Mitsubishi Pajero Final Edition เทใจให้กับตำนานออฟโรด

Home / Cars / Mitsubishi Pajero Final Edition เทใจให้กับตำนานออฟโรด
หนึ่งในเอสยูวีที่เก่าแก่และเป็นตำนานของญี่ปุ่นนั้นต้องมี Mitsubishi Pajero อยู่ด้วยเป็นแน่ ด้วยรูปลักษณ์ของรถ 4x4 ทรงเหลี่ยมที่อยู่ในสายการผลิตที่ยาวนานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ถึงวันนี้ก็เกือบ…

หนึ่งในเอสยูวีที่เก่าแก่และเป็นตำนานของญี่ปุ่นนั้นต้องมี Mitsubishi Pajero อยู่ด้วยเป็นแน่ ด้วยรูปลักษณ์ของรถ 4×4 ทรงเหลี่ยมที่อยู่ในสายการผลิตที่ยาวนานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ถึงวันนี้ก็เกือบ 40 ปีที่ Mitsubishi Pajeroโลดแล่น สร้างซื่อเสียงระดับแชมป์แรลลี่ ปารีส – ดาการ์มาก็หลายครั้ง ถึงวันนี้ Mitsubishi Pajero ได้ประกาศหยุดสายการผลิตไปเรียบร้อย พร้อมทิ้งทวนกับชาวโลกด้วย Mitsubishi Pajero Final Edition รุ่นพิเศษให้เป็นตำนานที่มีเพียงแค่ 800 คันออกมาให้แฟนพันธุ์แท้ได้จับจองกัน

ย้อนกลับไปดูประวัติของปาเจโร่ จเนอเรชั่นแรกเปิดตัวที่งาน Tokyo Motor Show ในเดือนตุลาคมปี 1981 มันมีรูปทรงเหลี่ยมที่ได้อิทธิพลมาจากจิ๊ปของทหารอเมริกันอยู่มาก โครงสร้างมีเพียงสามประตูฐานล้อสั้น หลังคาที่มีให้เลือกทั้งแบบผ้าใบและหลังคาเหล็ก วางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร และ

ดีเซล 2.3 ลิตร เป็นทางเลือก มิตซูบิชิ ปาเจโร่ เป็นเอสยูวีที่ผลิดส่งขายไปทั่วโลกในหลากหลายชื่อ เช่นการใช้ชื่อว่า Montero ในประเทศสเปนและอเมริกา (ยกเว้นบราซิลและจาไมก้า) และในอังกฤษคนจะเรียกรถรุ่นนี้ว่า Shogun ซึ่งเป็นรถที่มีประวัติศาสตร์การแข่งขันแรลลี่และได้รับการกล่าวขานเป็นพิเศษว่าเป็นแชมป์แข่งขันดาการ์แรลลี่ถึง 12 ปี ตั้งแต่ปี 2544-2548 เนื่องจากความสำเร็จที่มากมายนี้ชื่อ Pajero, Montero และ Shogun จึงถูกนำไปใช้กับรุ่นอื่น ๆ ในค่ายด้วย เช่น Pajero Mini kei , Pajero Junior และ Pajero iO / Pinin mini SUVs และ Pajero Sport ที่ขายในบ้านเราด้วย

ภายนอกปรับปรุงจาก Mitsubishi Pajero เจเนเรชั่นที่ 4

ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกระหว่าง Mitsubishi Pajero Sport ที่ขายอยู่ในเมืองไทยกับ Mitsubishi Pajero Final Edition เสียก่อน เพราะแบบแรกนั้นเป็นรถ PPV ที่ใช้พื้นฐานร่วมกับรถกระบะอย่าง Mitsubishi Triton จึงทำให้มีฐานล้อยาว มีแชลซีลอยเหนือเพลาแบบกระบะ และหน้าตากระจังหน้า คล้ายกันกับ Mitsubishi Triton แต่ Mitsubishi Pajero Final Edition นั้นถือกำเนิดมาเพื่อเป็น SUV โดยตรง โดยพัฒนามาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 4 รหัส V80 ที่ปรับให้มีความโค้งมนมากขึ้น โดยเฉพาะโคมไฟหน้า ที่ต่อเนื่องกับฝากระโปรงรถ ซึ่งผลิตมามาตั้งแต่ปี 2549 โดยแบ่งเป็นแบบ 5 ประตู ฐานล้อยาว 2,780 มม และแบบ 3 ประตู ฐานล้อยาว 2,545 มม แต่รุ่นที่นำมาปรับปรุงเป็น Mitsubishi Pajero Final Edition นั้นมีเฉพาะรุ่น 5 ประตูเท่านั้น การตกแต่งภายในและภายนอกที่ได้รับการปรับปรุงมา พร้อมกับติดตั้ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS รวมทั้งถุงลมกันกระแทกด้านข้างและม่านนิรภัยแบบใหม่ แชสซีเป็นแบบโมโนโค้ค ที่ได้รับการปรับปรุงเล็กน้อยด้วยเทคโนโลยี RISE ของมิตซูบิชิซึ่งเป็นจุดเด่นในรุ่นก่อนหน้า โดยตัวถังมีระยะห่างจากพื้น 220 มม. (8.7 นิ้ว) และความลึกในการลุยน้ำ 700 มม.

