Mini Cooper S Hightrim 2021 vs Mini John Cooper Works Hatch 2021 แฮทช์แบ็กไซส์เล็กในสไตล์ที่แตกต่าง ขับสนุก ว่องไว ได้อารมณ์รถแข่งโกคาร์ท

Home / Cars / Mini Cooper S Hightrim 2021 vs Mini John Cooper Works Hatch 2021 แฮทช์แบ็กไซส์เล็กในสไตล์ที่แตกต่าง ขับสนุก ว่องไว ได้อารมณ์รถแข่งโกคาร์ท
Mini เป็นรถที่เกิดมาพร้อมขนาดตัวเล็กกะทักรัด แต่สิ่งหนึ่งทีเปรียบดั่งสัญลักษณ์ของรถ Mini ทุกคันคือการขับขี่ที่สนุกสนาน การควบคุมที่เฉียบคม ว่องไว ปราดเปรียวคล่องตัวทุกสภาพถนน Mini รุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่เคยละทิ้งคาแร็กเตอร์ที่ยากจะลอกเลียนนี้ไป…

Mini เป็นรถที่เกิดมาพร้อมขนาดตัวเล็กกะทักรัด แต่สิ่งหนึ่งทีเปรียบดั่งสัญลักษณ์ของรถ Mini ทุกคันคือการขับขี่ที่สนุกสนาน การควบคุมที่เฉียบคม ว่องไว ปราดเปรียวคล่องตัวทุกสภาพถนน Mini รุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่เคยละทิ้งคาแร็กเตอร์ที่ยากจะลอกเลียนนี้ไป จนหลาย ๆ คนให้นิยามสไตล์การขับขี่ของรถเล็กที่มีต้นกำเนิดในอังกฤษนี้ว่า Go-Kart Feeling แข็ง กระด้าง แต่ขับมันมาก คนที่ชอบก็จะตกหลุมรักแบบหัวปักหัวปำ ส่วนคนที่ไม่ชอบก็ไม่อยากจะขับอีกเลย

Mini แตกแขนงออกมาเป็นโมเดลต่าง ๆ หลายรุ่น และมีเวอร์ชั่นสมรรถนะสูงที่พ่วงคำว่า John Cooper Works หรือ JCW ต่อท้าย ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงพละกำลังและสมรรถนะในอีกระดับของรถเล็กหน้าตาน่ารักพวกนี้ พร้อมด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่เร้าใจกว่า Mini รุ่นปกติ JCW ทุกโมเดลไม่ว่าจะ 3 หรือ 5 ประตูจะมาพร้อมความสนุกเร้าใจที่มากขึ้นอีกระดับ ถ้าคนที่รักการขับรถได้ลองแล้วต้องติดใจแทบทุกราย

บทความนี้เป็นการรีวิวเปรียบเทียบระหว่าง Mini เวอร์ชั่นปกติกับเวอร์ชั่น JCW โดยเอาตัวถังที่เป็นที่นิยมที่สุดมาเทียบกันคือแอทช์แบ็ก 3 ประตู เริ่มที่ Mini Cooper S Hightrim Hatch 3-Door ราคา 2.88 ล้านบาท อีกรุ่นคือ Mini JCW Hatch มาในราคา 3.418 ล้านบาท แน่นอนว่าทั้ง 2 รุ่นเป็นรถเล็กขับสนุกด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็มีความแตกต่างในหลายๆ ด้านตั้งแต่ขุมพลังเครื่องยนต์ รูปลักษณ์ การตกแต่ง ไปจนถึงอุปกรณ์มาตรฐาน ไปดูกันว่ารถเล็กสุดจี๊ดทั้ง 2 รุ่นนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง และราคาที่ต่างกันราว 5 แสนบาทจะจูงใจให้ผู้ซื้ออัพเกรดจาก Mini Hatch รุ่นปกติมาเป็นเวอร์ชั่น JCW ตัวแรงได้หรือไม่

ด้านข้าง Mini Cooper S Hightrim

Cr. https://www.press.bmwgroup.com/global

รูปลักษณ์ภายนอก

Mini Cooper S Hightrim และ JCW Hatch คือรถที่มาจากพื้นฐานเดียวกัน ต่างกันที่การตกแต่งภายนอกซึ่ง JCW จะดูดุดันในสไตล์เรซซิ่งมากกว่าเพราะมาพร้อมกับชุดแต่งภายนอก JCW Aerodynamic kit ประกอบด้วยกันชนหน้า-หลังแบบสปอร์ต เสริมหล่อด้วยกระจังหน้าตกแต่งด้วยแถบสีแดง Chilli Red รวมถึงกระจกมองข้าง สปอยเลอร์ หลังคา ตกแต่งด้วยสีแดง Chilli Red ทั้งหมด นอกจากนี้ยังติดตั้งท่อไอเสียแบบสปอร์ต JCW ปลายท่อคู่ออกกลางกันชนหลัง ให้ชุ่มเสียงเร้าใจและเป็นเอกลักษณ์ และคาดสติกเกอร์สไตล์รถแข่งบนฝากระโปรงหน้า ขณะที่ Cooper S Hightrim มาพร้อมกระจังหน้าสีดำเงาคาดด้วยแถบโครเมียม กระจกมองข้าง หลังคา สปอยเลอร์ เป็นสีดำเงาทั้งหมด พร้อมคาดสติกเกอร์สีดำบนฝากระโปรงหน้า

ด้านหน้า

Cr. https://www.press.bmwgroup.com/global

กระจังหน้า Mini John Cooper Works Hatch

Cr. Mini Thailand

รถทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมไฟหน้า LED Projector พ่วงระบบระบบ Follow-me-home เหมือนกัน พร้อมด้วยไฟ Daytime Running Light LED แบบวงแหวนอันเป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นที่แตกต่างไม่เหมือนรถรุ่นไหนคือไฟท้าย LED ลวดลายธง Union Jack ที่เท่และเด่นมาก ๆ ในตอนกลางคืน นอกจากนี้ Cooper S Hightrim ยังมาพร้อมกับไฟตัดหมอกหน้า-หลังแต่ JCW ไม่มี

ไฟหน้าฝั่งขวาของ Mini Cooper S Hightrim

ไฟท้ายฝั่งซ้ายของ Mini John Cooper Works Hatch

Cr. Mini Thailand

รถทั้ง 2 รุ่นมีมิติตัวถังเกือบเท่ากัน Cooper S Hightrim ยาว 3,832 มม. ส่วน JCW ยาวกว่าเล็กน้อยที่ 3,874 มม. ขณะที่ความกว้างและความสูงนั้นเท่ากันคือ 1,727 มม. และ 1,414 มม. ตามลำดับ ระยะฐานล้อยาว 2,495 มม. เท่ากัน ถังน้ำมันจุ 44 ลิตรเท่ากัน JCW มีน้ำหนัก 1,280 กก. เบากว่า Cooper S Hightrim เล็กน้อย

  ด้านข้างฝั่งซ้ายของ Mini Cooper S Hightrim

Mini John Cooper Works Hatch ด้านข้างฝั่งซ้าย

Cr. Mini Thailand

Cooper S Hightrim ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย MINI Yours Vanity Spoke 2-Tone มาเป็นมาตรฐาน หุ้มด้วยยางแบบรันแฟลตขนาด 205/40 R18 ทั้ง 4 ล้อ ขณะที่ Mini JCW Hatch ติดตั้งล้อขนาด 18 นิ้ว ลาย John Cooper Works Cup Spoke สีทูโทน พร้อมยางสปอร์ตแก้มเตี้ย Pirelli Cinturato ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับ JCW โดยเฉพาะ ขนาด 205/40R18 ทั้ง 4 ล้อ

ล้อแม็กของ Mini Cooper S Hightrim

ล้อแม็ก Mini John Cooper Works Hatch

Cr. Mini Thailand

ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานภายนอก จุดที่แตกต่างกัน คือ JCW จะมีหลังคาซันรูฟไฟฟ้ามาให้ ส่วนอื่นก็มีมาเท่า ๆ กัน ได้แก่ กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า MINI Excitement Package ไฟส่องลงพื้นข้างประตูเป็นตราโลโก้ MINI ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบล็อก-ปลดล็อกรถอัจฉริยะ Comfort Access เป็นต้น ที่น่าสังเกตคือประตูท้ายยังเป็นแบบเปิด-ปิดด้วยไฮดรอลิกธรรมดาอยู่

Mini Cooper S Hightrim จากมุมมองด้านหลัง

Cr. https://www.press.bmwgroup.com/global

Mini John Cooper Works Hatch จกามุมมองด้านหลัง

Cr. Mini Thailand

ภายในห้องโดยสาร

Mini ทั้ง 2 รุ่นมีดีไซน์ภายในห้องโดยสารเหมือนกันเป๊ะ ต่างกันที่การตกแต่งและสีสันที่ JCW จะให้อารมณ์สปอร์ตมากกว่า วัสดุที่ใช้มีความหรูหราพรีเมียม แดชบอร์ดและแผงประตูหุ้มหนังบุนุ่มพร้อมตกแต่งด้วยแถบสีดำเงา Piano Black เพดานหลังคาสีดำ มาพร้อมไฟตกแต่งรอบห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้หลายสี และกรอบไฟ LED วงกลมกึ่งกลางแดชบอร์ดที่จะเปลี่ยนสีไปตามเมนูบนหน้าจอสัมผัส

ห้องโดยสารด้านหน้าของ Mini Cooper S Hightrim

Cr. Mini Thailand

เบาะนั่งของ Cooper S Hightrim หุ้มด้วยหนังสีดำลาย Cross Punch / Carbon Black เบาะนั่งคู่หน้าเป็นทรงสปอร์ตปรับระดับด้วยมือทั้งหมด ไม่มีระบบไฟฟ้าใด ๆ ทั้งสิ้น เบาะนั่งของ JCW หุ้มด้วยหนัง Alcantara สลับหนังแท้สีดำและผ้าสีแดง ตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดง พนักพิงศีรษะประทับตราสัญลักษณ์ John Cooper Works ปรับระดับด้วยมือทั้งหมดเช่นเดียวกัน

ห้องโดยสารด้านหน้าของ Mini John Cooper Works Hatch

Cr. Mini Thailand

พวงมาลัยของรถทั้ง 2 รุ่นเป็นแบบสปอร์ต 3 ก้าน หุ้มหนัง มาพร้อมสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรล พวงมาลัยของ JCW เท่กว่าด้วยการตกแต่งตะเข็บสีแดงพร้อมประทับตรา John Cooper Works และมีแป้นแพดเดิลชิฟท์มาให้ หน้าปัดเป็นแบบเข็มอะนาล็อกวัดรอบและวัดความเร็วสไตล์คลาสสิก พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิตอลแบบขาว-ดำขนาดเล็ก และเกจวัดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบดิจิตอล นอกจากนี้ รถทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกด้านหน้าผู้ขับ Head-up Display มาเป็นมาตรฐาน คันเกียร์เป็นแบบจอยสติ๊กจับถนัดมือ มาพร้อมก้านเบรกมือแบบดึง แป้นเหยียบของ JCW เป็นวัสดุอะลูมิเนียมให้ความสปอร์ตมากกว่าแป้นเหยียบยางสีดำของ Cooper S Hightrim

ระบบ HUD ของ Mini Cooper S Hightrim

หน้าจอ HUD และเรือนไมล์ของ Mini John Cooper Works Hatch

หัวเกียร์ของ Mini Cooper S Hightrim

Cr. Mini Thailand

รถทั้ง 2 รุ่นมีเพียง 2 ประตู ดังนั้นการเข้า-ออกเบาะหลังจึงไม่ค่อยถนัดนัก แต่เบาะหลังก็ยังนั่งได้เต็มที่ 2 คน และพนักพิงก็แยกพับได้แบบ 60/40 พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายก็มีความจุ 211 – 731 ลิตรเท่ากัน มาพร้อมฉากกันและช่องเก็บของข้างใต้พื้น ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานภายในห้องโดยสารอื่นๆ ก็มีมาให้เหมือนกัน อาทิ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวาไม่ได้ ที่วางแขนระหว่างเบาะนั่งคู่หน้า ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ ช่องวางขวดน้ำที่เบาะด้านหลัง 3 ตำแหน่ง กระจกหน้าต่างไฟฟ้าพร้อมเซ็นทรัลล็อก JCW มีการตกแต่งเพิ่มด้วยกาบบันไดสแตนเลสและพรมปูพื้น John Cooper Works

ห้องโดยสารด้านหลัง Mini Cooper S Hightrim

Cr. Mini Thailand

ระบบความบันเทิง

Mini ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับระบบอินโฟเทนเมนต์สเปกเดียวกัน แสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว ติดตั้งอยู่ในกรอบไฟ LED วงกลมที่กึ่งกลางแดชบอร์ด ระบบมาพร้อมกับฟังก์ชั่นใช้งานพื้นฐานที่ครบครัน อาทิ วิทยุ, เครื่องเล่นเพลง, โทรศัพท์, การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth, ระบบนำทาง Navigation System รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนระบบ iOS ผ่าน Apple CarPlay รองรับการสั่งงานด้วยเสียง และรองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่น Mini Connected ที่มาพร้อมฟีเจอร์ดี ๆ อย่างการสั่งการรถยนต์และดูสถานะรถยนต์ได้จากแอปบนมือถือ เป็นต้น

จากการใช้งาน ระบบของรถมีความลื่นไหล ตอยสนองรวดเร็ว ฟังก์ชั่นที่ให้มาค่อนข้างครบและครอบคลุมตามมาตรฐาน ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงเมนูต่าง ๆ ได้จากการใช้แป้นหมุนที่คอนโซลกลางใกล้ ๆ กับคันเกียร์ ทำให้การใช้งานนะขณะขับรถสะดวกมาก ด้านระบบเสียงจัดเต็มด้วยชุดเครื่องเสียงของ Harman Kardon ลำโพง 12 ตำแหน่ง ให้คุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยม พร้อมพลังเสียงที่กระหึ่มสะใจ ทั้งนี้ JCW จะมีช่องชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายมาให้ แต่ Cooper S Hightrim ไม่มี

ระบบเครื่องเสียงของ Mini Cooper S Hightrim ีระบบนำทางของ Mini Cooper S Hightrim ระบบแผนที่ของ Mini Cooper S Hightrim

เครื่องเล่นเสียงของ Mini John Cooper Works Hatch

Cr. Mini Thailand

ขุมพลังเครื่องยนต์

Cooper S Hightrim ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินรหัส B48A20 แบบ 4 สูบเรียง ขนาด 2.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบ TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350 – 4,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า

เครื่องยนต์ของ JCW Hatch เป็นขุมพลังเบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ขนาดความจุ 2.0 ลิตร เช่นเดียวกัน แต่มีการปรับเพิ่มพลังเป็น 231 แรงม้า ที่ 5,200-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,450 -4,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า

เครื่องยนต์ของ Mini Cooper S Hightrim

Cr. Mini Thailand

เห็นได้ชัดว่าตัวเลขแรงม้าแรงบิดต่างกันอยู่มากโข ส่งผลถึงสมรรถนะของรถที่แตกต่างกันชัดเจน JCW มาพร้อมกับอัตราเร่งที่จัดจ้านกว่า ว่องไวกว่า สามารถเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 246 กม./ชม. ส่วน Cooper S Hightrim เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 6.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 235 กม./ชม.

Mini John Cooper Works Hatch จากมุมมองท้ายรถ

Cr. Mini Thailand

Mini ทั้ง 2 รุ่นมี 3 โหมดขับขี่ให้เลือก ประกอบด้วย Mid, Green และ Sport โหมดแรกเป็นโหมดมาตรฐานตอนสตาร์ทเครื่อง ให้ความสมดุลในทั้งความนุ่มนวลและพละกำลังที่เหมาะสมขณะขับขี่ โหมดถัดมาจะเน้นการประหยัดพลังงานเป็นหลัก และโหมดสุดท้ายเป็นการปลดปล่อยสมรรถนะเต็ม ๆ ของรถออกมา ซึ่งในโหมดนี้ JCW จะแสดงความดุร้ายออกมามากที่สุด แรงบิดมาเต็ม กดคันเร่งทีหลังติดเบาะ เครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองไวขึ้น พวงมาลัยคมขึ้น ช่วงล่างแข็งขึ้น โดยรวมแล้วรถจะให้ฟีลลิ่งเหมือนกับรถแข่งไม่มีผิด ซึ่งขับสนุกมาก ๆ

ปุ่ม Sport และ Green ของ Mini Cooper S Hightrim

Cr. Mini Thailand

ช่วงล่างของรถทั้ง 2 รุ่นเป็นแบบ Adaptive Suspension ปรับความนุ่ม-แข็งตามโหมดการขับขี่ คนที่เคยขับ Mini จะรู้ดีว่าช่วงล่างค่อนข้างแข็ง รับรู้ได้ถึงทุก ๆ แรงสะเทือนบนท้องถนน นี่คือเรื่องปกติของรถ Mini ที่อาจจะถูกใจขาซิ่งแต่ไม่ถูกใจคนรักความนุ่มสบายสักเท่าไรแต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี เพราะช่วงล่างของ Mini ทั้ง 2 รุ่นนี้หนึบมากๆ ตอบสนองต่อการขับโหด ๆ ได้เป็นอย่างดี จะมุด จะแทรก จะสาดเข้าโค้ง หรือจะใส่ทางตรงด้วยความเร็วสูง ช่วงล่างรับได้หมด รถจะนิ่ง มั่นคง และมีอาการโยนขณะเข้าโค้งน้อยมาก ยิ่งช่วงล่างของ JCW จะยิ่งแข็งกว่า Cooper S Hightrim ดังนั้น คนที่ชอบฟีลแบบรถแข่งน่าจะถูกใจอย่างแรง

Mini Cooper S Hightrim ขับอยู่ริมหน้าผา

Cr. https://www.press.bmwgroup.com/global

ระบบพวงมาลัยของรถทั้ง 2 รุ่นเป็นระบบ Servotronic ปรับน้ำหนักตามความเร็วที่ขับอย่างเหมาะสม เมื่อขับช้าพวงมาลัยจะเบา พอขับเร็วพวงมาลัยจะหนักขึ้นซึ่งช่วยในเรื่องความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ได้ดี นอกจากนี้พวงมาลัยยังปรับเซ็ตมาให้ตอบสนองได้ไว เฉียบคมและแม่นยำ ทำให้การควบคุมรถง่าย

ระบบเบรกของรถทั้ง 2 รุ่นเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ ให้ความมั่นใจในการหยุดยั้งความเร็วดีในทุก ๆ จังหวะการขับขี่ JCW Hatch มีการอัพเกรดสเปกระบบเบรกให้สูงกว่า Cooper S Hightrim เพื่อรองรับพละกำลังเครื่องยนต์ 231 แรงม้า โดยมาพร้อมคาร์ลิเปอร์เบรกหน้า Brembo แบบ 4 pot ตกแต่งด้วยสีแดงสุดเท่ จับคู่กับจานเบรกขนาด 330 มม. รับประกันความหนึบแม้จะอัดมาด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ รถทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยครบครันตามมาตรฐานอย่าง ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบควบคุมแรงเบรกขณะเข้าโค้ง CBC และระบบกระจายแรงเบรก EBD

ล้อแม็กของ Mini John Cooper Works Hatch

Cr. Mini Thailand

ความปลอดภัย

ทั้ง Mini Cooper S Hightrim และ JCW Hatch ไม่มีระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงมาให้เป็นมาตรฐานเลยเพราะรถประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขับขี่ด้วยตัวเองเป็นหลัก จะมีก็เพียงแค่ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control พร้อมฟังก์ชั่นช่วยชะลอความเร็วเท่านั้น

ในส่วนของอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานใส่มาให้เท่ากัน ประกอบด้วย ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว DSC, ระบบป้องกันการลื่นไถล ASC + T, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบควบคุมการขับขี่ DTC พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า, เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง, กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และให้ถุงลมนิรภัยมา 6 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร

Mini Cooper S Hightrim กำลังขับเข้าโค้ง จากมุมมองท้ายรถ

Cr. https://www.press.bmwgroup.com/global

สรุป

Mini Cooper S Hightrim และ Mini John Cooper Works Hatch ส่งมอบจิตวิญญาณของรถ Mini ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งคู่เป็นรถเล็กที่มีสไตล์โดดเด่นและมีชัดเจนในตัวตน พร้อมด้วยการขับขี่ที่สนุกสนาน ว่องไว คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ตอบสนองเฉียบคม ซึ่งทั้งหมดเป็นดั่งคาแร็คเตอร์ของ Mini ที่ถูกใจสาวกตัวจริงมาตลอด

ในแง่สมรรถนะ ชัดเจนว่าเวอร์ชั่น JCW คือที่สุดในทุกด้าน มันทั้งเร็ว แรง การควบคุมเฉียบคม ขับสนุกที่สุด เสียงเครื่องยนต์เร้าใจตั้งแต่รอบเดินเบาไปจนสุดรอบเรดไลน์ สามารถใช้งานได้ทั้งในชีวิตประจำวันไปจนถึงลงสนามแข่ง และสามารถฟัดกับรถสปอร์ตราคาแพงหลาย ๆ รุ่นได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการรถที่ให้ความสนุกความมันส์ได้แบบสุด ๆ และมีทุกอย่างเหมือนรถแข่งจริง ๆ

ทั้งคู่คือของเล่นที่จะสร้างความสนุกให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ในทุกๆ วัน ถ้าคุณชอบรถเล็กขับสนุกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์ Cooper S Hightrim ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าต้องการความมันส์ ความเร้าใจ ความร้อนแรงแบบขั้นสุด จ่ายเพิ่มอีก 5 แสนนิดๆ เพื่อซื้อเวอร์ชั่น JCW คุณจะได้สิ่งนั้นสมดั่งใจหวัง และแทบไม่ต้องไปตกแต่งอะไรเพิ่มอีกแล้ว

สัญลักษณ์ John Cooper Works บนกระจังหน้า

Cr. Mini Thailand

Motto review - Mini Cooper S Hightrim 2021 vs Mini John Cooper Works Hatch 2021