MG EP สเตชั่นแวกอนสำหรับครอบครัว ตอบทุกโจทย์ของรถ EV

Home / Cars / MG EP สเตชั่นแวกอนสำหรับครอบครัว ตอบทุกโจทย์ของรถ EV
         ต้องบอกว่าในปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรานั้นเริ่มที่จะเติบโตขึ้นมากพอสมควร ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้รถประเภทนี้เริ่มกลายเป็นที่นิยมก็น่าจะเป็นเรื่องของการรณรงค์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยทุกวันนี้ค่อนข้างจะแย่ลงเรื่อยๆ เห็นได้จากมลพิษทางอากาศอย่างเจ้าฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ต่อให้มีช่วงที่หายไปบ้าง…

         ต้องบอกว่าในปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรานั้นเริ่มที่จะเติบโตขึ้นมากพอสมควร ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้รถประเภทนี้เริ่มกลายเป็นที่นิยมก็น่าจะเป็นเรื่องของการรณรงค์ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยทุกวันนี้ค่อนข้างจะแย่ลงเรื่อยๆ เห็นได้จากมลพิษทางอากาศอย่างเจ้าฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ต่อให้มีช่วงที่หายไปบ้าง แต่ไม่นานก็กลับมาใหม่และเยอะขึ้นจนนึกว่าเป็นหมอก ซึ่งเจ้าฝุ่นตัวร้ายเหล่านี้สร้างผลกระทบต่อร่างกายของเราอย่างระบบทางเดินหายใจต่างๆ ทำให้มีอาการไอ คันคอ แสบคอ แสบจมูก เป็นต้น ดังนั้นรถยนต์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดมลพิษทางอากาศนี้ได้บ้างในวันที่คนหันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น โดยหลายๆ ยี่ห้อก็เริ่มหันมาลุยตลาดตรงนี้มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ MG แบรนด์รถยนต์ที่กำลังฮอตฮิตในบ้านเรา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีรุ่น MG ZS EV ออกมาแล้ว และเมื่อปลายปีที่แล้วก็ได้ทำการเปิดตัวรุ่นใหม่อย่าง MG EP รถสเตชั่นแวกอนพลังงานไฟฟ้า 100% ตอบโจทย์สำหรับคนมีครอบครัวขนาดใหญ่ที่อยากได้รถเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไว้ใช้งานสักคัน ลองไปดูกันว่าเจ้ารถ EV รุ่นนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

สีของ MG EP

MG EP สี Metallic Grey
  • Metallic Grey
MG EP สี Black Knight
  • Black Knight
MG EP สี Artic White
  • Artic White

ราคาของ MG EP อยู่ที่ 988,000 บาท

มิติตัวถังของ MG EP

MG EP ด้านข้าง

ความกว้าง: 1,818 มม.

ความยาว: 4,544 มม.

ความสูง: 1,521 มม.

เครื่องยนต์ของ MG EP

เครื่องยนต์ MG EP
เเบตเตอรี่ MG EP
คอนโทรลกลาง MG EP

            มาเริ่มกันที่เครื่องยนต์ของ MG EP กันก่อน โดยมาในมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่มีชื่อว่า Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้พละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ทำความเร็วสูงสุดได้อยู่ที่ 185 กม./ชม. และสามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 8.8 วินาที ทำงานคู่กับระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ไฟฟ้า EDS แบบ 1 จังหวะ ในส่วนของโหมดการขับขี่จะมีให้เลือกใช้งาน 3 โหมด ได้แก่ Sport, Normal และ Eco สำหรับแบตเตอรี่ของเจ้า MG EP จะเป็นแบบ Lithium-Ion Battery ความจุขนาด 50.3 kWh ที่ผ่านมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IP67 พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling System โดยแบตเตอรี่นี้สามารถวิ่งได้ไกลถึง 380 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ส่วนการชาร์จมี 2 แบบ คือ Quick Charge ที่สามารถชาร์จพลังงาน 0%-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 40 นาที และ Normal Charge ผ่าน MG Home Charger 0%-100% จะใช้เวลาประมาณ 7 ชม. 15 นาที นอกจากนี้ในปัจจุบันทางแบรนด์ได้มีสถานีชาร์จเร็วที่เรียกว่า MG Super Charge 100 แห่งทั่วประเทศ และจะขยายเพิ่มอีก 500 แห่งภายในปีนี้อีกด้วย

ดีไซน์ภายนอกของ MG EP

MG EP ด้านหน้า
ไฟหน้า MG EP
ท้ายรถ MG EP
ล้อแม็ก MG EP

          สำหรับดีไซน์ภายนอกของ MG EP ได้รับการออกแบบด้านนอกให้ดูมีความทันสมัยสวยงามแบบลงตัว ไม่ให้ความรู้สึกที่แข็งมากเหมือนอย่างรถ SUV ทั่วไปที่เราเห็น แต่จะให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลตามสไตล์รถครอบครัวแบบสเตชั่นแวกอน เริ่มจากกระจังหน้าขนาดใหญ่ดึงดูดสายตาด้วยวัสดุโครเมียมตัดกับสีดำได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี ส่วนไฟหน้าเป็นแบบ Projector มาพร้อมกับไฟ LED Daytime Running Lights สามารถควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าได้แบบอัตโนมัติ ส่วนด้านข้างมีกระจกมองข้างพับและปรับไฟฟ้า ที่มีไฟเลี้ยวมาให้ด้วยในตัว สำหรับด้านหลังเพิ่มความโดดเด่นด้วยสปอยเลอร์หลังที่มาพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ในขณะที่ไฟท้ายก็เป็น LED เช่นกัน ในรูปแบบ Electric Pulse Design และปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

ดีไซน์ภายในของ MG EP

ภายใน MG EP
เบาะคนขับ MG EP
หน้าปัด MG EP
แผงประตูข้าง MG EP
ที่วางแก้ว MG EP
ชาร์จแบต MG EP

               มาต่อกันที่ดีไซน์ภายในกันบ้าง ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตในทุกสัดส่วน ให้อารมณ์สุนทรีย์ได้ตลอดการโดยสาร ใส่ใจกับทุกรายละเอียดด้วยวัสดุภายในแบบ Soft Touch ดีไซน์ลาย Carbonyxe มองดูแล้วหรูหรา โดยเริ่มจากเบาะหนังสังเคราะห์สีดำขนาดใหญ่ ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ Anti-Curved Surface Design โอบรับกับทุกสรีระ นั่งสบายตลอดการเดินทาง ฝั่งคนขับสามารถปรับได้ 6 ทิศทาง ส่วนของผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง ในขณะที่เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 ซึ่งจะทำให้จุสัมภาระได้สูงสุดถึง 1,456 ลิตร มีกระจกมองหลังแบบตัดแสง ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล ส่วนบริเวณมาตร์วัดมีจอแสดงผลการขับขี่อัจฉริยะแบบสีดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว และปิดท้ายด้วยพวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน

ระบบความปลอดภัยของ MG EP

กล้องมองหลัง MG EP
เบรกมือ MG EP
ระบบความปลอดภัย MG EP
ระบบความปลอดภัย MG EP
ระบบ HAS ใน MG EP

               สำหรับของระบบความปลอดภัยพื้นฐาน แบรนด์อย่าง MG เองก็ไม่ได้ละทิ้งการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารโดยใส่ในส่วนนี้มาให้แบบจัดเต็ม เริ่มจากระบบพื้นฐานอย่าง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า กล้องมองหลังพร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ต่อด้วยระบบความปลอดภัยที่จะช่วยอำนวยความสะดวกอีกมากมายอย่าง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS ระบบสัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อเบรกฉุกเฉิน ESS ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก EBA ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH ระบบควบคุมการทรงตัว SCS ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS

ระบบความบันเทิงของ MG EP

ระบบความบันเทิง MG EP

               ปิดท้ายกันที่ระบบความบันเทิงของเจ้า MG EP เริ่มจากหน้าจอระบบสัมผัสขนาดกำลังดี 8 นิ้ว สีสันสวยงาม ที่แสดงข้อมูลได้ทั้งระบบความบันเทิงและฟังก์ชั่นของตัวรถ ซึ่งสามารถควบคุมได้จากบริเวณพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นด้วยเช่นกันอย่างเช่น รับ-สายโทรศัพท์แบบไร้สาย หรือ ควบคุมเครื่องเสียง ระบบการเชื่อมต่อแบบ USB พร้อมช่องจ่ายไฟแบบ 12V รองรับการเชื่อมต่อไร้สายแบบบลูทูธ นอจากนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดียจากสมาร์ทโฟนมาให้ทั้งระบบ iOS และ Android อย่าง Apple CarPlay และ Android Auto และปิดท้ายด้วยระบบลำโพงเครื่องเสียงที่มีมาให้ทั้งหมด 6 ตัวด้วยกัน

ประสบการณ์การขับขี่ MG EP

               MG EP น่าจะเป็นรถอเนกประสงค์สไตล์สเตชั่นแวกอนคันแรกๆ ในบ้านเราที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% เต็มรูปแบบ โดยตัวรถได้ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามลงตัวทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอก ดีไซน์ภายใน ที่ให้อารมณ์ของความเป็นรถครอบครัวเหมาะกับการใช้งานในทุกรูปแบบ รู้สึกได้ถึงความใหญ่โตตั้งแต่ด้านนอกไปจนถึงด้านในที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนในเรื่องของเครื่องยนต์ไฟฟ้าก็ทำมาดีตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งการขับขี่ภายในเมือง หรือจะขับไปเที่ยวตามต่างจังหวัดก็ย่อมได้เช่นกัน

ประสบการณ์การขับขี่ของผู้ชาย

MG EP ชาร์จแบต

          สำหรับการขับขี่ของผู้ชายก็น่าจะเหมาะกับหัวหน้าครอบครัวหรือพ่อบ้านที่อยากได้รถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ไว้ใช้งานในครอบครัวสักคัน ด้วยขนาดภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเอามากๆ เต็มไปด้วยความสะดวกสบายขณะโดยสาร ยิ่งสำหรับคนมีลูกก็ยิ่งเหมาะที่จะใช้ ส่วนภายนอกก็ถูกออกแบบมาได้สวยงามทันสมัยไม่ดูแข็งจนเหมือนกับรถประเภท SUV มองแล้วดูลงตัวสำหรับรถสเตชั่นแวกอน ส่วนเรื่องของสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ถึงแม้จะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเพียวๆ 100% แต่ก็ยังให้จำนวนแรงม้ามาถึง 163 ตัว แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติไฟฟ้าแบบ EDS สามารถใช้งานได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองด้วยขนาดแบตเตอรี่ที่ให้มาอย่างเพียงพอวิ่งได้ไกลถึง 380 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง

ประสบการณ์การขับขี่ของผู้หญิง

ที่เก็บของท้ายรถ MG EP

          ส่วนคุณผู้หญิงก็สามารถใช้งานได้แบบไม่ยากเย็นนัก ถึงแม้ตัวรถสไตล์สเตชั่นแวกอนจะค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ขับยากจนเกินไปยังสามารถไปได้เรื่อยๆ ในเมือง ส่วนเรื่องของแบตเตอรี่ก็ไม่ต้องกังวล เพราะให้ความจุมามากถึง 50.3 kWh ขับใช้งานกันได้ยาวๆ ถ้าหมดระหว่างทาง MG ก็มีสถานีชาร์จให้ใช้บริการค่อนข้างคลอบคลุมพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีทั้งระบบความปลอดภัยพื้นฐานต่างๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่มาให้อย่างครบถ้วน เรียกได้ว่าคำนึงถึงผู้ขับขี่สุดๆ สำหรับดีไซน์ก็ไม่ได้ดูแข็งแรงสมบุกสมบันจนเหมือนรถผู้ชาย สาวๆ ที่เป็นแม่บ้านก็ยังใช้งานได้ และที่สำคัญในเรื่องการบรรทุกสัมภาระก็ทำได้ดีเยี่ยม เมื่อพับเบาะหลังลงแล้วสามารถจุได้สูงสุดถึง 1,456 ลิตร

สรุป

          มาปิดท้ายกันสำหรับเจ้า MG EP รถอเนกประสงค์สไตล์สเตชั่นแวกอนที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% รุ่นแรกของทางแบรนด์ นั้นถือว่าเป็นรถเครื่องยนต์มอเตอร์ไฟฟ้าที่น่าสนใจมากๆ คันหนึ่ง เนื่องจากหลายๆ ส่วนที่เรานำเสนอไป อย่างเรื่องของการออกแบบทั้งรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกดีไซน์มาได้สวยงามทันสมัยสมกับรถประเภทนี้ ในขณะที่ภายในห้องโดยสารก็กว้างขวางมากๆ สามารถให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ตลอดการเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล การบรรทุกสัมภาระก็จุได้เยอะมาก ส่วนเรื่องของเครื่องยนต์ก็เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมเพียงพอต่อการใช้งานในทุกรูปแบบ แถมยังมีระบบความปลอดภัยพื้นฐาน เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก และระบบความบันเทิงที่ให้มาครบครัน สุดท้ายนี้ก่อนจะจากกันไป ถ้าอยากเช็คราคารถยนต์ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือมือสองก็อย่าลืมแวะเข้ามาที่ www.mottoraka.com กันได้นะครับ

ขอบคุณภาพจาก MG Thailand