นอกจากนี้ยังเพิ่มอุปกรณ์พิเศษ อาทิ แร็คหลังคาสีดำ เปลี่ยนหลังคาแข็งแบบเดิมเป็นหลังคาซันรูฟให้ดูหรูหราขึ้น กระจังหน้านั้นเป็นโครเมียมและปรับระบบไฟแสงสว่างให้มาเป็นแบบซีนอน Projector HID พร้อมไฟ LED Daytime ชุดแต่งพิเศษจากออสเตรเลีย ทั้งราวหลังคาสีดำ หลังคาซันรูฟ ติดตั้งกาบบันไดข้าง แผ่นกันกระแทกที่ด้านหน้าและหลัง และเสริมหล่อด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/55R18 ที่ล้อหน้า  และ 265/60R18 ที่ล้อหลัง และที่โดดเด่นคือกล่องเก็บยางอะไหล่ที่ด้านนอกประตูท้ายที่ออกแบบให้เหมือนเป็นชิ้นเดียวกับตัวรถ ด้วยสีขาวตัดกับดำแบบสปอร์ต และถังน้ำมัน 88 ลิตรที่พร้อมให้คุณเดินทางไกลได้ยาว ๆ

หลังคาของ Mitsubishi Pajero Final Edition กาบบันไดข้าง Mitsubishi Pajero Final Edition

ภายในทันสมัยพร้อมลุย

สิ่งหนึ่งที่คนเคยใช้ปาเจโร่มักพูดเป็นเสียงเดียวกันคือความสะดวกสบายของห้องโดยสาร เบาะนั่งแบบเจ็ดที่นั่งที่ใช้งานได้จริง และนั่งสบายในเส้นทางทุรกันดาร ภายในนั้นกว้างขวางและสะดวกสบายมาก พื้นที่เก็บของในห้องโดยสารที่มากถึง 1,050 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่สาม  ในตัวรถมีที่เก็บของมากมาย ที่วางแก้วและขวดขนาดพอเหมาะ มือจับสำหรับเข้าและออกจากรถมือต้องโหนตัวขึ้นมาในห้องโดยสาร และมันมีมาตรวัดต่าง ๆ สำหรับออฟโรด เช่น มุมเงย มุมเอียงติดมาให้

ห้องโดยสารด้านหน้าของ Mitsubishi Pajero Final Edition เบาะโดยสารภายใน Mitsubishi Pajero Final Edition สีเบจ เบาะโดยสารภายใน Mitsubishi Pajero Final Edition สีเทา

เบาะทุกที่นั่งหุ้มหนังแท้อย่างดี รวมทั้งพวงมาลัยมิลติฟังก์ชั่น ระบบความบันเทิงในรถเป็นการผสานการทำงานร่วมกันของ เครื่องเสียงสเตอริโอของ Rockford Fosgate กับจอทัชสกรีนขนาด 7 ที่ติดตั้งระบบ Multi Communication System (MMCS) ของ Mitsubishi มาด้วย ใช้ควบคุมวิทยุ ระบบนำทางผ่านดาวเทียม SatNav, DVD, กล้องถอยหลังซึ่งมีมุมกว้างมาก มีลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่ติดตั้งซ่อนเอาไว้ช่วยเพิ่มเสียงเบสให้กระหึ่ม

เครื่องยนต์ DiD 3.2 ดีเซล พิชิตทุกเนินชัน

Mitsubishi Pajero Final Edition รุ่นส่งท้ายปลายสายการผลิตนี้ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ รหัส 4M41 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่วางอยู่ในมิตซูบิชิไทรตันคอมมอนเรล มีขนาดความจุ 3.2 ลิตร  พร้อมเทอร์โบชาร์จอินเตอร์คูลเลอร์ สำหรับในเมืองไทยจะมีแรงม้าอยู่ที่ 165 แรงม้า  แต่เนื่องจากคันนี้เป็นรถที่ผลิตตามสเปกของออสเตรเลีย จึงถูกจูนให้มีพละกำลัง 192 แรงม้าที่ 3,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ INVECS II Sporttronic 5 สปีด ที่สามารถชิพจังหวะเกียร์ได้เหมือนเกียร์ธรรมดา

เครื่องยนต์ของ Mitsubishi Pajero Final Edition

และระบบเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD II ที่สามารถเลือกรูปแบบการใช้งานได้ถึง 4 โหมด คือ 2H สำหรับขับเคลื่อนล้อหลังอย่างเดียวเมื่อวิ่งบนทางปกติประหยัดน้ำมัน 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อที่พื้มการยึดเกาะถนนเหมาะกับถนนเปียกลื่น 4HLC ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีเซนเตอร์ดิฟฟ์ลอค สำหรับลุยโคลนเลน น้ำท่วม  และ 4LLC ที่สร้างอัตราทดสูง เพื่อพละกำลังในการพ้นจากอุปสรรค แต่มันก็มีจุดด้อยเล็กน้อยตรงที่เมื่อขับสี่ล้อมันจะมีวงเลี้ยวกลับรถที่ใช้รัศมีกว้างถึง 11.4 เมตร

ระบบกันสะเทือน นุ่มสบาย แต่มั่นใจทุกสภาพถนน

ด้วยประสบการณ์จากการทำรถแข่งแรลลี่ทางฝุ่นมาหลายสิบปีของมิตซูบิชิ ทำให้เทคโนโลยีที่ดีนั้นถูกถ่ายทอดลงมาในออฟโรดเอสยูวีอย่างปาเจโร่เกือบทั้งหมด ทั้งโครงสร้างตัวถังแบบโมโนค๊อกที่ผนึกรวมเป็นหนึ่งเดียวกับแชสซีส์แบบ LADDER FRAME โครงสร้างตัวถังนิรภัยเหล็กกล้าและฝากระโปรงอะลูมิเนียมลดน้ำหนัก พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมระบบแปรผันตามความเร็ว ระบบช่วงล่างอิสระทั้ง 4 ล้อด้านหน้าแบบแบบอิสระบนปีกนกคู่ กับคอยล์สปริงโช้คอัพ และเหล็กกันโคลง  ระบบกันสะเทือนหลัง อิสระแบบมัลติลิงค์พร้อมคอยล์สปริงโช้คอัพและเหล็กกันโคลง เบรคหน้าและหลังเป็นดิสก์เบรคพร้อมช่องระบายความร้อน

ท้ายรถ Mitsubishi Pajero Final Edition ท้ายรถ Mitsubishi Pajero Final Edition

Mitsubishi Pajero Final Edition ยังมีติดตั้งระบบความปลอดภัยมาให้ครบถ้วน

  • ระบบถุงลมนิรภัย
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อรถมีความเร็ว (Auto Door Lock by Speed Sensing)
  • ระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ (APB Auto Parking Brake)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX
  • ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

นั้่นเป็นเหตุผลที่มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้ดาวถึง 6 ดาว จากการทดสอบการชนของสถาบันด้านความปลอดภัยรถยนต์ประเทศญี่ปุ่น (JNCAP)

ราคาที่รวมตำนาน

หากคุณกำลังคิดจะซื้อรถ SUV 4×4 ที่ดีที่สุดในโลกตั้งแต่ปี พ. ศ. 2524 และมียอดขายมากกว่า 3.3 ล้านคันในระยะเวลา 40 ปี สะดวกสบายไปได้ทุกที่ ได้รูปทรงคลาสสิกที่จะเป็นตำนาน ราคาเริ่มต้นที่ 54,990 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย หรือราว 1,333,000 บาท (ราคานี้ไมม่รวมภาษีนำเข้า) แต่ถ้าบวกภาษีอีก 300% ก็จะมีราคาเกือบสี่ล้านบาท เพราะ Mitsubishi Pajero Final Edition นั้นเป็นเอสยูวีออฟโรดนำเข้าแท้ ๆ ผลิตที่โรงงาน Sakahogi ในเมือง Gifu ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีเพียง 800 คันทั่วโลกเท่านั้น และแน่นอนว่าต้องแย่งกับแฟนพันธุ์แท้ในออสเตรเลียตะวันออกกลางและอเมริกาใต้อีกหลายคนทีเดียว

Mitsubishi Pajero Final Edition จอดอยู่กลางทะเลทราย

Motto review - Mitsubishi Pajero Final Edition

เครดิตภาพ Motor1