ของเหลวในรถยนต์ เรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้าม

Home / Cars / ของเหลวในรถยนต์ เรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้าม
            ของเหลวต่าง ๆ ในรถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญในการช่วยให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งของเหลวในรถยนต์เหล่านี้เราจำเป็นที่จะต้องหมั่นตรวจสอบและคอยเปลี่ยนอยู่ตลอด เพราะของเหลวแต่ละอย่างก็จะมีอายุการใช้งานที่ต่างกันออกไป             วันนี้…

            ของเหลวต่าง ๆ ในรถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญในการช่วยให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งของเหลวในรถยนต์เหล่านี้เราจำเป็นที่จะต้องหมั่นตรวจสอบและคอยเปลี่ยนอยู่ตลอด เพราะของเหลวแต่ละอย่างก็จะมีอายุการใช้งานที่ต่างกันออกไป

            วันนี้ Mottoraka จะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับของเหลวต่าง ๆ ในรถยนต์ที่เราไม่ควรมองข้าม พร้อมเคล็ดลับในการตรวจสอบเบื้องต้น

น้ำมันเครื่อง (Engine Oil)

ถ้าถามถึงของเหลวในรถยนต์เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึงน้ำมันเครื่องเป็นอย่างแรก เพราะน้ำมันเครื่องนั้นจะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายบ่อยที่สุดแล้วในบรรดาของเหลวทั้งหมดในรถยนต์ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องนั้นจะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ, อัตราเร่งอยู่ในระดับที่ดี และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

ตามปกติแล้วการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรทำทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร หรือทุก ๆ 6 เดือน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและประเภทของน้ำมันเครื่องที่ใช้ ประเภทของน้ำมันเครื่องนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ น้ำมันแร่ (Mineral oil), น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) และน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ (Fully Synthetic) โดยน้ำมันเครื่องสังเคราะห์นั้นจะเป็นน้ำมันเครื่องที่มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด

A picture containing person, person, indoor, blue

Description automatically generated

น้ำมันเบรก (Brake Fluid)

น้ำมันเบรกเองก็มีอายุการใช้งานเช่นเดียวกับน้ำมันเครื่อง ซึ่งผู้ใช้รถหลายคนอาจจะมองข้ามในส่วนนี้ไป จะว่าไปแล้วน้ำมันเบรกนี้อาจจะสำคัญมากกว่าน้ำมันเครื่องเสียอีก เพราะหากมีการทำงานที่ผิดพลาดแล้วนั่นหมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุกับเราได้ตลอดเวลา

โดยเฉลี่ยแล้วอายุการใช้งานของน้ำมันเบรกจะอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 50,000 กิโลเมตร แต่หากถ้าเป็นคนที่ชอบใช้งานเบรกหนักและบ่อย ๆ เช่น การขับขึ้น-ลงเขา, ขับรถเร็ว และเบรกแรง ก็ควรจะเปลี่ยนให้เร็วกว่าเดิม

A close up of a toy car

Description automatically generated

น้ำมันเกียร์ (Transmission Fluid)

หน้าที่ของน้ำมันเกียร์นั้นจะช่วยให้การทำงานของระบบเกียร์นั้นไหลลื่น พร้อมทั้งยังช่วยหล่อลื่นฟันเฟืองเพื่อไม่ให้เกิดการขบกันหรือสัมผัสกันโดยตรง ลดการเสียดสีของชิ้นส่วนภายในระบบเกียร์อีกด้วย อีกทั้งยังทำหน้าที่ถ่ายเทความร้อน ป้องกันการเกิดสนิม การกัดกร่อน และช่วยทำให้ระบบเกียร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น้ำมันเกียร์นั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1) น้ำมันเกียร์ธรรมดา สำหรับรถยนต์ระบบเกียร์ธรรมดาซึ่งจะมีระยะการเปลี่ยนถ่ายแค่ปีละครั้ง ยกเว้นหากมีการใช้งานรถยนต์ที่หนักกว่าปกติก็จะต้องเปลี่ยนเร็วขึ้น และ 2) น้ำมันเกียร์ออโต้ สำหรับรถยนต์ระบบเกียร์ออโต้ โดยจะมีระยะการเปลี่ยนถ่ายทุก ๆ 40,000 กิโลเมตร แต่ถ้าหากมีการใช้งานรถยนต์บ่อย ๆ ก็ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ไวขึ้น

A picture containing indoor, motorcycle, sitting, desk

Description automatically generated

น้ำยาหล่อเย็น (Coolant/Radiator Fluid)

น้ำยาหล่อเย็น คือตัวช่วยที่สำคัญในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ป้องกันการเกิดสนิมที่จะสามารถไปอุดตันส่วนต่าง ๆ อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของหม้อน้ำและเครื่องยนต์ได้อีกด้วย โดยน้ำยาหล่อเย็นนี้จะมีทั้งที่เป็นแบบสำเร็จรูปพร้อมใช้งานได้เลย กับแบบที่ต้องนำมาผสมเองซึ่งกำหนดการเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นนั้นจะอยู่ที่ทุก ๆ 40,000 กิโลเมตร หรือไม่เกิน 2 ปี

A picture containing person, person, hand, close

Description automatically generated

น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ (Power Steering Fluid)

น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ สำหรับในปัจจุบันอาจจะไม่มีในรถยนต์บางรุ่นแล้วเพราะรถยนต์ที่ออกมาใหม่ ๆ จะใช้ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าเป็นส่วนมาก แต่ถ้าหากรถยนต์ของเรายังคงเป็นระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิค ก็ต้องมีการหมั่นตรวจเช็คน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์จะช่วยในเรื่องของการบังคับเลี้ยว ไปจนถึงการดูแลชุดเฟืองขับและเฟืองสะพานไม่ให้ได้รับความเสียหายจากการเกิดแรงกระแทก

โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์จะอยู่ที่ทุก ๆ 80,000 กิโลเมตร หรือตามระยะที่กำหนดในคู่มือ ทั้งนี้การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์มีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการเปลี่ยนปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์หรือชุดเฟืองขับและเฟืองสะพาน หากเราไม่หมั่นตรวจสอบและเติมน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์อยู่ตลอดเวลาแล้ว ก็อาจจะเสี่ยงที่ต้องเสียเงินเป็นจำนวนที่มากขึ้นเพื่อเปลี่ยนชุดอุปกรณ์ดังกล่าว

A picture containing person, indoor, table, kitchen

Description automatically generated

น้ำยาฉีดกระจกรถ (Windshield Washer Fluid)

สำหรับน้ำยาฉีดกระจกรถนั้นเป็นของเหลวที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายตามระยะทาง แต่ส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาในเรื่องของการใช้ประเภทของของเหลวมาทดแทนน้ำยาฉีดกระจกรถแบบที่วางขายกันทั่วไป อาจจะมีสาเหตุมาจากราคาที่สูง หรือสูตรน้ำยาฉีดกระจกรถที่มีส่วนผสมของเมทานอลที่ก่อให้เกิดมลพิษหรือการแพ้ ไปจนถึงความสะดวกในการหาของเหลวทดแทนมาเติมในเวลาเร่งด่วน

โดยทั่วไปแล้วเราสามารถเติมน้ำเปล่าหรือน้ำเปล่าผสมน้ำยาล้างจาน แต่ของเหลวเหล่านี้จะมีข้อด้วยกว่าน้ำยาฉีดกระจกรถ ไม่ว่าจะเป็นการเกิดตะไคร่สีเขียวที่กระบอกเมื่อมีการใช้น้ำเปล่า, หัวฉีดเกิดการอุดตันฉีดไม่ออก, ไม่สามารถล้างคราบน้ำมันได้หมดจนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง

แนวทางที่ดีก็คือ การผสมน้ำเปล่ากับน้ำยาฉีดกระจกรถนั่นเอง นอกจากจะช่วยประหยัดตัวน้ำยาฉีดกระจกรถแล้วนั้น ก็ยังคงประสิทธิภาพในการทำความสะอาดกระจกอีกด้วย


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement