Lexus LS 2021 vs Mercedes-Benz S-Class 2021 สุดยอดซีดานระดับเรือธง จัดเต็มความหรูและสะดวกสบาย มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและการขับขี่อันนุ่มนวล

Home / Cars / Lexus LS 2021 vs Mercedes-Benz S-Class 2021 สุดยอดซีดานระดับเรือธง จัดเต็มความหรูและสะดวกสบาย มาพร้อมเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและการขับขี่อันนุ่มนวล
เลกซัสเป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่สถาปนาตัวเองเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียมเทียบได้กับแบรนด์รถหรูจากเยอรมันอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยรถเก๋งซีดานเรือธงของค่ายก็คือ LS ที่มาพร้อมกับขนาดตัวอันใหญ่โต ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบความปลอดภัยสุดล้ำ และการตกแต่งที่หรูหราไฮโซที่สุด แน่นอนว่ามันคือผู้ท้าชิงของ Mercedes-Benz…

เลกซัสเป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่สถาปนาตัวเองเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียมเทียบได้กับแบรนด์รถหรูจากเยอรมันอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยรถเก๋งซีดานเรือธงของค่ายก็คือ LS ที่มาพร้อมกับขนาดตัวอันใหญ่โต ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย ระบบความปลอดภัยสุดล้ำ และการตกแต่งที่หรูหราไฮโซที่สุด แน่นอนว่ามันคือผู้ท้าชิงของ Mercedes-Benz S-Class สุดยอดซีดานหรูขนาดใหญ่รุ่นยอดนิยมของโลกใบนี้ การแข่งขันครั้งนี้เรียกว่าสมศักดิ์ศรีเพราะญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความประณีตละเมียดละไม รถยนต์หรูของพวกเขาเปรียบดั่งงานศิลป์ชิ้นเอก ในขณะที่รถหรูจากเยอรมันก็ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปถึงความประณีตหรูหราและคุณภาพที่ดี

ทั้ง LS และ S-Class ต่างก็มีวางจำหน่ายในเมืองไทยให้ผู้บริหารกระเป๋าหนักได้มีโอกาสเป็นเจ้าของ รถทั้ง 2 รุ่นยังมีรุ่นย่อยหลายระดับและมีเครื่องยนต์หลายแบบให้ลูกค้าเลือก

บทความนี้จะมารีวิวเปรียบเทียบรถซีดานหรูรุ่นเรือธงของทั้ง 2 แบรนด์โดยจับเอารุ่นที่มีราคาสูงที่สุดมาเทียบกัน ได้แก่ LS 500h Executive Pleat ราคา 15.86 ล้านบาท กับ S 560 e AMG Premium ราคา 6.999 ล้านบาท เห็นราคาแล้วอย่าเพิ่งตกใจ ที่ LS 500h แพงขนาดนี้เพราะเป็นรถ Made in Japan นำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งคัน ราคาเลยค่อนข้างสูงมาก ขณะที่ 560e เป็นรถประกอบในประเทศไทยจึงมีราคาที่ถูกกว่ามาก มาดูกันว่ารถหรูทั้ง 2 รุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจ และแต่ละคันจะเหมาะกับใครบ้าง?

S 560 e AMG Premium กำลังขับอยู่บนถนน

Cr. media.daimler.com

รูปลักษณ์ภายนอก

ซีดานหรูทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับภาพลักษณ์ความหรูหราขั้นสูงสุด การตกแต่งภายนอกมากันคนละแนวทาง โดย LS 500h จะมีความหรูหราประณีตสง่างามตามสไตล์รถซีดานดั้งเดิม มีความสมส่วน คลาสสิก และผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ในส่วนของ S 560 e จะมีความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวดูวัยรุ่นมากกว่าจากแพ็คเกจตกแต่งภายนอกแบบ AMG

LS 500h โดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรง Spindle grille ลวดลายสามมิติขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าเป็นระบบ Ultra-small 3-eye Bi-Beam LED 16 หลอด พร้อมไฟ LED Daytime Running Light รูปตัว L ดีไซน์เฉียบคม มีช่องรับอากาศ 2 ฝั่งของกันชนหน้า ตัวถังด้านข้างมีการตกแต่งด้วยแถบโครเมียมที่ชายล่างของประตู รวมถึงกระจกมองข้าง มือเปิดประตู และกรอบกระจกหน้าด้วย ท้ายรถมาพร้อมกับความเฉียบคมด้วยไฟท้ายแบบ Combination Full LED มีแถบโครเมียมเชื่อมต่อระหว่างไฟทั้ง 2 ฝั่ง และตกแต่งกันชนท้ายตกแต่งด้วยแถบโคมเมียมที่ชายล่างเพิ่มความหรูหรา

S 560 e มาพร้อมกับกระจังหน้าโครเมียม เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งภายนอก AMG Bodystyling ที่ประกอบด้วยกันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้างแบบสปอร์ต สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิเปอร์เบรก และปลายท่อไอเสียคู่ ไฟหน้าเป็นระบบ MULTIBEAM LED พร้อมไฟ Daytime Running Light   ดีไซน์สวยงาม ไฟท้ายเป็นแบบ LED พร้อมเทคโนโลยี Fibre Optic สว่างและสวยงามยิ่งขึ้น มีการตกแต่งเพิ่มความหรูหราด้วยกรอบกระจกหน้าต่างโครเมียม และแถบโครเมียมที่ฝากระโปรงท้าย

Lexus LS 500h Executive Pleat ด้านหน้า

Cr. Lexus Thailand

S 560 e AMG Premium ด้านหน้า

Cr. media.daimler.com

ระบบไฟหน้าของรถทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่แพ้กัน ไฟหน้าของ LS 500h มีระบบส่องสว่างหน้าอัจฉริยะแบบ BladeScan AHS ให้ลำแสงไฟสูงที่่กว้างและให้สีที่่เป็นธรรมชาติ สามารถปรับองศาการส่องสว่างในมุมต่ำ พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบทำความสะอาดไฟหน้า Headlamp Washer และไฟเลี้ยวหน้า-หลัง แบบ Sequential หรือไฟวิ่งด้วย

ไฟหน้า MULTIBEAM LED ของ S 560 e มีความสามารถที่โดดเด่น สามารถคำนวณระดับความสว่างได้อัตโนมัติ ปรับให้แสงมีความสว่างเต็มพื้นที่เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด และยังพ่วงฟังก์ชั่น ULTRA RANGE Highbeam ที่สาสมารถปรับความยาวของลำแสงไฟหน้าให้ส่องได้ไกลกว่า 650 เมตร นอกจากนี้ยังมีระบบปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง Cornering Light ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam Assist และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ

ไฟหน้าฝั่งซ้ายของ Lexus LS 500h Executive Pleat

Cr. Lexus Thailand

ไฟหน้าฝั่งซ้ายของ S 560 e AMG Premium

Cr. Mercedes-Benz Thailand

มิติตัวถังของ LS 500h ยาว 5,235 มม. กว้าง 1,900 มม. สูง 1,450 มม.

ส่วน S 560 e ยาว 5,259 มม. กว้าง 1,899 มม. สูง 1,494 มม.

โดยรวมถือว่ามีความใกล้เคียงกัน แต่ LS 500h จะได้เปรียบตรงที่มีระยะฐานล้อยาวกว่าคือ 3,125 มม.ซึ่ง S 560 e มีระยะฐานล้อสั้นกว่าที่ 3,035 มม. นั่นหมายความว่าพื้นที่ช่วงขาของเบาะนั่งตอนหลังใน LS 500h จะมีมากกว่า S 560 e

Lexus LS 500h Executive Pleat ด้านข้าง

Cr. Lexus Thailand

ด้านข้างของ S 560 e AMG Premium ฝั่งขวา

Cr. media.daimler.com

รถทั้ง 2 รุ่นติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วมาเป็นมาตรฐานเหมือนกัน ลายล้อของ LS 500h จะดูพรีเมียมหรูหรา ส่วนของ S 560 e เป็นล้อลายสปอร์ตของ AMG ในส่วนของยาง LS ใช้ยางขนาด 245/45 R20 ทั้ง 4 ล้อ ส่วน S 560 e ใช้ยางแบบรันแฟลต ล้อหน้าขนาด 245/45 R20 ล้อหลังขนาด 275/35 R 20 ยางหลังที่กว้างกว่าจะได้เปรียบในเรื่องการยึดเกาะและเสถียรภาพการขับขี่ที่ดีกว่า

ล้อแม็กของ Lexus LS 500h Executive Pleat

Cr. Lexus Thailand

ล้อแม็กของ S 560 e AMG Premium ด้านหน้าฝั่งซ้าย

Cr. Mercedes-Benz Thailand

อุปกรณ์มาตรฐานภายนอกของรถทั้ง 2 รุ่นใส่มาแบบจัดเต็มสมกับเป็นรถเรือธงของค่าย สิ่งที่มีเหมือนกันในรถทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ หลังคาซันรูฟไฟฟ้า (ของ S 560 e มีขนาดใหญ่กว่า), ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่นเปิด-ปิดแบบแฮนด์ฟรี, ระบบล็อก-ปลดล็อกรถแบบ Keyless, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว, กระจกมองข้างแบบตัดแสงสะท้อน, กระจกมองข้างปรับและพับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมปรับมุมต่ำอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง, ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ และฟังก์ชั่นช่วยลดแรงกระแทกเมื่อปิดประตู Soft Close สิ่งที่ LS 500h เหนือกว่าคือมีระบบไล่ฝ้าที่กระจกมองข้างเพิ่มเข้ามา กระจกหน้าต่างรอบคันรถเป็นแบบตัดแสง UV พร้อมดูดซับเสียง และมีไฟส่องพื้นบริเวณประตูรถ

Lexus LS 500h Executive Pleat ด้านข้างฝั่งซ้าย

Cr. Lexus Thailand

ท้ายรถ S 560 e AMG Premium

Cr. media.daimler.com

ภายในห้องโดยสาร

ซีดานหรูทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับห้องโยสารที่กว้างขวางโออ่าและเต็มไปด้วยการตกแต่งสุดประณีต วัสดุและงานประกอบชิ้นส่วนต่างๆ อยู่ในขั้นไร้ที่ติ

ในเรื่องความหรูหราอลังการนั้นต้องยกให้ LS 500h ชนะเลิศไปเพราะมีการตกแต่งด้วยวัสดุหรูหรามากมายทั่วทั้งห้องโดยสาร และมีบรรยากาศโดยรวมที่หรูกว่าอย่างเห็นได้ชัด แดชบอร์ดและคอนโซลกลางหุ้มหนังบุนุ่มคุณภาพดี แผงประตููหุ้มหนังแบบจีบพร้อมประดับด้วยแก้วเจียระไนสุดหรู หัวเกียร์และพวงมาลัยหุ้มหนัง เบาะนั่งหุ้มหนัง และยังมีไฟเรืองแสงรอบห้องโดยสาร Ambient Light สำหรับสร้างบรรยากาศสุดหรู

ห้องโดยสารของ S 560 e จะไม่หรูหราเท่า แดชบอร์ด แผงประตู และคอนโซลกลาง หุ้มหนัง Nappa ตกแต่งด้วยลายไม้ High-gloss black poplar wood trim หลังคาภายในหุ้มด้วย DINAMICA microfibre พวงมาลัยหุ้มหนัง Nappa ชุดคันเร่งและแป้นเบรกเป็นแบบสปอร์ต จุดเด่นคือมีไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้ 64 สี สวยงามวิบวับมากกว่า

Lexus LS 500h Executive Pleat ห้องโดยสารด้านหน้า

Cr. Lexus Thailand

ห้องโดยสารด้านหน้าของ S 560 e AMG Premium

Cr. media.daimler.com

เบาะนั่งของ LS 500h มาพร้อมกับฟังก์ชั่นความสะดวกสบายที่ล้นเหลือมากๆ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 28 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่ง ระบบปรับอุ่นและเป่าลมระบายอากาศ ฟังก์ชั่นนวด และมีระบบเบาะยกตัวเลื่อนรองรับอัตโนมัติ เบาะนั่งตอนหลังปรับไฟฟ้า 22 ทิศทาง มีระบบนวดผ่อนคลายพร้อมฟังก์ชั่นกดจุดแบบร้อน เบาะนั่งตอนหลังด้านซ้ายสามารถปรับเพิ่มพื้นที่วางขาได้สูงสุด 1,020 มม. พร้อมมีที่วางขาปรับไฟฟ้า และมีระบบปรับอุ่นและเป่าลมระบายอากาศ

เบาะนั่งของ S 560 e หุ้มหนัง Exclusive Nappa ตัดเย็บลาย diamond design ปรับไฟฟ้าพร้อมระบบบันทึกตำแหน่งทุกที่ที่นั่ง มีฟังก์ชั่นอุ่นและระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลัง มีฟังก์ชันนวด 6 รูปแบบ เบาะผู้โดยสารด้านหลังฝั่งซ้ายมีที่รองขาแบบปรับระดับพร้อมด้วยที่วางเท้า และสามารถปรับเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าให้เลื่อนไปด้านหน้าได้อีก 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. เพื่อเพิ่มพื้นที่นั่ง

ห้องโดยสารด้านหลัง Lexus LS 500h Executive Pleat

Cr. Lexus Thailand

ห้องโดยสารด้านหลังของ S 560 e AMG Premium

Cr. Mercedes-Benz Thailand

รถทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นปรับระดับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทางขึ้น-ลง-เข้า-ออก (ของ Se560 e เป็นแบบสปอร์ตฐานตัด) มีแป้นแพดเดิลชิฟท์ที่ด้านหลังพวงมาลัย ในส่วนของแผงหน้าปัดเรือนไมล์เป็นจอดิจิตอลเต็มรูปแบบ แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน โดยมีขนาดจอ 12.3 นิ้วเหมือนกัน และมีหน้าจอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า Head-up Display มาให้เหมือนกันทั้งคู่

ระบบปรับอากาศข้องรถทั้ง 2 รุ่นเป็นแบบอัตโนมัติแยกปรับอุณหภูมิอิสระ 4 โซน พร้อมระบบฟอกอากาศ มีม่านบังแดดไฟฟ้าที่ประตูหลังซ้าย-ขวาและกระจกบานหลัง เบาะหลังของ LS 500h มาพร้อมคอนโซลกลางที่มีหน้าจอสัมผัสสำหรับปรับอุณหภูมิแอร์และปรับฟังก์ชั่นการทำงานของเบาะนั่ง พร้อมช่องวางขวดน้ำ ขณะที่ S 500 e มีปลั๊กไฟ 220V สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

เรือนไมมล์ของ Lexus LS 500h Executive Pleat

Cr. Lexus Thailand

หน้าจอ Infotainment และ เรือนไมล์ของ S 560 e AMG Premium

Cr. media.daimler.com

ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารอื่น ๆ ก็ใส่มาให้ครบครัน อาทิเช่น เบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่น Hold ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เซ็นทรัลล็อกแบบอัตโนมัติ กระจกมองหลังแบบตัดแสง แท่นชาร์จมือถือไร้สาย เป็นต้น LS 500h มีระบบต้อนรับพร้อมปรับเลื่อนตำแหน่งพวงมาลัยอัตโนมัติเมื่อก้าวขึ้น – ก้าวลงจากรถ รวมถึงมีระบบปรับเอนเบาะหลังพร้อมปรับพนักพิงศีรษะให้ต่ำลงโดยอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง และมีกระจกมองหลังดิจิตอล ส่วน S 560 e ระบบ Energizing Comfort Control ควบคุมสภาวะแวดล้อมภายในห้องโดยสาร

ระบบแอร์ Lexus LS 500h Executive Pleat

Cr. Lexus Thailand

ระบบ Energizing Comfort Control ของ S 560 e AMG Premium

Cr. Mercedes-Benz Thailand

ระบบความบันเทิง

LS 500h มาพร้อมกับระบบความบันเทิงหน้าจอ EMV (Electro Multi-Vision) ขนาด 12.3 นิ้ว มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครันรวมถึงเครื่องเล่นแผ่น Blu-ray ช่องใส่ SD card และช่อง HDMI รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth มีระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ผู้ขับขี่สามารถควบคุมเมนูบนหน้าจอได้จากแผงปุ่มควบคุมการสั่งการแบบสัมผัสที่บริเวณคอนโซลกลาง สำหรับผู้โยสารด้านหลังจะมีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว 2 จอ มาให้ จอนี้สามารถปรับตำแหน่งอัตโนมัติให้เหมาะสมกับตำแหน่งของเบาะนั่งได้ ในส่วนของระบบเสียงเป็นชุดเครื่องเสียงรอบทิศทางจากแบรนด์ Mark Levinson มาพร้อมลำโพง 23 ตำแหน่ง ระบบเสียงสามมิติ 16 ช่องทาง และเทคโนโลยีเสียงรอบทิศทาง QLI (Quantum Logic Immersion) รับประกันคุณภาพเสียงระดับสุดยอด

ระบบความบันเทิงของ S 560 e แสดงผลบนหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว เช่นกัน มีฟังก์ชั่นการใช้งานพื้นฐานที่ครบครัน มีระบบแผนที่นำทางเนวิเกเตอร์ รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Andriod Auto และ Apple CarPlay รองรับการสั่งการด้วยเสียง LINGUATRONIC และรองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่น Mercedes Me Connect ผู้ขับสามารถควบคุมหน้าจอแสดงผลได้จากแป้นควบคุมแบบสัมผัสที่บริเวณคอนโซลกลาง สำหรับผู้โดยสารด้านหลังจะมีจอแสดงผลแบบสัมผัส 2 ตำแหน่งพร้อมรีโมทควบคุม เครื่องเล่น Blu-ray และแถมหูฟังแบบไร้สาย Bluetooth มาให้ 2 ชุด ในส่วนของระบบเสียงเป็นแบบรอบทิศทางจากแบรนด์ Burmester Surround Sound System ให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน

หน้าจอ Infotainment ของ Lexus LS 500h Executive Pleat

Cr. Lexus Thailand

หน้าจอ Infotainment ของ S 560 e AMG Premium

Cr. media.daimler.com

ขุมพลังเครื่องยนต์

 หัวใจแห่งการขับเคลื่อนของยานยนต์หรูทั้ง 2 รุ่นคือขุมพลังเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ทรงพลัง โดย LS 500h มาพร้อมกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Lexus Multi Stage Hybrid System เป็นการทำงานผสานกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 3.5 ลิตร 299 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 356 นิวตันเมตร กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า 300 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แรงดันไฟฟ้า 310.8V รวมกำลังทั้งระบบ 359 แรงม้า (PS) ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหลัง

S 560 e มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 367 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร รวมกำลังทั้งระบบจะได้ 489 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-Tronic Plus

เครื่องยนต์ของ Lexus LS 500h Executive Pleat

Cr. Lexus Thailand

เครื่องยนต์ของ S 560 e AMG Premium

Cr. media.daimler.com

ในด้านสมรรถนะ LS 500h เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 250 กม./ชม. ส่วน S 560 e เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ไวกว่าเล็กน้อยที่ 5.0 วินาที ความเร็วสูงสุดทำได้ 250 กม./ชม. เท่ากัน รถทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับระยะทางขับขี่ในโหมดใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ราว 50 กม. มีโหมดขับขี่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ Eco ไปยัง Sport รวมถึงมีโหมดปรับการทำงานของระบบไฮบริดที่ผู้ขับสามารถเลือกได้ตั้งแต่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน หรือให้เครื่องยนต์คอยช่วยชาร์จไฟเข้าไปเก็บที่แบตเตอรี่ ซึ่งการสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้านั้นแทบจะไม่รู้สึก

S 560 e AMG Premium กำลังขับรถลอดใต้สะพาน

Cr. media.daimler.com

รถหรูทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับช่วงล่างถุงลมที่มอบประสบการณ์ความนุ่มสบายขั้นสูงสุด ทั้งยังมีความหนึบ เกาะถนน ให้การทรงตัวที่ดีทั้งตอนขับความเร็วสูงและตอนเข้าโค้ง ช่วงล่างยังสามารถแปรผันความแข็ง-อ่อนได้ตามโหมดขับขี่ และดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดีมาก LS 500h มีระบบปรับความสูง-ต่ำของช่วงล่างเพื่ออำนวยความสะดวกในขณะเข้า-ออกรถด้วย

ระบบพวงมาลัยในรถทั้งรุ่นเป็นแบบพาวเวอร์ไฟฟ้าที่มีจุดเด่นเรื่องน้ำหนักที่เบา นุ่มนวล บังคับควบคุมได้ง่าย ช่วยเพิ่มความสบายขณะขับขี่ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังแปรผันความหนืดตามความเร็วที่ขับด้วย ขับช้าพวงมาลัยจะเบาพอขับเร็วพวงมาลัยจะหนืดมากขึ้น ให้ความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น

ระบบเบรกของรถทั้ง 2 รุ่นเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ มาพร้อมประสิทธิภาพการเบรกที่ดีเยี่ยม การตอบสนองนุ่มนวล ควบคุมน้ำหนักการเบรกได้ง่าย  ทั้งยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานอย่าง ระบบป้องกันล้อล็อค ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA ครบครัน

Lexus LS 500h Executive Pleat รักษาระยะห่างจากคันหน้า

Cr. Lexus Thailand

เทคโนโลยีช่วยขับขี่และระบบความปลอดภัย

 ในฐานะที่เป็นรถหรูระดับเรือธงของค่าย ซีดานหรูทั้ง 2 รุ่นจึงใส่เทคโนโลยีช่วยการขับขี่ขั้นสูงที่ดีที่สุดเข้ามาเป็นมาตรฐานแบบล้นคัน LS 500h มาพร้อมกับเทคโนโลยี Lexus Safety System+ ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ, ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา, ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ ทั้งหมดช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ได้ดี และยังมอบความปลอดภัยแบบรอบด้าน

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจรของ Lexus LS 500h Executive Pleat ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาของ Lexus LS 500h Executive Pleat

Cr. Lexus Thailand

S 560 e มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance Package ประกอบด้วย ระบบเตือนเมื่อผู้ขับไม่มีการตอบสนองต่อการขับขี่, ระบบช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า, ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า, ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา, ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร, ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่น Cross Traffic, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE System และ PRE-SAFE impulse system และระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง PRE-SAFE rear system ทั้งหมดช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าขณะขับขี่ได้ดีมาก และช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้แบบรอบด้าน

ระบบเซนเซอร์ด้านหน้าของ S 560 e AMG Premium

Cr. Mercedes-Benz Thailand

นอกจากเทคโนโลยีช่วยขับขี่สุดล้ำจำนวนมากแล้ว ทั้ง 2 รุ่นยังติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานจำนวนมากมาเป็นมาตรฐาน อุปกรณ์หลัก ๆ ที่มีเหมือนกัน ได้แก่ ระบบควบคุมเสถียรภาพตัวรถ, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบเตือนแรงดันลมยาง, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่, เซ็นเซอร์กะระยะจอดหน้า-หลัง และกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา เป็นต้น S 560 e มีระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ และให้ถุงลมนิรภัยมา 8 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร ส่วน LS 500h มี 7 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร

ในภาพรวม S 560 e ให้อุปกรณ์ความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยขับขี่มาเยอะกว่า LS 500h แต่รถทั้ง 2 รุ่นก็ถือว่าเป็นรถที่ให้ความอุ่นใจและปลอดภัยมาก ๆ สมกับการเป็นเรือธงของแบรนด์

ระบบถอยรถของ S 560 e AMG Premium

Cr. Mercedes-Benz Thailand

สรุป

Lexus LS 500h Exclusive Pleat และ Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium เป็นสุดยิดซีดานหรูในอุดมคติ ทั้งคู่มาพร้อมกับความหรูหราและสะดวกสบายขั้นสูงสุด พร้อมด้วยเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ทรงพลัง และอุปกรณ์ความปลอดภัยขั้นสูงมากมาย เป็นรถระดับผู้นำอย่างแท้จริง แต่จุดเด่นของทั้งคู่นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง LS 500h จะเน้นความประณีตสวยงามด้วยการออกแบบและการตกแต่งขั้นสูงประดุจงานศิลป์จากญี่ปุ่น ส่วน S 560 e จะโดดเด่นที่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสปอร์ตกว่า การตกแต่งภายในจะไม่ประณีตสวยงามเท่า และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารยังไม่ครบครันเท่า

อย่างไรก็ตาม ด้วยราค่าตัวที่ถูกกว่าเกือบครึ่งหนึ่งทำให้ S 560 e ได้เปรียบมาก เครื่องยนต์มีกำลังมากกว่า สมรรถนะว่องไวกว่า การขับขี่กระฉับกระเฉงเฉียบคมกว่า ด้วยจุดเด่นทั้งหมดนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการรถหรูขนาดใหญ่ที่ยังขับสนุกและดูไม่แก่เกินไป ขณะที่ LS 500h น่าจะเหมาะกับคนที่หลงใหลในความหรูหราและสะดวกสบายสไตล์ญี่ปุ่นขั้นสูง ถ้าเทียบสิ่งที่ได้รับกับราคาค่าตัวที่แพงกว่ารถเยอรมันอย่างมากแล้วนั้น LS 500h ยังไม่ค่อยคุ้มที่จะเล่นซักเท่าไร นอกจากคุณจะชื่นชอบมันจริง ๆ และไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณจริง ๆ

S 560 e AMG Premium จอดอยู่หน้าตึก

Cr. media.daimler.com

Motto review - S 560 e AMG Premium vs Lexus LS 500h Exclusive Pleat