน มาพร้อมกับการตกแต่งวัสดุคอลโซลแบบพลาสติกแข็ง แต่มีการเล่นสีตามขอบต่าง ๆ คันเกียร์แบบไฟฟ้า เบรกมือแบบไฟฟ้า หน้าจอสัมผัสบริเวณคอลโซล เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง โดยคันที่มาโชว์ในงานยังไม่ใช่เวอร์ชั่นประเทศไทยเนื่องจากตัวรถยังเป็นพวงมาลัยฝั่งซ้ายอยู่

ระบบขับเคลื่อน มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% โดยมีพละกำลัง 68 แรงม้า และสามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลสุด 405 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 102 Km/h

การวางจำหน่าย และราคา คาดว่า Ora Black Cat R1 จะวางจำหน่ายอย่างเร็ว คือปลายปี 2021 อย่างช้าคือต้นปี 2022 โดยคาดว่าราคาจะไม่เกิน 7 แสนบาท

Ora Good cat ด้านหน้า ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Ora Good cat ด้านหลัง ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Ora คันที่ 2 ในงานคือ Ora Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาด C Segment ที่มีหน้าตาที่น่ารัก และแปลกตา กับขนาดที่ถือว่าไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป โดยขนาดตัวรถจะถูกเทียบกับ Nissan Leaf Hyundai Ioniq Electric เป็นต้น

ภายนอก มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูสะดุดตา ด้วยไฟหน้าวงกลม แบบ Full LED พร้อม DRL แบบ LED ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายแบบ LED ที่มีดีไซน์ที่สะดุดตา และแปลกตา เพราะตัวไฟท้ายนั้นอยู่บนบริเวณกระจกตัวรถ โดยเป็นไฟท้ายแบบแนวยาว โดย Ora Good Cat ยังมาพร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว อีกด้วย โดยมาพร้อมกับสีตัวถังที่มีมาให้เลือก และหลากหลายในงาน อีกทั้งยังเพิ่มความหรูหราด้วยกรอบประตูแบบโครเมี่ยม

Ora Good cat ห้องโดยสารด้านหน้า ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

ภายใน Ora Good cat มาพร้อมภายในที่มีการตกแต่งด้วยสีที่สว่าง แต่ดูราคาแพง ด้วยวัสดุบนคอลโซลถูกหุ้มด้วยหนังกลับ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและปรับด้วยไฟฟ้า ทั้งเบาะผู้โดยสาร เบาะคนขับ นอกจากนี้ยังมี Memory Seat อีกด้วย หน้าจอเรือนไมล์ พร้อมระบบความบันเทิงขนาดใหญ่ โดยจะเป็นจอเชื่อมติดกัน พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น คันเกียร์แบบไฟฟ้า เบรกมือแบบไฟฟ้า ที่วางแขนบริเวณด้านหน้า พร้อมระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ  ระบบกุญแจแบบ Keyless Entry ปุ่มสตาร์ท Push Start พร้อมหลังคาแบบ Panoramic Sunroof โดยคันที่นำมาโชว์ในงานจะยังไม่ใช่เวอร์ชั่นขายจริงในเมืองไทยเนื่องจากตัวรถยังเป็นพวงมาลัยซ้ายอยู่

ระบบขับเคลื่อน มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% มีแรงม้าสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุดที่ 150 km/h โดยใช้แบตเตอรี่แบบ Lithium ion ที่มีความจุ 47.8 – 59.1 kwh โดยสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลที่สุด ที่ 401-501 km ตามลำดับ โดยเป็นการเทสตามหลักมาตรฐาน NEDC โดยตัวรถมีการขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า 2 ล้อเท่านั้น

เทคโนโลยีที่โดดเด่น และระบบความปลอดภัย คือ การจดจำใบหน้าผู้ขับ โดยตัวเซ็นเซอร์ จะถูกฝังอยู่ที่บริเวณพวงมาลัย ระบบเตือนป้ายจราจร ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ ส่วนนอกนั้น เช่นระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานถือว่าให้มาครบครันอย่างแน่นอน

การวางจำหน่าย Ora Good Cat จะถูกเปิดตัว และวางจำหน่าย พร้อมเปิดราคา ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้คาดว่า ปลายปี 2021 เราจะได้เป็นเจ้าของกันอย่างแน่นอน โดยตัวรถจะสามารถเลือกสีตัวรถภายนอก และสีภายในได้อีกด้วย

Ora Good car racing ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Ora Good car racing ด้านหลัง ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Ora คันที่ 3 คือ Ora Good Cat Racing ซึ่งก็คือการนำ Ora Good Cat มาตกแต่งตัวรถเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% สำหรับสนามแข่งนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ของรถแข่งได้เลยทีเดียว และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทาง GWM นำมาโชว์ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ณ Impact เมืองทองธานี

ภายนอก จะมีดีไซน์ที่เหมือน Ora Good Cat ทุกประการ แต่มีการตกแต่งด้วยชุดแต่งรอบคัน พร้อมติดสติ๊กเกอร์แบบรถแข่ง ด้านท้ายมาพร้อม สปอยเลอร์ขนาดใหญ่  พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาดใหญ่

POER ด้านหน้า ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

POER ด้านหลัง ณ งาน Motor Show 2021

Cr.Artorn Rattanasomchok

Poer แบรนด์สุดท้าย ที่ทาง GWM นำมาโชว์ภายในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ณ Impact เมืองทองธานี โดยเป็นการนำรถยนต์กระบะรุ่น Poer EV มาโชว์ตัวภายในงาน โดยรถกระบะรุ่นนี้เรียกได้ว่า ถ้านำมาขายในประเทศไทยจริง ๆ ถือว่าเป็นการพลิกวงการรถกระบะในเมืองไทยอย่างแน่นอน โดยโครงสร้างตัวรถมาพร้อมกับ Platform Pao บนพื้นฐาน P-Series P71 โดยในตลาดโลกถูกตั้งชื่อใหม่ว่า Poer

ภายนอก มีดีไซน์ที่ดูดุดันแต่เรียบหรู และเรียบง่าย ถ้าสังเกตดี ๆ ตัวรถจะมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกับรถกระบะที่ขายทางฝั่งอเมริกาของค่าย Toyota รุ่น Tundra โดยด้านหน้ามาพร้อมกับไฟหน้าแบบ Full LED มีกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบโครเมี่ยม พร้อมสัญลักษณ์ Pao ขนาดใหญ่บริเวณกระจังหน้า ตัวรถยังมาพร้อมไฟ DRL และไฟตัดหมอกแบบ LED บริเวณกันชนสีเงิน รอบคัน ด้านข้างมาพร้อมเส้นสายที่ดูเรียบง่าย พร้อมไฟเลี้ยวบริเวณกรัจกด้ายข้างแบบ โครเมียม ด้านท้าย มาพร้อมไฟท้ายขนาดใหญ่แบบ Full LED ที่มีดีไซน์ที่สะดุดตาแบบโคมใส พร้อมด้านในโคมตกแต่งด้วยกรอบสีดำ ฝากระบะท้ายแบบผ่อนแรง ที่มีดีไซน์สะดุดตา พร้อมตัวฝากระบะเองยังถือว่านับเป็นกระบะค่ายแรก ในเมืองไทยที่มีบันไดขึ้นกระบะท้าย สามารถรองรับน้ำหนักได้หลักร้อยกิโลกรัม พร้อมกันชนท้ายแบบโครเมียมสีเงินด้าน ทำให้เสริมความหรู ของตัวรถได้เป็นอย่างดี

ภายใน POER ณ งาน Motor Show 2021

Cr. pickup.gwm.com.cn

ภายใน มีดีไซน์ที่ดูดุดัน เรียบหรู และดูบึกบึน โดยตกแต่งด้วยวัสดุอย่างดี โดยบริเวณคอลโซล และแผงประตู หุ้มด้วยหนัง ที่มีคุณภาพดี บริเวณคอลโซลยังตกแต่งผิวมันวาวแบบลายไม้ ทั้งนี้บริเวณคอลโซลกลางยังมาพร้อมหน้าจอกลางขนาดใหญ่ พร้อมหน้าจอเรือนไมล์แบบ Full Digital พร้อมรองรับ การปรับอากาศแบบอัตโนมัติ คันเกียร์แบบไฟฟ้า พร้อมเบรกมือแบบไฟฟ้า พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นแบบ 4 ก้าน กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ ภายในปลอดโปร่งด้วยหลังคา Sunroof ภายในกว้างขวาง และนั่งสบายทั้งเบาะหน้า และเบาะหลัง ทั้งนี้ตัวเบาะยังหุ้มด้วยหนังคุณภาพดี และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า และผู้ขับขี่ยังสามารถปรับด้วยไฟฟ้าได้อีกด้วย โดยคันที่นำมาโชว์เป็นวัสดุภายในหนังสีน้ำตาล ผสมกับสีน้ำตาลอ่อน ๆ เพื่อเสริมความหรูหราให้กับตัวรถ กรอบแอร์ยังตกแต่งด้วยโครเมี่ยมสีเงินด้าน ทำให้ภายในตัวรถโดยรวมเสริมความหรูหราไปอีกแบบ

ระบบขับเคลื่อน ระบบเบรก ระบบช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อนมาพร้อมกับระบบไฟฟ้า โดยสามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 350 กิโลเมตร ระบบเบรกแบบ ดิสก์เบรก ทั้งล้อหน้า และล้อหลัง ทั้ง 4 ล้อ ระบบช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบแหนบเหนือเพลา ทำให้ตัวรถดูสูงสามารถรอดผ่านได้ในทุกอุปสรรค

ขนาดมิติตัวรถ มาพร้อมความยาว 5,437 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,958 มิลลิเมตร ความสูง 3,230 มิลลิเมตร ความยาวระยะฐานล้อ ยาว 3,230 มิลลิเมตร

การวางจำหน่าย คาดว่าตัวรถอาจจะมาวางจำหน่ายในไทยภายในปี 2022

เทคโนโลยีที่โดดเด่นของทาง GWM ใช้แพลตฟอร์มตัวรถแบบ Lemon ที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแรง อีกทั้งในงานยังโชว์เทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 2 ที่ประกอบด้วย ระบบช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากทางด้านข้าง ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ 3 รูปแบบที่ประกอบกับการประมวลผลด้วยกล้อง 360 องศา และสามารถถอยจอดรถได้ 3 รูปแบบคือ ถอยจอดแบบเข้าซอง ถอยจอดแบบขนาน และถอยจอดแบบเฉียง ระบบรักษาระยะห่างพร้อมควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบช่วยตรวจจับรถใหญ่ อาทิเช่น รถบรรทุกเมื่ออยู่ในเลนติดกัน ตัวรถจะสามารถรักษาระยะห่างตัวรถจากรถบรรทุกจากทางด้านข้างได้ เป็นต้น

สรุปรถที่เตรียมจำหน่ายในไทย ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ณ Impact เมืองทองธานี บูธ GWM มีรถยนต์มาโชว์พร้อมเทคโนโลยีมากมาย โดยรุ่นแรกคือ กับ Haval โดย Haval รุ่นแรกที่จะนำมาจำหน่ายและถูกเปิดตัวในงานเป็นครั้งแรกในโลกนั่นคือรุ่น Haval H6 HEV หรือเวอร์ชั่น Hybrid ของ H6 นั่นเอง โดยตัวรถมีขนาดเป็น C-D Segment SUV โดยถ้าเทียบกับคู่แข่งแล้วจะเทียบได้กับ Honda CR-V Nissan X-Trail Mazda CX-5 หรือแม้กระทั่งคู่แข่งสัญชาติเดียวกันอย่าง MG HS ภายนอก มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูหรูหรา ดูไม่เหมือนรถจีนมาพร้อมกับกระจังหน้า โครเมี่ยมขนาดใหญ่ ไฟหน้าแบบ Full LED ไฟท้ายแบบ Full LED ด้านข้างตัวรถมีเส้นสายที่เรียบง่าย แต่ดูหรูหราด้วย กรอบโครเมี่ยมบริเวณกระจกทั้ง 2 ฝั่ง ด้านท้ายนอกจากไฟ Full LED ภายใน มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูหรูหรา ด้วยวัสดุตกแต่งที่บ่งบอกถึงคุณภาพ เริ่มจาก วัสดุบนตัวคอลโซลมีการหุ้มด้วยหนัง สีดำ และสีขาว และผสมกับพลาสติกสี Rose Gold ที่วางแขนด้านหน้าสีขาวขนาดใหญ่ หน้าจอกลางขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหน้าจอที่บอกสถานะของตัวรถ พร้อมระบบความบันเทิงแบบจัดเต็ม ระบบความปลอดภัย ที่โดดเด่นคือระบบช่วยถอยเข้าจอดอัตโนมัติแบบ 3 รูปแบบ คือ จอดแบบเข้าช่อง จอดแบบขนาน และจอดแนวเฉียง เป็นต้น ส่วนระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานถือว่ามีมาให้ครบครัน การเปิดตัวพร้อมขาย จะเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 2 ภายในเดือนมิถุนายน ของปีนี้ คันที่ 2 คือ Ora Good Cat รถยนต์ไฟฟ้า 100% ขนาด C Segment ที่มีหน้าตาที่น่ารัก และแปลกตา กับขนาดที่ถือว่าไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป โดยขนาดตัวรถจะถูกเทียบกับ Nissan Leaf Hyundai Ioniq Electric เป็นต้น ภายนอก มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูสะดุดตา ด้วยไฟหน้าวงกลม แบบ Full LED พร้อม DRL แบบ LED ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายแบบ LED ที่มีดีไซน์ที่สะดุดตา และแปลกตา เพราะตัวไฟท้ายนั้นอยู่บนบริเวณกระจกตัวรถ โดยเป็นไฟท้ายแบบแนวยาว ภายใน Ora Good cat มาพร้อมภายในที่มีการตกแต่งด้วยสีที่สว่าง แต่ดูราคาแพง ด้วยวัสดุบนคอลโซลถูกหุ้มด้วยหนังกลับ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง และปรับด้วยไฟฟ้า ทั้งเบาะผู้โดยสาร และคนขับ และมี Memory Seat อีกด้วย หน้าจอเรือนไมล์ พร้อมระบบความบันเทิงขนาดใหญ่ โดยจะเป็นจอเชื่อมติดกัน พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น คันเกียร์แบบไฟฟ้า เบรกมือแบบไฟฟ้า เทคโนโลยีที่โดดเด่น และระบบความปลอดภัย คือ การจดจำใบหน้าผู้ขับ โดยตัวเซ็นเซอร์ จะถูกฝังอยู่ที่บริเวณพวงมาลัย ระบบเตือนป้ายจราจร ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ ส่วนนอกนั้น เช่นระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานถือว่าให้มาครบครันอย่างแน่นอน การวางจำหน่าย Ora Good Cat จะถูกเปิดตัว และวางจำหน่าย พร้อมเปิดราคา ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้คาดว่า ปลายปี 2021 เราจะได้เป็นเจ้าของกันอย่างแน่นอน โดยตัวรถจะสามารถเลือกสีตัวรถภายนอก และสีภายในได้อีกด้วย เป็นต้น และนี่คือทั้งหมดจาก บูธ GWM ในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 42 ณ Impact เมืองทองธานี

ป้ายกำกับ: