10 รุ่นเบนซ์มือสอง ราคาไม่เกินล้านที่ทุกคนสัมผัสได้

Home / Cars / 10 รุ่นเบนซ์มือสอง ราคาไม่เกินล้านที่ทุกคนสัมผัสได้
เชื่อว่าตลอดระยะเวลาเป็นสิบ ๆ ปีที่วงการรถยนต์ยุโรปเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยนั้น ทำให้ใครหลาย ๆ คนเริ่มมีความฝันที่อยากจะครอบครองเอาไว้ซักคันหนึ่ง ด้วยภาพลักษณ์ที่มีความหรูหรา เสน่ห์ที่ดูสุขุม วางมาดได้เป็นอย่างดีผนวกเข้ากับคุณภาพความทนทานของตัวรถยนต์ เรียกได้ว่าเป็นราคาที่หลาย…

เชื่อว่าตลอดระยะเวลาเป็นสิบ ๆ ปีที่วงการรถยนต์ยุโรปเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยนั้น ทำให้ใครหลาย ๆ คนเริ่มมีความฝันที่อยากจะครอบครองเอาไว้ซักคันหนึ่ง ด้วยภาพลักษณ์ที่มีความหรูหรา เสน่ห์ที่ดูสุขุม วางมาดได้เป็นอย่างดีผนวกเข้ากับคุณภาพความทนทานของตัวรถยนต์ เรียกได้ว่าเป็นราคาที่หลาย ๆ คนยอมจ่ายได้อย่างง่ายดาย และเมื่อพูดกันถึงเรื่องรถยนต์ที่ใคร ๆ ก็อยากจะครอบครองแล้วล่ะก็ จะต้องมียี่ห้อนี้ติดอยู่ในใจของทุกคนอย่างแน่นอน ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูดีมีมาดผู้บริหารเต็มเปี่ยม ความทนทานของวัสดุอุปกรณ์ที่ขึ้นชื่อ ตราสัญลักษณ์ที่โดดเด่น และความเก๋าเกมในวงการรถยนต์ที่อยู่มาอย่างยาวนาน ซึ่งทั้งหมดทั้งมลวนี้คือรถยนต์ยี่ห้อ ‘เบนซ์’ นั่นเอง เราจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหากเราได้ลองขับขี่รถยนต์เบนซ์สักครั้งหนึ่งแล้ว เราจะต้องติดใจและรู้สึกไม่แปลกใจเลยที่ใครหลาย ๆ คนจะใฝ่ฝันในการเป็นเจ้าของรถยนต์แบรนด์นี้ นึกภาพตามว่าเพียงแค่เราเปิดประตูลงมาจากรถเบนซ์แล้วทุกสายตาก็ย่อมจับจ้องมาที่เราอย่างแน่นอน แต่ด้วยราคาที่สูงจนเป็นอุปสรรคกับบางคนที่มีงบไม่ถึงทำให้ความฝันนั้นสลายไป แต่อย่าพึ่งเสียดายไปเพียงทุกท่านได้อ่านบทความนี้คุณก็อาจจะครอบครองเบนซ์มาอยู่ข้างกายได้อย่างง่ายๆ เพราะบทความในวันนี้ของเราจะนำเสนอให้ทุกคนได้รู้ว่าเบนซ์ดี ๆ ที่ราคาไม่ถึงล้าน ก็ยังมีอยู่เพียงแค่คุณเปิดใจรับรถมือสองให้ได้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นลองมาดู 10 รุ่นเบนซ์มือสองราคาไม่เกินล้านที่เราจัดลำดับมาให้กัน


10. 2003 Mercedes-Benz E240 Avantgarde Sedan

2003 Mercedes-Benz E240 Avantgarde Sedan

รถยนต์เบนซ์มือสองรุ่นแรกที่อยากจะนำเสนอก็คือรุ่น E240 Avantgarde Sedan ที่มีความคลาสสิคของความเป็นเบนซ์อยู่เต็มเปี่ยม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสโลฟและไฟหน้าที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์จำง่ายสะดุดตา ตระแกรงด้านหน้าประดับตราเบนซ์เอาไว้อย่างสวยงาม รูปทรงโฉบเฉี่ยวแต่ยังมีความกระทัดรัดสไตล์รถยนต์ซีดาน มองเผิน ๆ อาจจะดูสปอร์ตแต่ก็ยังคงความหรูหราไฮโซของเบนซ์เอาไว้ได้ ทางด้านของเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์แบบเบนซิน 6 สูบ ขนาด 2,600 cc รูปแบบเกียร์อัตโนมัติ  มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 177 และมีกำลังแรงบิดอยู่ที่ 240 ตัวถังจุน้ำมันได้ 65 ลิตร โดยราคามือสองจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 แสนบาท แล้วแต่สภาพของคันนั้น ๆ


9. 2005 Mercedes-Benz S280 Sedan

2005 Mercedes-Benz S280 Sedan

S-class 280 เป็น sedan อีกรุ่นที่น่าสนใจถ้าเพราะถ้าหากคุณเป็นคนที่หลงใหลในความคลาสสิค ไม่เสริมเติมแต่งอะไรมากนักของเบนซ์แล้วล่ะก็ตัวนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน แถมรุ่นนี้ยังเป็น Long wheel base ก็คือมีฐานล้อที่กว้างกระจายน้ำหนักได้อย่างดี ตัวล้อมีขนาด 17 นิ้ว  โดยรุ่นนี้จะเป็นแบบ Minor change ก็คือได้รับการอัพเกรดปรับโฉมพัฒนามาจากรุ่นเก่าที่มีอยู่แล้วนั่นเอง เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์แบบเบนซิน ขนาด 2799 cc จุปริมาณน้ำมันได้ 88 ลิตร ระบบเกียร์ที่ใช้เป็นระบบอัตโนมัติ โดยจะให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 201 และมีกำลังแรงบิดอยู่ที่ 270 อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะอยู่ที่ 9.7 ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 4 แสนบาทนั่นเอง


8. 2013 Mercedes-Benz C200 CGI BlueEFFICIENCY Sedan AT

2013 Mercedes-Benz C200 CGI BlueEFFICIENCY Sedan AT

รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่ซื้อมือสองแล้วน่าสนใจ อย่างแรกเลยคือทางด้านของตัวดีไซน์ที่มีความคลาสสิค มีมาดสุขุมดูเป็นคนมีตำแหน่ง มีขนาดพอดีกับการขับขี่ในสไตล์รถยนต์ซีดาน แถมจุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้ก็คงหนีไม่พ้นเทคโนโลยี Blue EFFICIENCY ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยประหยัดพลังงานและยังเป็นนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น ลดการปล่อยมลพิษ และใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ทางด้านของตัวเครื่องยนต์เป็นแบบแเบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,796 ซีซี รุ่นนี้มีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 184 กำลังแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 270 ราคามือสองโดยประมาณจะอยู่ที่ 7 แสนบาท


7. 2010 Mercedes-Benz Vito 120 CDI V6

2010 Mercedes-Benz Vito 120 CDI V6

คราวนี้มาเอาใจคนที่อยากได้เบนซ์มือสองแต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเน้นใช้งานหลายที่นั่ง หรือครอบครัวมีจำนวนปริมาณคนเยอะบ้างดีกว่า เพราะรถเบนซ์มือสองในอันดับที่ 7 นี้จะเป็นรถยนต์ MVP หรือรถตู้ ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะไม่คุ้นกับรถแบบนี้จากทางเบนซ์ แต่ว่าเมื่อขึ้นชื่อว่ามาจากค่ายเบนซ์แล้วล่ะก็คุณภาพไว้วางใจได้อย่างแน่นอน Vito เป็นรถยนต์ 11 ที่นั่ง ภายนอกมีดีไซน์ในรูปแบบรถตู้ทั่วไป แต่กระจังหน้าจะสั้นและสโลฟลง เบาะทั้ง 11 ที่นั่งจะเป็นเบาะไฟฟ้า เครื่องยนต์เป็นแบบเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2,143 cc กำลัง 163 แรงม้า กำลังแรงบิดที่ 380 พวงมาลัยแบบ Multi-function เกียร์ 7G tronic plus ราคามือสองเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7-8 แสนบาท


6. 2012 Mercedes-Benz C180 AMG Coupe

2012 Mercedes-Benz C180 AMG Coupe

รุ่นที่หกที่อยากจะนะนำให้ทุกคนได้จับจองในราคามือสองก็คือรุ่นคูเป้จากเบนซ์นั่นเอง ด้วยความปราดเปรียวและดูคล่องตัวของทรวดทรงรถยนต์ชนิดคูเป้ ผนวกรวมเข้ากับดีไซน์ที่หรูหราเรียบง่ายจากทางเบนซ์ทำให้รถยนต์รุ่นนี้สวยงามอย่างลงตัว ภายในจะใช้เป็นเบาะไฟฟ้าอย่างดีพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่จะช่วยอำนวยความสะดวกขณะขับขี่ ทางด้านของเครื่องยนต์จะเป็นแบบเครื่องยนต์ M271 บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,796 ซีซี กำลัง 156 แรงม้า มีกำลังแรงบิดอยู่ที่ 250 รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 9.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีราคามือสองอยู่ที่ 7-8 แสนบาท


5. 2014 Mercedes-Benz A180 AMG

2014 Mercedes-Benz A180 AMG

มีเบนซ์แบบซีดาน แบบคูเป้ แบบ MVP ไปแล้วคราวนี้เรามาดูรถยนต์เบนซ์แบบ Hatchback กันบ้างดีกว่ารถยนต์สุดเท่ 5 ประตูดีไซน์พอเหมาะพอเจาะ กระจังหน้ากว้างรับลมได้ดี ความสูงถูกลดระดับลงไปอีกเพื่อการยึดเกาะและความสมดุล  ประดับโลโก้เบนซ์เด่นเป็นสง่าอยู่บนตะแกรงหน้าถือเป็นรุ่นที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาจากเบนซ์เพราะเขาออกแบบมาเพื่อรับมือกับคู่แข่งอย่าง Audi หรือ BMW นั่นเอง ในส่วนของเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบพร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบมีพละกำลังอยู่ที่ 209 แรงม้า ส่วนทางด้านแรงบิดทำได้ถึง 350 อัตตราเร่งสามารถทำได้จาก 0-100 กิโลเมตรได้ในเวลาเพียง 6.6 วินาทีเท่านั้น สนนราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 8 แสนบาท


4. 2014 Mercedes-Benz E300 2.1 BlueTEC HYBRID Sedan

2014 Mercedes-Benz E300 2.1 BlueTEC HYBRID Sedan

รถยนต์ซีดานจากทางเบนซ์อีกหนึ่งรุ่นที่มาภายใต้ระบบ BlueTEC ที่ตะช่วยประหยัดพลังงานแถมรุ่นนี้ยังน่าสนใจเพิ่มขึ้นตรงที่ระบบการทำงานเครื่องยนต์เป็นแบบระบบ Hybrid ดีไซน์ภายนอกของตัวรถยนต์รุ่นนี้มีความคลาสสิคคล้ายรุ่นเก่า ๆ ของเบนซ์แต่ได้รับการ Minor Change ให้กระจังหน้าดูมีความสปอร์ตมากขึ้น ไฟหน้ายกขึ้น สร้างลุคที่ดูโฉบเฉี่ยวแต่คลาสสิคตัดกันอย่างลงตัว เครื่องยนต์เป็นแบบเครื่องยนต์ Diesel Bluetech Hybrid 231 แรงม้า เกียร์ 8 Speed ราคามือสองอยู่ที่ประมาณ 9 แสนบาท


3. 2010 Mercedes-Benz E300 Avantgarde

 2010 Mercedes-Benz E300 Avantgarde

หากคุณเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมหรือเป็นเจ้าของกิจการอะไรซักอย่าง ต้องการจะซื้อรถเบนซ์ซักคันไว้ให้คนขับรถขับพาเราไปแต่ละที่แต่ก็ไม่อยากจะเสียเงินในจำนวนที่มากทางเราก็ขอแนะนำรุ่นนี้เลย E Class Avantgarde ทรวดทรงสไตล์รถยนต์ของผู้บริหารที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยว มีการติดตราโลโก้เบนซ์ไว้ที่กระจังหน้า เพื่อความสะดุดตา  เครื่องยนต์เป็นแบบ V6 DOHC 24 วาล์ว 2,996 cc หัวฉีดแบบอิเล็กทรอนิค มีพละกำลังสูงสุด 219 แรงม้า กำลังแรงบิด 300 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ 7.4 วินาที ราคามือสองโดยประมาณ 8 แสนบาท


2. Mercedes-Benz E200 CGI Sport

Mercedes-Benz E200 CGI Sport

บางคนอาจจะชอบความหรูหราดูแพงและความน่าเชื่อถือไว้วางใจได้ของตัวแบรนด์เบนซ์แต่อาจจะไม่ได้ชอบความเก่าความคลาสสิคขนาดนั้น หากเป็นเช่นนั้นแล้วทางเราขอแนะนำรุ่น CGI Sport นี้เป็นตัวเลือกเลยเพราะรุ่นนี้ฉีกทุกความคลาสสิคออกไปแล้วใส่ความสปอร์ตความเท่เข้ามา กระจังหน้ามีความยาวและสโลฟ ไฟหน้าโฉบเฉี่ยว และยังเป็นแบบสองประตู เพิ่มความสปอร์ตถึงขีดสุด ทางด้านของเครื่องยนต์เป็นแบบเบนซินขนาดความจุ 1796 cc พละกำลัง 149 แรงม้า ราคามือสองอยู่ที่หนึ่งล้านบาทต้น ๆ


1. 2016 Mercedes-Benz GLA200 Urban SUV

2016 Mercedes-Benz GLA200 Urban SUV

รถยนต์ SUV ดีไซน์สวยคันนี้แนะนำอย่างมากหากท่านต้องการจะซื้อรถเบนซ์มือสอง เนื่องด้วยเจ้าตัวนี้หากพิจารณาดูดี ๆ แล้วก็เปรียบเสมือนรุ่น A class ของเบนซ์ในร่างที่ถูกปรับให้ยกสูงขึ้นนั่นเอง ดีไซน์สวยคล่องตัว เป็นแบบ 5 ประตูจึงทำให้การใช้งานค่อนข้างหลากหลาย มีโหมด Eco ให้เลือกขับหากต้องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในส่วนของเครื่องยนต์จะเป็นแบบหัวฉีดตรงที่มาในเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร มีพละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 156 แรงม้า และกำลังแรงบิดอยู่ 250 นิวตันเมตร ราคามือสองมีตั้งแต่หนึ่งล้านบาทไปจนถึงหนึ่งล้านบาทเศษ


Motto Rank – 10 รุ่นเบนซ์มือสอง ราคาไม่เกินล้าน

รุ่นรถยนต์ราคา (มือสอง)
10. 2003 Mercedes-Benz E240 Avantgarde sedan3-4 แสนบาท
9. 2005 Mercedes-Benz S280 Sedan4 แสนบาท
8. 2013 Mercedes-Benz C200 CGI BlueEFFICIENCY Sedan AT7 แสนบาท
7. 2010 Mercedes-Benz Vito 120 CDI V67-8 แสนบาท
6. 2012 Mercedes-Benz C180 AMG Coupe7-8 แสนบาท
5. 2014 Mercedes-Benz A180 AMG8 แสนบาท
4. 2014 Mercedes-Benz E300 2.1 BlueTEC HYBRID Sedan9 แสนบาท
3. 2010 Mercedes-Benz E300 Avantgarde8 แสนบาท
2. Mercedes-Benz E200 CGI Sport1 ล้านบาท
1. 2016 Mercedes-Benz GLA200 Urban SUV1 ล้านบาทเศษ

ตารางแสดงราคารถเบนซ์มือสอง

หากใครที่ต้องการทราบราคาที่แน่นอน ก็ลองเข้ามา เช็คราคารถมือสอง กับเราก่อนได้นะครับ เพื่อให้ได้ราคากลางที่ยุติธรรมที่สุด

เครดิตภาพ U.S.News, Autoviva, NetCarShow, Drivelife, CarWallpapers, ArtStation, Best Car Magazine, Car Guide, Edmunds และ GT Cord