Nissan Navara PRO-4X 2021 vs. Ford Ranger Wildtrak 2021 vs. Toyota Hilux Revo Rocco 2021 กระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด รูปลักษณ์ดุดัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลัง

Home / Cars / Nissan Navara PRO-4X 2021 vs. Ford Ranger Wildtrak 2021 vs. Toyota Hilux Revo Rocco 2021 กระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด รูปลักษณ์ดุดัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลัง
กระบะแต่งออฟโรดจากโรงงานเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ชื่นชอบความเท่และความบึกบึนแบบเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ออกจากโชว์รูม ซึ่งปัจจุบันรถกระบะทุกแบรนด์ที่วางขายในตลาดจะมีรุ่นแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด มาให้เลือก โดยส่วนมากจะเป็นรุ่นท็อปสุดของโมเดล มีราคาสูงที่สุด และมาพร้อมกับรูปลักษณ์สุดเท่และ อุปกรณ์ที่จัดเต็ม เรียกได้ว่าหล่อตั้งแต่เกิดจนผู้ซื้อแทบจะไม่ต้องไปตกแต่งอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว Nissan Navara…

กระบะแต่งออฟโรดจากโรงงานเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ชื่นชอบความเท่และความบึกบึนแบบเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ออกจากโชว์รูม ซึ่งปัจจุบันรถกระบะทุกแบรนด์ที่วางขายในตลาดจะมีรุ่นแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรด มาให้เลือก โดยส่วนมากจะเป็นรุ่นท็อปสุดของโมเดล มีราคาสูงที่สุด และมาพร้อมกับรูปลักษณ์สุดเท่และ อุปกรณ์ที่จัดเต็ม เรียกได้ว่าหล่อตั้งแต่เกิดจนผู้ซื้อแทบจะไม่ต้องไปตกแต่งอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว

Nissan Navara PRO-4X, Ford Ranger Wildtrak และ Toyota Hilux Revo Rocco คือสามหัวหอกของกระบะแต่งพิเศษสไตล์ออฟโรดแห่งปี 2021 ทั้ง 3 คันมาพร้อมความรูปลักษณ์ดุดันและบึกบึน มีความเท่และโดดเด่นในแบบฉบับของตัวเอง ทั้งยังมีขุมพลังเครื่องยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ พร้อมคุณสมบัติด้านการลุยออฟโรดที่ยอดเยี่ยม การนำทั้ง 3 รุ่นมาเปรียบเทียบจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก

บทความนี้จะมารีวิวเปรียบเทียบกระบะออฟโรดทั้ง 3 รุ่น โดยจับเอาตัวท็อปที่ราคาสูงที่สุดมาวัดกัน ได้แก่ Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT ราคา 1.149 ล้านบาท Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT ราคา 1.265 ล้านบาท และ Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT ราคา 1.239 ล้านบาท มาดูกันว่ากระบะแต่ละรุ่นมีความโดดเด่นและน่าสนใจหลายอย่าง ใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ ไปดูกัน

Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT จอดอยู่บนเนินเขา

Cr. Nissan Thailand

รูปลักษณ์ภายนอก

เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นออฟโรด ดังนั้น ทั้ง 3 รุ่นจึงมาพร้อมกับรูปโฉมที่มีความแข็งแกร่ง บึกบึน ดุดัน พร้อมมิติตัวรถใหญ่โต และการตกแต่งสไตล์ออฟโรดเต็มสูบ

Navara PRO-4x โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Interlock ดีไซน์ใหม่สีดำด้านพร้อมโลโก้นิสสันสีแดง ไฟหน้าเป็นแบบ LED Projector แบบ 4 ดวง Quad-eyes พร้อมไฟ Daytime Running Lights ทรง C-shaped สี่เหลี่ยม ไฟท้าย LED เพิ่มความเท่ด้วยชายกันชนล่างสีดำด้านพร้อมแผงตกแต่งสีแดง คิ้วล้อสีดำพร้อมแผงทับทิมสีส้ม บันไดช้างสีดำ มือเปิดประตูสีดำด้าน ราวหลังคาสีดำ กันชนท้ายออฟโรด และสติ๊กเกอร์ Pro4X บ่งบอกตัวตน และตอกย้ำดีเอ็นเอแห่งออฟโรดด้วยล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว หุ้มยาง All-Terrain จาก YOKOHAMA GEOLANDAR AT-S G012 ขนาด 255/65 R17 ทั้ง 4 ล้อ นอกจากนี้ยังมีสีตัวถังภายนอกสีพิเศษเฉพาะรุ่น Pro4X อย่างสีเทา Stealth Grey ซึ่งดูเท่มาก

Ranger Wildtrak โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีดำเงาตัดด้วยกรอบสีส้มพร้อมโลโก้ Ford สีดำ ไฟหน้าเป็นแบบ Projector Bi-LED ตกแต่งแบบรมดำ กันชนหน้ามาพร้อมกรอบไฟตัดหมอกสีดำ บันไดข้างสีดำ เพิ่มความดุด้วยช่องลมแก้มหน้าสีดำ มือเปิดประตูสีดำ กระจกมองข้างสีดำ ราวหลังคาสีดำ กันชนหลังสีดำ ติดตั้งสปอร์ตบาร์กระบะท้ายสีดำตกแต่งด้วยแถบสีส้ม ติดตั้งล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว สีดำเงา หุ้มยางมาตรฐานขนาด 265/60 R18 ทั้ง 4 ล้อ

Revo Rocco โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าสไตล์ออฟโรดพร้อมการ์ดกันกระแทกที่ชายล่าง ไฟหน้าเป็นแบบ Projector Bi-Beam LED ไฟท้ายดีไซน์แบบ LED Light Guiding สวยงามโดดเด่น เพิ่มความเท่ด้วยคิ้วตกแต่งซุ้มล้อ กันชนหลังสีเทา กระจกมองข้างสีเทา มือเปิดประตูสีเทา ชุดตกแต่งมือเปิดฝากระบะท้ายสีดำ บันไดข้างสีดำ สปอร์ตบาร์สีเทาเข้ม ไม่มีราวหลังคา ในส่วนของล้อมีขนาด 18 นิ้ว สีดำ หุ้มด้วยยางขนาด 265/60 R18 ตกแต่งตัวอักษรสีขาวแบบ White Letters นอกจากนี้ยังมีสีตัวถังภายนอกพิเศษเฉพาะรุ่นได้แก่สีเทาเขียว Oxide Bronze Metallic ซึ่งให้ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นออฟโรดได้อย่างเต็มอารมณ์

กระจังหน้า Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT

Cr. Nissan Thailand

Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT ด้านหน้า

Cr. Ford Thailand

Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT ด้านหน้า

Cr. Toyota Motor Thailand

ด้านมิติตัวถัง Navara PRO-4x มีความยาว 5,260 มม. กว้าง 1,875 มม. สูง 1,840 มม. ระยะฐานล้อ 3,150 มม.

ส่วน Ranger Wildtrak ยาว 5,376 มม. กว้าง 1,867 มม. สูง 1,848 มม. ระยะฐานล้อ 3,220 มม.

ด้าน Revo Rocco ยาว 5,325 มม. กว้าง 1,900 มม.  สูง 1,815 มม. ระยะฐานล้อ 3,085 มม.

ในภาพรวม Ranger มีความยาวตัวรถมากที่สุด รวมถึงมีระยะฐานล้อยาวที่สุดด้วย นั่นหมายถึงความได้เปรียบในเรื่องพื้นที่ภายในห้องโดยสาร

ในส่วนของการลุย Navara มีระยะความสูงจากพื้น 225 มม. ในส่วนของ Ranger Wildtrak สูงกว่าเล็กน้อยที่ 230 มม. และสามารถลุยน้ำลึกได้มากสุด 800 มม. ขณะที่ Revo Rocco มีระยะความสูงจากพื้นน้อยที่สุด 217 มม.

Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT ด้านข้าง

Cr. Nissan Thailand

Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT เฉียงหน้า

Cr. Ford Thailand

Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT ด้านข้างซ้าย

Cr. Toyota Motor Thailand

รถทั้ง 3 รุ่นใส่อุปกรณ์มาตรฐานภายนอกมาให้เต็มพิกัด ทุกคันมาพร้อมกับระบบช่วยผ่อนแรงในการเปิด-ปิดฝากระบะท้าย นอกจากนี้ยังมีไฟตัดหมอกคู่หน้า LED, ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และมีกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัวพร้อมปรับ-พับด้วยระบบไฟฟ้ามาให้เป็นมาตรฐานเหมือนกัน Navara PRO-4x เป็นรุ่นเดียวที่ไม่มีสปอร์ตบาร์ที่กระบะ Ranger Wildtrak มีไฟส่องสว่างข้างตัวรถ Puddle Lamps พื้นปูกระบะท้าย และช่องชาร์จไฟ 12V ที่กระบะท้ายมาให้เป็นมาตรฐาน ส่วน Revo Rocco เป็นรุ่นเดียวที่มีระบบไฟหน้า Follow-me-home แต่ก็ไม่มีราวหลังคามาให้

Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT ด้านข้างซ้ายจากมุมมองด้านหลัง

Cr. Nissan Thailand

Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT ด้านข้างซ้าย

Cr. www.zigwheels.co.th

Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT กำลังขับขึ้นเขา

Cr. Toyota Motor Thailand

ภายในห้องโดยสาร

กระบะทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับห้องโดยสารที่กว้างขวาง ใช้วัสดุในการประกอบที่ดี และมีการตกแต่งที่น่าสนใจ Navara PRO-4x มาพร้อมกับห้องโดยสารโทนสีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา Piano Black เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังตัดเย็บดีไซน์เฉพาะรุ่นพร้อมปักโลโก้ PRO-4X และตกแต่งด้วยตะเข็บด้ายสีแดง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง พวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งด้วยโลโก้นิสสันสีแดง ปรับได้เพียง 2 ทิศทางขึ้น-ลง มาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรล ไม่มีแป้นแพดเดิลชิฟท์ หัวเกียร์หุ้มหนัง ปัดเป็นแบบเข็มเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบสีขนาด 7.0 นิ้ว และมีฟังก์ชั่นหน้าจอ Off-Road Meter

Ranger Wildtrak ยังคงมาพร้อมกับห้องโดยสารที่เหนือระดับเช่นเคย มาในโทนสีดำ แดชบอร์ดและแผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุสีเทาแบบเงา มีผ้าบุหลังคาสีดำ และมีไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้ 7 สี เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำสลับผ้าตาข่าย เดินตะเข็บด้ายสีส้มพร้อมปักโลโก้ Wildtrak เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมตัวดันหลังปรับไฟฟ้า เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังเดินตะเข็บด้ายสีส้ม บนพวงมาลัยมาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรลครบครัน แผงหน้าปัดเป็นมาตรวัดความเร็วแบบเข็มอนาล็อกขนาบข้างด้วยหน้าจอดิจิตอลแบบสีขนาด 4.2 นิ้ว 2 จอ บอกข้อมูงการขับขี่ครบครัน

ห้องโดยสารของ Revo Rocco มาในโทนสีดำ แดชบอร์ดตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินแบบ Hairline และโครเมียมรมดำ ช่องแอร์ตกแต่งด้วยสีดำและโครเมียม แผงประตูตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเงา Piano Black และไฟตกแต่งแผงประตูด้านข้าง เบาะนั่งหุ้มหนังสีทูโทนดำ-เทา เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับมือ 4 ทิศทาง พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังตกแต่งด้วยสีดำเมทัลลิค ปรับได้ 4 ทิศทางขึ้น-ลง-เข้า-ออก พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรลครบครัน หัวเกียร์หุ้มหนัง แผงหน้าปัดมาตรวัดเป็นแบบเข็มเรืองแสง Optitron ดีไซน์เฉพาะรุ่น ROCCO มาพร้อมกับหน้าจอแสดงข้อมูล MID แบบสีขนาด 4.2 นิ้ว ที่มีฟังก์ชั่นแสดงองศาการเลี้ยวล้อหน้ามาด้วย

ห้องโดยสารด้านหน้า Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT

Cr. Nissan Thailand

ห้องโดยสารด้านหน้า Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT

Cr. Ford Thailand

ห้องโดยสารด้านหน้า Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT

Cr. Toyota Motor Thailand

รถทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับพื้นที่ห้องโดยสารตอนหลังที่กว้างขวางและสะดวกสบาย มาพร้อมเบาะหลังที่นั่งได้สูงสุด 3 คน เบาะตัวกลางสามารถดึงลงมาเป็นที่วางแขนพร้อมช่องวางแก้วน้ำได้ พร้อมทั้งยังสามารถยกพับขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่เก็บของได้อีกด้วย โดยเบาะหลังของ Revo Rocco สามารถยกพับได้แบบ 60/40 ส่วนอีก 2 รุ่นเป็นแบบยกพับขึ้นทั้งแผง

Navara PRO-4X กับ Ranger Wildtrak มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา 2 โซน ส่วน Revo Rocco เสียเปรียบกว่าเพื่อนเพราะแยกปรับอุณหภูมิไม่ได้ แต่ทั้ง 3 รุ่นก็มีช่องแอร์ด้านหลังมาให้เพื่อความเย็นสบายทั่วทั้งห้องโดยสาร ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ก็ให้มาใกล้เคียงกัน อาทิ กระจกมองหลังแบบลดแสงอัตโนมัติ ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ เซ็นทรัลล็อก และกระจกหน้าต่างไฟฟ้า 4 บาน เป็นต้น Ranger Wildtrak กับ Revo Rocco มีคอนโซลกลางพร้อมระบบทำความเย็น Cool Box และช่องปลั๊กไฟ AC 220V 1 ช่อง ซึ่งอุปกรณ์ 2 อย่างนี้ไม่มีใน Navara PRO-4X

ห้องโดยสาร Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT

Cr. Nissan Thailand

ห้องโดยสารด้านหน้า Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT

Cr. Ford Thailand

ห้องโดยสาร Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT

Cr. Toyota Motor Thailand

ระบบความบันเทิง

Navara PRO-4X มาพร้อมจอสัมผัสขนาด 8.0 นิ้ว มีฟังก์ชั่นพื้นฐานครบครันพร้อมระบบนำทางเนวิเกเตอร์ รองรับระบบเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่น NISSAN CONNECT รองรับการสั่งงานด้วยเสียง ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto มีช่องช่องเชื่อมต่อ AUX USB ช่องชาร์จไฟ 12V 1 ช่อง ในส่วนของลำโพงให้มา 6 ตำแหน่ง

ระบบความบันเทิงของ Ranger Wildtrak เป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 8.0 นิ้ว พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 3 เป็นภาษาไทย รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Apple Car Play และ Android Auto การเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth และมีระบบแผนที่นำทางเนวิเกเตอร์ ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง ให้ลำโพงมา 6 ตำแหน่ง

ระบบความบันเทิงของ Revo Rocco เป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 8.0 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth การเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ครบครัน  ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่น T-Connect บนสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นดี ๆ มากมาย อาทิ ตรวจเช็คตำแหน่งรถยนต์ แจ้งเตือนเมื่อรถถูกสตาร์ทหรือเคลื่อนที่ กระจายสัญญาณ Wi-Fi ผู้ช่วยส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น ในส่วนของลำโพงให้มา 6 ตำแหน่ง

ในภาพรวมระบบความบันเทิงของกระบะทั้ง 3 รุ่นถือว่ามีสเปกใกล้เคียงกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่บริการเสริมหรือการเชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นภายนอก ซึ่งโตโยต้ามีบริการที่ครอบคลุมมากที่สุด

หน้าจอ infotainment กลางของ Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT

Cr. Nissan Thailand

หน้าจอ Infotainment กลางของ Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT

Cr. Ford Thailand

หน้าจอ Infotainment กลาง Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT

Cr. Toyota Motor Thailand

 ขุมพลังเครื่องยนต์

กระบะออฟโรดทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์เซลที่ไม่จำเป็นต้องมีความจุกระบอกสูบสูง ๆ แต่ก็สามารถให้พละกำลังได้ดี เครื่องยนต์ของ Navara PRO-4X เป็นเครื่องดีเซล 4 สูบ รหัส YS23DDTT ขนาดความจุ 2.3 ลิตร DOHC 16 วาล์ว พ่วงเทอร์โบคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด

เครื่องยนต์ของ Ranger Wildtrak เป็นเครื่องดีเซล EcoBlue TDCi แบบ 4 สูบเรียง ขนาดความจุ 2.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่ Bi-Turbo ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า (PS) ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมปุ่มเปลี่ยนเกียร์ Manual Mode + – ที่หัวเกียร์

เครื่องยนต์ของ Revo Rocco มีความจุมากที่สุด 2.8 ลิตร เป็นเครื่องดีเซลรหัส 1GD-FTV แบบ 4 สูบเรียง พ่วงเทอร์โบเดี่ยวพร้อมระบบเทอร์โบแบบแปรผัน VN-Turbo ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

เครื่องยนต์ของกระบะทั้ง 3 รุ่นเป็นเครื่องดีเซลยุคใหม่ที่กำลังสูง พร้อมความประหยัดและการปล่อยมลพิษที่ต่ำ ทั้งยังรองรับน้ำมันดีเซล B20 ได้ด้วย ระบบเกียร์ของรถทั้ง 3 รุ่นมีการส่งกำลังที่นุ่มนวล โดยเกียร์ที่มีอัตราทดมากถึง 10 สปีดของ Ranger จะได้เปรียบที่ความสมูทนุ่มนวล และการส่งกำลังที่ต่อเนื่องลื่นไหลมากที่สุด

เครื่องยนต์ของ Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT

Cr. Nissan Thailand

เครื่องยนต์ของ Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT

Cr. Ford Thailand

เครื่องยนต์ Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT

Cr. Toyota Motor Thailand

กระบะทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้งานง่ายเพียงบิดปุ่มควบคุมบริเวณคอนโซลกลาง โดยสามารถปรับการขับเคลื่อนได้ 3 รูปแบบ คือ 2H ขับเคลื่อนสองล้อหลังปกติ 4H ขับเคลื่อนสี่ล้อความเร็วสูง และ 4L ขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดต่ำเพื่อการลุยเส้นทางทุรกันดาร นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันมาเป็นมาตรฐาน ช่วยให้การขับขี่ออฟโรดมีความปลอดภัยมากขึ้น

Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT

Cr. Nissan Thailand

ช่วงล่างของรถกระบะทั้ง 3 รุ่นเป็นรูปแบบเดียวกันคือกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง กันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อน ซึ่งให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ที่ดี ให้การทรงตัวที่ดีทั้งการขับขี่ความเร็วสูงและการเข้าโค้ง รวมถึงรองรับแรงสะเทือนในขณะลุยออฟโรดได้ดี มีความทนทาน ดูแลรักษาง่าย ทั้งยังรองรับการบรรทุกหนักได้โดยไม่มีปัญหา

ระบบพวงมาลัยของ Ranger Wildtrak และ Revo Rocco มีระบบพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง ซึ่งได้เปรียบในเรื่องน้ำหนักที่เบากว่าพาวเวอร์ปกติของ Navara PRO-4X แต่พวงมาลัยของรถทั้ง 3 รุ่นก็ยังมีการตอบสนองที่เฉียบคมแม่นยำ มีระยะฟรีที่เหมาะสม ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย และพวงลังจะหนืดมากขึ้นเมื่อขับเร็วเพื่อความนิ่งและเพิ่มความปลอดภัย

ระบบเบรกของรถทั้ง 3 รุ่นสเปกเหมือนกันคือล้อหน้าแบบดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อน ล้อหลังแบบดรัมเบรก ซึ่งให้ความมั่นใจและให้ประสิทธิภาพการเบรกที่ดี ตอบสนองนุ่มนวล ควบคุมการเบรกได้ง่าย นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเสริมแรงเบรก BA มาให้ครบครัน

Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT กำลังขับขึ่นภูเขา

Cr. Ford Thailand 

ระบบความปลอดภัย

รถยนต์ยุคใหม่มักจะแข่งขันกันที่ระบบความปลอดภัย เช่นเดียวกับกระบะทั้ง 3 รุ่นนี้ที่ไม่มียอมใครในหัวข้อนี้ Navara PRO-4X นำเสนอจุดเด่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ขั้นสูงมากมาย ได้แก่ ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM), ระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (MOD), ระบบการเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชน (IFCW), ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IEB), ระบบเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (IDA), ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (LDW), ระบบควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทาง (ILI), ระบบเตือนรถในมุมอับสายตา (BSW), ระบบป้องกันการชนรถในจุดอับสายตา (IBSI), ระบบตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (RCTA) และระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (HBA) ระบบทั้งหมดให้มาถือว่าเยอะและครอบคุลมมาก ๆ

ระบบรักษาความปลอดภัย Nissan Navara Double Cab 4WD PRO-4X 7AT

Cr. Nissan Thailand

Ranger Wildtrak ก็ไม่น้อยหน้าเพราะมีอุปกรณ์ความปลอดภัยขั้นสูงมาเป็นมาตรฐานหลายอย่างทั้งระบบปรับไฟสูงแบบอัตโนมัติ, ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันระยะห่างตามรถคันหน้า, ระบบช่วยจอดรถแบบอัตโนมัติ, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบเบรกอัตโนมัติ ตรวจจับรถและคนเดินถนน AEB และระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร

ในส่วนของ Revo Rocco มาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง Toyota Safety Sense แต่ใส่มาเพียง 3 ระบบ ประกอบด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมหน่วงพวงมาลัยกลับอัตโนมัติ และระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนัติแบบผันแปร Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT

Cr. Toyota Motor Thailand

ทั้งนี้ กระบะทั้ง 3 รุ่น ยังมาพร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานอื่นๆ ที่ครบครัน สิ่งที่มีเหมือนกันได้แก่ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบป้องกันการลื่นไถลและล้อหมุนฟรี และระบบช่วยการทรงตัวขณะลากจูง ข้อสังเกตคือ Navara PRO-4X เป็นรถรุ่นเดียวไม่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Ranger Wildtrak เป็นรุ่นเดียวที่ไม่มีกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ส่วน Revo Rocco เป็นรุ่นเดียวที่มีเซ็นเซอร์กะระยะครบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในส่วนของถุงลมนิรภัย Navara PRO-4X กับ Revo Rocco ให้มา 7 ตำแหน่ง ส่วน Ranger Wildtrak มีเพียง 6 ตำแหน่ง

เรือนไมล์ของ Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo Wildtrak 4×4 10AT

Cr. Ford Thailand

สรุป

Nissan Navara PRO-4X, Ford Ranger Wildtrak และ Toyota Hilux Revo Rocco คือกระบะแต่งออฟโรดจากโรงงานที่น่าใช้ ทุกรุ่นมาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความเท่ ดุดัน แข็งแกร่ง และมีจุดเด่นในแบบฉบับของตัวเอง ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่าจะถูกใจรุ่นไหนมากกกว่ากัน ในส่วนของพลังเครื่องยนต์ถือว่าจัดเต็มแบบไม่มีใครด้อยกว่าใคร Ranger Wildtrak มีพละกำลังมากที่สุด 213 แรงม้า พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดที่เด่นเรื่องความนุ่มนวล แต่ใช้ว่าอีก 2 รุ่นจะไม่ดีเพราะว่าทุกคันเป็นรถกระบะที่มีสมรรถนะสูง การขับขี่ดี และมีความสามารถในการลุยเส้นทางออฟโรดได้อย่างยอดเยี่ยม ด้านความสะดวกสบาย ออปชั่น และระบบความปลอดภัย ในภาพรวมถือว่าสูสีกันและคุ้มค่ากับราคาที่จ่าย

สำหรับผู้ที่ต้องการกระบะแต่งออฟโรดแบบเสร็จสมบูรณ์จากโรงงาน รถทั้ง 3 รุ่นนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและควรต้องไปลองสัมผัสให้ครบก่อนวางเงินจอง

Toyota Hilux Revo Double Cab 2.8 Rocco 4WD AT ด้านหน้า

Cr. Toyota Motor Thailand

Motto review - Nissan Navara PRO-4X 2021 vs. Ford Ranger Wildtrak 2021 vs. Toyota Hilux Revo Rocco 2021