Nissan Note e-power 2018 ถูกใจสาวออฟฟิศรุ่นใหม่แค่ไหน ไปดูกัน

Home / Cars / Nissan Note e-power 2018 ถูกใจสาวออฟฟิศรุ่นใหม่แค่ไหน ไปดูกัน
นิสสัน มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จที่ก้าวล้ำหน้าไปอีกขั้นบนพื้นฐานแนวคิด “การขับเคลื่อนอัจฉริยะ หรือ Nissan Intelligent Mobility” ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีขุมพลังแบบใหม่ล่าสุดในชื่อ อี-เพาเวอร์…

นิสสัน มอเตอร์ ประกาศความสำเร็จที่ก้าวล้ำหน้าไปอีกขั้นบนพื้นฐานแนวคิด “การขับเคลื่อนอัจฉริยะ หรือ Nissan Intelligent Mobility” ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีขุมพลังแบบใหม่ล่าสุดในชื่อ อี-เพาเวอร์ (e-POWER)

ขุมพลัง อี-เพาเวอร์ (e-POWER) เป็นการประยุกต์จากแนวคิดของเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่มีอยู่ในนิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายและได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานมาแล้วทั่วโลก 

ในระบบใหม่นี้มีการติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดเล็กเพิ่มเติมเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าพลังงานสูง เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าชาร์จเข้ามาเก็บในแบตเตอรี ลดการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากภายนอก แต่ยังให้พลังงานไฟฟ้าในขนาดใกล้เคียงกัน จึงออกมาในรูปแบบ Nissan Note e-Power 2018 (นิสสัน โน้ต อี เพาเวอร์ 2018) ที่ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมา แต่ต้องบอกก่อนเลยว่ารถรุ่นนี้ยังไม่ถูกวางจำหน่ายในบ้านเรา สำหรับใครที่สนใจว่าจะโดดเด่นแค่ไหน ไปดูกันเลยครับ

ดีไซน์ภายนอก

A close up of a car

Description automatically generated
Cr : https://www.carscoops.com/2016/12/nissan-note-e-power-nismo-hits-japan/

ต้องบอกก่อนเลยว่าดีไซน์โดยรวมทั้งภายใน และภายนอก มีข้อแตกต่างจาก Nissan Note (นิสสัน โน้ต) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในด้านการตกแต่งและอุปกรณ์ของแต่ละรุ่น ซึ่งรุ่นที่โดดเด่นที่สุดของ Nissan Note e-Power 2018 (นิสสัน โน้ต อี เพาเวอร์ 2018) คือรุ่น nismo s ที่มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED ปรับสูงต่ำอัตโนมัติ กันชนหน้าสปอร์ต ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว เสริมเหล็กกันโคลงด้านหน้า มาตราวัดความเร็วแบบ NISMO เบาะนั่งจาก Recaro พร้อมสัญลักษณ์ NISMO ด้านหน้า-หลัง

ดีไซน์ภายใน

A close up of a car

Description automatically generated
A car parked in front of a window

Description automatically generated
Cr : https://www.carscoops.com/2016/12/nissan-note-e-power-nismo-hits-japan/

ภายในมาในโทนสีดำตัดแดงตามส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กรอบช่องปรับอากาศ  ขอบครอบเกียร์ พวงมาลัย และเบาะซิ่ง Recaro ตัวโหด พร้อมปัก NISMO สีดำแดง พวงมาลัยสปอร์ตหุ้มด้วยอาคันทาร่า เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าเป็นแบบ Bucket Seat ประดุจรถแข่ง เบาะสปอร์ตเน้นความสบาย และจุดที่แตกต่างจาก Nissan Note 2017 รุ่นปกติก็คงเป็นการออกแบบเกียร์ทรงดอกเห็ดบริเวณคอนโซลกลางที่คงยกมาจาก Nissan Leaf (ไม่นับรวมกรอบฐานเกียร์) กับชุดมาตรวัดที่ดูไฮเทคขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น พร้อมกับเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ และเพิ่มมิติในการขนสัมภาระด้วย เบาะหลังพับได้แบบ 60/40

สมรรถนะ

NISSAN NOTE E-POWER คือรถที่ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเต็มรูปแบบ “จะบอกว่าเป็นรถ HYBRID ก็ไม่เต็มปาก เป็นรถ EV ก็พูดได้ไม่สนิทใจสักเท่าไรนัก” เพราะการทำงานของ NOTE E-POWER ไม่ใช่แบบรถ HYBRID ที่มีอยู่ในบ้านเราก่อนหน้า ที่ต้องสลับการทำงานช่วยทั้งระหว่างแรงขับจากเครื่องยนต์และไฟฟ้าจากตัวมอเตอร์

ความแตกต่างจาก Note รุ่นปกติอยู่ที่ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วน (EV) แต่ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร เพื่อใช้ในการสร้างกระแสไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ดังนั้น เครื่องยนต์ของ Note e-Power จะไม่ถูกใช้ในการขับเคลื่อนโดยตรง แต่จะใช้เพื่อสร้างกระแสไฟให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าแทน ซึ่งติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า (PS) ที่ 3,008 – 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 254 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,008 รอบต่อนาที ติดตั้งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 34.0 กิโลเมตรต่อลิตร ตามมาตรฐาน JC08 ของญี่ปุ่น ซึ่งดีกว่ารุ่นปกติที่ทำไว้ 23.4 กิโลเมตรต่อลิตร

nissan-e-power
Cr : https://www.nissan.co.th/news/nissan-e-power.html

ปัจจุบัน Nissan Note e-Power แบ่งออกเป็น 5 เกรดได้แก่ 

  • 1.2 e-Power S ราคา 1,772,280 เยน ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ต่ำเพียงแค่ 62 g./km. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแค่เพียง 37.2 km/l 
  • 1.2 e-Power X ราคา 1,959,120 เยน ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ต่ำเพียงแค่ 68 g./km. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแค่เพียง 34 km/l 
  • 1.2 e-Power Mode Premier ที่มีเป็นการนำหน้าตารุ่นก่อน Minorchange มาเปลี่ยนกันชนหน้าใหม่ ราคา 2,207,520 เยน ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ต่ำเพียงแค่ 68 g./km. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแค่เพียง 34 km/l 
  • 1.2 e-Power Medalist ราคา 2,244,240 เยน ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ต่ำเพียงแค่ 68 g./km. มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแค่เพียง 34 km/l 
  • 1.2 e-Power NISMO รุ่นแพงสุดจึงมีราคาสูงถึง 2,671,920 เยน Nissan Note e-Power NISMO S 2018 จำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นราคาที่ 2,671,920 เยน  หรือประมาณ 767,000 บาทไม่รวมภาษีบ้านเรา

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับความโดดเด่นของ Nissan Note e-Power 2018 (นิสสัน โน้ต อี เพาเวอร์ 2018) สำหรับผมรู้สึกพอใจกับสมรรถนะและความสปอร์ตที่ได้มา และเรื่องของการใช้แบตเตอรี่เล็กกว่า ทำให้รถน้ำหนักเบาลง แถมยังได้ช่วยลดมลพิษทางอากาศด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อต้องแลกกับเงินไม่ถึงล้าน สำหรับสาวๆ วัยทำงานจริงๆเลยครับ ทั้งความคล่องตัว และดีไซน์ที่ดูกะทัดรัด สวยงาม 

แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องอดใจรกันอีกหน่อย เพราะยังไม่มีข่าวเรื่องการเปิดตัวและวางจำหน่ายในบ้านเราเลยล่ะครับ ถ้าคุณสนใจรถค่ายนี้ สามารถเข้ามาเลือกชมและเช็คราคากลางได้ที่ Mottoraka ได้เลยครับ

____________________________________________________________________________

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement

Advertisement

Advertisement