ขับรถชนเสาไฟฟ้าแรงสูง ไฟรั่ว ต้องออกจากรถอย่างไรไม่ให้ถูกช็อต

Home / Cars / ขับรถชนเสาไฟฟ้าแรงสูง ไฟรั่ว ต้องออกจากรถอย่างไรไม่ให้ถูกช็อต
อุบัติเหตทางรถยนต์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้แทบทุกวัน และการขับรถชนเสาไฟฟ้าก็เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ซึ่งอันตรายมันไม่ใช่แค่การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุตามปกติเท่านั้น แต่หลายต่อหลายครั้งกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนบนเสาไฟฟ้าและบริเวณโดยรอบได้ทำร้ายร่างกายผู้ขับขี่มากขึ้นโดยการถูกไฟช็อต คำถามคือหากมีเหตุการณ์ขับรถชนเสาไฟฟ้าแรงสูง หรือไฟรั่ว แล้วจะออกมาจากรถอย่างไรให้ปลอดภัยหรือเสี่ยงน้อยที่สุด วันนี้ Mottoraka มาคำตอบมาฝากกันครับ…

อุบัติเหตทางรถยนต์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้แทบทุกวัน และการขับรถชนเสาไฟฟ้าก็เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้เหมือนกัน ซึ่งอันตรายมันไม่ใช่แค่การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุตามปกติเท่านั้น แต่หลายต่อหลายครั้งกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนบนเสาไฟฟ้าและบริเวณโดยรอบได้ทำร้ายร่างกายผู้ขับขี่มากขึ้นโดยการถูกไฟช็อต คำถามคือหากมีเหตุการณ์ขับรถชนเสาไฟฟ้าแรงสูง หรือไฟรั่ว แล้วจะออกมาจากรถอย่างไรให้ปลอดภัยหรือเสี่ยงน้อยที่สุด วันนี้ Mottoraka มาคำตอบมาฝากกันครับ

ตั้งสติและประเมินสภาพโดยรอบ

หากเราไม่ได้บาดเจ็บหนักและไม่ได้รับความเสียหายทางร่างกายมาก อยากให้ตั้งสติ แล้วประเมินสภาพที่เกิดขึ้น ดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมมีกระทบกับรถของเราหรือไม่ ดูว่าโดยรอบมีเสาไฟฟ้าหักล้มไหม สายไฟฟ้าฉีกขาดหรือเปล่า หากเป็นแบบนั้นให้คิดไว้ก่อนเลยว่าบริเวณนั้นมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ และอาจจะเกิดการช็อตเราได้

โทรเรียกศูนย์ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อประเมินได้ว่าน่าจะมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหล ให้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าตำรวจที่เบอร์ 191 หรือหน่วยกู้ชีพ 1554 เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนครับ

Cr : https://siamagazin.com

วิธีปฏิบัติกรณีเกิดไฟรั่ว ไฟช็อต ไฟลุกจนมีควัน

แม้ว่าเราจะประเมินเหตุการณ์แล้ว รอหน่วยงานมาช่วยเหลือแล้ว แต่อาจจะช้าเกินไป จนทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตอย่างหนัก เกิดไฟลุก หรือมีควันเกิดขึ้น เบื้องต้นต้องช่วยเหลือตัวเองและพาตัวเองออกมาจากรถให้เสี่ยงน้อยที่สุด ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ครับ

  1. สวมรองเท้าให้เรียบร้อย
  2. ค่อย ๆ เปิดประตูรถออกให้สุด
  3. อย่าเพิ่งออกจากรถทันที ให้ดูโดยรอบดี ๆ ก่อน และห้ามก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งลงที่พื้นก่อน
  4. ห้ามใช้มือเปล่าแตะโครงรถที่มีชิ้นส่วนของเหล็กเด็ดขาด เช่น ขอบประตู เพราะว่าหากเราแตะที่ขอบประตูหรือบริเวณชิ้นส่วนใด ๆ ที่มีเหล็ก พร้อม ๆ กับการก้าวเท้าข้างใดข้างหนึ่งลงพื้นไปก่อน มือของเราที่สัมผัสกับรถ จะกลายเป็นตัวนำไฟฟ้า โดยร่างกายก็จะเปรียบเสมือนเป็นสายกราวน์ ทำให้กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านร่างกาย จนถูกไฟฟ้าช็อตได้นั่นเอง
  5. แทนที่ก้าวออกจากรถตามข้อ 4 ควรออกจากรถโดยที่ขาและเท้าของทั้งสองข้างลงพื้นพร้อมกัน ผ่านวิธีการกระโดด พร้อมปล่อยมือจากรถยนต์โดยทันที
  6. เมื่อออกจากมากรถได้แล้ว ก็อาจจะยังไม่ปลอดภัยในทันที ให้เราค่อย ๆ ไถเท้าทั้งสองข้างไปข้างหน้า โดยต้องติดอยู่ติดกัน และรองเท้าก็ต้องติดพื้นตลอดเวลาด้วยครับ
  7. ค่อย ๆ เดินออกห่างจากบริเวณไฟฟ้ารั่วให้ไกลที่สุด อย่างน้อย 12 เมตร ในขณะเดียวกันคนที่ต้องการจะเข้ามาช่วยก็ต้องอยู่ในระยะนี้ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีโอกาสโดนช็อต เว้นแต่ว่าจะเป็นทีมกู้ภัยที่เชี่ยวชาญ มีชุดและถุงมือป้องกันกระแสไฟฟ้าได้มาช่วยครับ
Cr : https://siamagazin.com
Cr : www.thephuketnews.com

ผมเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว และอยู่ในสภาวะเช่นนี้ ก็ค่อย ๆ แก้ไข เอาตัวรอดให้ได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม Mottoraka ขอให้ทุกคนที่ขับขี่หรือใช้รถใช้ถนนมีสติทุกขณะ อย่าประมาท จะช่วยลดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันทั้งตัวเองและผู้อื่นด้วยครับ

ที่มา : Youtube


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement