Hyundai Veloster สปอร์ตแฮทช์แบ็กจากแดนกิมจิ เท่ ลงตัวในทุกมิติ

Home / Cars / Hyundai Veloster สปอร์ตแฮทช์แบ็กจากแดนกิมจิ เท่ ลงตัวในทุกมิติ
Cr: www.hyundai.com  ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์จากประเทศเกาหลี หลายคนน่าจะนึกถึงแบรนด์ดังอย่าง “ฮุนได” มาเป็นอันดับแรกๆ เพราะด้วยยุคสมัยปัจจุบันที่ซีรีส์เกาหลีกำลังฟีเวอร์ ถึงขนาดทำเอาบรรดาวัยรุ่นนั่งดูแบบอดหลับอดนอนตาดำเป็นหมีแพนด้านั้น ฮุนได คือแบรนด์ที่เราเห็นกันในหลายๆ…

Cr: www.hyundai.com 

ถ้าจะให้พูดถึงรถยนต์จากประเทศเกาหลี หลายคนน่าจะนึกถึงแบรนด์ดังอย่าง “ฮุนได” มาเป็นอันดับแรกๆ เพราะด้วยยุคสมัยปัจจุบันที่ซีรีส์เกาหลีกำลังฟีเวอร์ ถึงขนาดทำเอาบรรดาวัยรุ่นนั่งดูแบบอดหลับอดนอนตาดำเป็นหมีแพนด้านั้น ฮุนได คือแบรนด์ที่เราเห็นกันในหลายๆ เรื่องมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถเอสยูวี รถเพื่อการพาณิชย์ ฯลฯ โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงเจ้า Hyundai Veloster สปอร์ตแฮทช์แบ็กสุดเท่ที่เคยเข้ามาทำตลาดในบ้านเราอยู่พักนึง แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก ซึ่งเราจะอิงจากตลาดของประเทศออสเตรเลียเป็นหลัก เพราะมีรุ่นย่อยจำหน่ายครอบคลุมที่สุดในทวีปเอเชีย ลองไปดูกันว่าจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง

สีของ Hyundai Veloster

รีวิว Hyundai Veloster สีแดง

Ignite Flame

รีวิว Hyundai Veloster สีขาว

Premium Chalk White

รีวิว Hyundai Veloster สีเทา

Dark knight

รีวิว Hyundai Veloster สีดำ

Phantom black

รีวิว Hyundai Veloster สีเทาอ่อน

Lake Silver (มีเฉพาะรุ่น Veloster)

ราคาของ Hyundai Veloster จากการคำนวณคร่าวๆ โดยไม่รวมภาษีนำเข้า ดังนี้

  • Hyundai Veloster เริ่มต้นประมาณ 777,000 บาท
  • Hyundai Veloster Turbo เริ่มต้นประมาณ 922,000 บาท
  • Hyundai Veloster Turbo Premium เริ่มต้นประมาณ 1,006,500 บาท

มิติตัวถังของ Hyundai Veloster

ความกว้าง: 1,800 มม.

ความยาว: 4,240 มม.

ความสูง: 1,409 มม.

รูปลักษณ์ภายนอกของ Hyundai Veloster

รีวิว Hyundai Veloster ภายนอก รีวิว Hyundai Veloster กระจังหน้า รีวิว Hyundai Veloster ล้อ รีวิว Hyundai Veloster ด้านหลัง รีวิว Hyundai Veloster ท่อไอเสีย รีวิว Hyundai Veloster sunroof

Cr: www.hyundai.com 

เริ่มกันที่ดีไซน์ภายนอกของเจ้า Hyundai Veloster ที่ถูกออกแบบมาได้อย่างโฉบเฉี่ยวให้อารมณ์สปอร์ตแบบเต็มขั้นสำหรับรถแฮทช์แบ็ก ดึงดูดสายตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยรูปทรงเส้นสายของตัวถังที่มีมิติคมชัด เริ่มจากกระจังหน้าขนาดใหญ่มองเห็นได้อย่างชัดเจนซึ่งในรุ่นธรรมดาจะเป็นเส้นแนวนอน มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ในขณะที่รุ่น Turbo จะเป็นลายตาข่ายเพิ่มความสปอร์ตขึ้นไปอีก มาพร้อมกับไฟหน้า LED ซึ่งทั้งสองรุ่นจะมีไฟ Daytime Running Lights มาให้ทั้งคู่ ส่วนด้านข้างก็จะมาพร้อมกับมือเปิดประตูแบบซ่อนไปกับขอบกระจกอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น ในขณะที่ด้านหลังจะคล้ายกันทั้งสองรุ่น แตกต่างกันตรงที่รุ่น Turbo จะได้ไฟท้ายแบบ LED กับปลายท่อไอเสียคู่ และปิดท้ายด้วยความพิเศษของรุ่น Turbo Premium ที่ให้ Full-width glass sunroof กระจกซันรูฟบานกว้างเพิ่มอารมณ์การขับขี่มาให้ด้วย

ภายในห้องโดยสารของ Hyundai Veloster

รีวิว Hyundai Veloster ภายใน รีวิว Hyundai Veloster หน้าปัด

Cr: www.hyundai.com 

สำหรับภายในห้องโดยสารของ Hyundai Veloster ก็ดีไซน์ออกมาให้เข้ากับภายนอกของตัวรถนั่นก็คือ ให้อารมณ์สปอร์ตเพิ่มความน่าขับขี่ให้กับผู้ใช้งาน เริ่มจากเบาะหนังสีดำตัดกับด้ายสีแดงสำหรับรุ่น Turbo และ Turbo Premium ในขณะที่รุ่นธรรมดาจะเป็นด้ายสีน้ำเงิน ส่วนพวงมาลัยจะเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ซึ่งจะใช้คู่สีเดียวกันกับเบาะนั่ง ต่อกันที่ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ที่มาพร้อมกับระบบการกำจัดไอน้ำอัตโนมัติ ส่วนหน้าปัดของรุ่นธรรมดาจะเป็นแบบ TFT LCD ขนาด 3.5 นิ้ว ในขณะที่รุ่น Turbo จะมีขนาดใหญ่กว่าที่ 4.2 นิ้ว ซึ่งรุ่น Turbo Premium จะพิเศษกว่าใครเพื่อนตรงที่มีระบบ Head-Up Display ด้านบนแดชบอร์ดมาให้ รวมไปถึงระบบการชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย


ระบบความบันเทิงของ Hyundai Veloster

รีวิว Hyundai Veloster ระบบความบันเทิง รีวิว Hyundai Veloster จอภาพ

Cr: www.hyundai.com 

ต่อกันที่ระบบความบันเทิงกันบ้าง สำหรับทั้งรุ่นธรรมดากับเทอร์โบจะให้ฟีเจอร์หลักๆ มาใกล้เคียงกัน เริ่มจากระบบเชื่อมต่อไร้สายแบบบลูทูธ รวมไปถึงระบบมาตรฐานที่รถในปัจจุบันแทบทุกรุ่นต้องมีนั่นก็คือ Apple CarPlay และ Android Auto ซึ่งสามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ทั้งคู่ สำหรับข้อแตกต่างจะเป็นระบบนำทางดาวเทียมที่รุ่นธรรมดาไม่มี จอทัชสกรีนรุ่นธรรมดามีขนาด 7 นิ้ว ในขณะที่รุ่น Turbo เป็น 8 นิ้ว สามารถดูข้อมูลเครื่องยนต์ผ่านหน้าจออย่างเช่น เทอร์โบบูสท์ ได้ และสุดท้ายคือจำนวนลำโพงที่รุ่นธรรมดามี 6 ตัว ส่วนรุ่น Turbo เป็นระบบ Infinity™ ลำโพงรอบทิศทาง 8 ตัว

ขุมพลังเครื่องยนต์ของ Hyundai Veloster

เครื่องยนต์ Hyundai Veloster รีวิว Hyundai Veloster เครื่องยนต์

Cr: www.hyundai.com 

ส่วนเครื่องยนต์จะมี 2 แบบ เริ่มจากรุ่นธรรมดาที่ใช้เครื่องยนต์ 2.0 MPi ความจุ 1,999 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 149 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ได้ 2 แบบคือ ธรรมดาและอัตโนมัติแบบ 6 สปีด ในขณะที่รุ่น Turbo กับ Turbo Premium จะใช้เครื่องขนาดเล็กกว่าอย่าง 1.6 T-GDi ความจุ 1,591 ซีซี แต่มีระบบเทอร์โบชาร์จเจอมาให้ช่วยให้มีขุมกำลังที่แรงกว่า ไล่ตั้งแต่จำนวนแรงม้าที่ให้มาถึง 204 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 265 นิวตันเมตร ที่ 1,500-4,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติแบบดูอัลคลัทช์ 7 สปีด

ระบบความปลอดภัยของ Peugeot 3008

ปิดท้ายกันกับระบบความปลอดภัยที่ทาง Hyundai ก็ได้ให้มาแบบครบถ้วนตั้งแต่ระบบพื้นฐานไปจนถึงเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ ได้แก่

รีวิว Hyundai Veloster ระบบความปลอดภัย ระบบความปลอดภัย Hyundai Veloster

Cr: www.hyundai.com 


  • ถุงลมนิรภัยด้านหน้า (สำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า)
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง (สำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า)
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง (แถวหน้าและหลัง)
  • เข็มขัดนิรภัย พร้อมระบบดึงกลับ (สำหรับที่นั่งตอนหน้าและหลัง)
  • แท่นยึดสำหรับติดตั้งเบาะเด็กแบบ ISO-FIX
  • ระบบเบรก ABS
  • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tyre Pressure Monitoring System)
  • กล้องถอยหลัง พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะทั้งด้านหน้าและหลัง
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับขี่เหนื่อยล้า (Driver Attention Warning)
  • ระบบป้องกันการชนด้านหน้า (Forward Collision-Avoidance Assist)
  • ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keep Assist)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น Turbo และ Turbo Premium)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (เฉพาะรุ่น Turbo และ Turbo Premium)
  • ระบบช่วยเตือนรถถอยหลังออกจากที่จอดรถ (เฉพาะรุ่น Turbo และ Turbo Premium)
  • ระบบสมาร์ทครุยส์คอนโทรล (เฉพาะรุ่น Turbo และ Turbo Premium)

สรุป

สุดท้ายนี้สำหรับเจ้า Hyundai Veloster นั้นถือเป็นรถสปอร์ตแฮทช์แบ็กที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้หลากหลายด้าน ทั้งสำหรับคนที่อยากจะหารถใช้งานดีๆ ในเมืองสักคัน ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มาก มีความคล่องแคล่วปราดเปรียวสมตัว สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ครบมีให้เลือกถึง 2 แบบ ซึ่งทำได้น่าพอใจทั้งคู่ รวมไปถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบความบันเทิงก็ได้ให้มาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊กสเปค แถมยังให้ในเรื่องของรูปทรงที่ดูแล้วสปอร์ตโฉบเฉี่ยวไม่เหมือนรถแฮทช์แบ็กทั่วไป มีความเท่ลงตัวในทุกมิติ สามารถดึงดูดสายตาผู้พบเห็นยามอยู่บนท้องถนนได้ดีเลยครับ

ป้ายกำกับ: