ย้อนประวัติ Honda Jazz : 20 ปี กับการขับขี่อย่างสนุกสนานบนท้องถนนทั่วโลก ตอน 2

Home / Cars / ย้อนประวัติ Honda Jazz : 20 ปี กับการขับขี่อย่างสนุกสนานบนท้องถนนทั่วโลก ตอน 2
ขอตอนรับกลับเข้าสู่บทความเกี่ยวกับความเป็นมาของ Honda Jazz กันนะครับ ตอนนี้เป็นตอนที่สองของซีรีย์ Honda Jazz กันแล้วนะครับและเป็นตอนสุดท้าย   สำหรับตอนแรกนั้นเราได้พูดถึงการก่อเกิดของ Honda…

ขอตอนรับกลับเข้าสู่บทความเกี่ยวกับความเป็นมาของ Honda Jazz กันนะครับ ตอนนี้เป็นตอนที่สองของซีรีย์ Honda Jazz กันแล้วนะครับและเป็นตอนสุดท้าย  

สำหรับตอนแรกนั้นเราได้พูดถึงการก่อเกิดของ Honda Jazz ในเจเนอเรชั่นแรกกันไปแล้วนะครับ ตอนนี้เราก็มาต่อกันที่เจเนอเรชั่นที่สองจนถึงปัจจุบันกันเลยนะครับ
ใครที่ยังไม่ได้อ่านใน ตอนแรก สามารถอ่านได้ ที่นี่

“การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ”

2nd Generation (2007–2014)

ต่อมา Honda Fit ก็ออกเจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเป็นรถแฮตช์แบ็ก 5 ประตูซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงและเปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2007 ด้วยดีไซน์ที่ดูน่ารัก พัฒนาขึ้นตามหลักการ “Human FIT” พร้อมแนวคิด 3 ประการหลักๆ นั่นคือ “Driving” – Evolution of Running, “Package” – Package Evolution และ “Utility” – Ease-of-use Evolution เน้นความสะดวกสบายของผู้โดยสารและผู้ขับขี่มากขึ้น และลูกเล่นที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม ทำให้ Honda Fit โฉมนี้คว้ารางวัล Car of the Year Japan 2007-2008 มาได้อีกครั้ง!

ภายนอกมาพร้อมจุดเด่นที่มากขึ้น ทั้งไฟหน้ารูปทรงขนาดใหญ่ ดีไซน์เฉียบคม เส้นสายตัวถังคมขึ้น ตัวถังกว้างขึ้นถึง 20 มม. ส่วนฐานล้อขยายให้ยาว (จากหน้ารถถึงหลังรถ) ขึ้นอีก 50 มม. และเพิ่มระยะห่างระหว่างล้อหน้า (ซ้ายถึงขวา) อีก 35 มม. ส่วนล้อหลังเพิ่ม 30 มม. รวมถึงยางถูกวางอยูในตำแหน่งมุมสุดทั้ง 4 ด้านของตัวถัง ขณะที่ความสูงเท่าเดิม จึงทำให้ Jazz ตัวนี้ดูอวบขึ้น ประตูหลังเปิดได้กว้างถึง 80 องศา มีหลังคาแก้ว ปรับปรุงเครื่องยนต์ใหม่เป็นแบบ i-VTEC ให้แรงม้าเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มรุ่นสปอร์ต “RS” (Road Sailing)

มิติตัวรถยาว 3,900 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,550 มม.) ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 990-1,170 กิโลกรัม

ห้องโดยสารภายในของรุ่น RS

ห้องโดยสารภายใน แผงคอนโซลหน้า เปลี่ยนโฉมจากรุ่นเดิมไปพอสมควร พวงมาลัยที่ดีไซน์คล้ายกับ Civic ปุ่มปรับแอร์มีทั้งแบบมือหมุนและแบบดิจิตอล ที่วางแก้วน้ำมีมากถึง 10 จุด มี Cruise Control พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift ที่พวงมาลัย และเบาะนั่งยังคงอัตลักษณ์ของ “Ultr Seat” สุดอเนกประสงค์เอาไว้เช่นเดิม เนื้อที่จัดเก็บสัมภาระด้านหลังเพิ่มขึ้นเป็น 427 ลิตร รวมถึงเนื้อที่สัมภาระด้านล่าง (เวอร์ชั่นญี่ปุ่นของ Fit ไม่ได้ใช้ยางอะไหล่ แต่ใช้เป็น Tire Fix ชุดปะยางฉุกเฉินแทน) ที่ให้เนื้อที่ 64 ลิตร (วัดตามมาตรฐาน VDA)

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตรที่ปรับปรุงใหม่ รหัส L13A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.0 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีทั้งเกธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด 10-15 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)

และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15A แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.8 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 20 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด 10-15 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)

รูป Honda Fit

การกลับมาอีกครั้งในไทย ของ Honda Jazz”

 ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ได้นำเข้ามาจากญี่ปุ่นให้สื่อมวลชนวิ่งทดสอบในกรุงเทพฯ ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2551 ก่อนที่ Honda Jazz จะเปิดตัว

 (ขอขอบคุณภาพจาก manager.co.th)

สำหรับเวอร์ชั่นไทย Honda Jazz รุ่นนี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 ณ โรงแรม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มาพร้อม Slogan โฆษณา “I’m So Jazz” กับรูปทรงอันโดดเด่นและอเนกประสงค์ รองรับพลังงานทางเลือกใหม่ “แก๊สโซฮอล์ E20” ระบบเกียร์ชุดใหม่แบบอัตโนมัติ 5 สปีด (ของเดิมเป็นแบบ CVT 7 สปีด) ซึ่งเซ็ทมาเป็นพิเศษสำหรับเมืองไทย 

โดย ฮอนด้า เลือกใช้พรีเซ็นเตอร์วัยใส (ในตอนนั้น) อย่าง มาริโอ เมาเร่อร์ และ มารีญา ลินน์ เอียเรี่ยน มาแทนที่ พอลล่า เทเลอร์ ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการเปิดตัว Jazz รุ่นแรก มาพร้อม 3 รุ่นย่อย S, V และ SV ในราคา 550,000 – 695,000 บาท

ในเดือนมิถุนายน 2552 Honda ประเทศไทย กระตุ้นตลาดเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ด้วยรถสีขาว Brilliant White Pearl ภายใต้ชื่อรุ่น “Wise Edition” ครอบคลุมทุกโมเดลของฮอนด้าในขณะนั้น รวมถึง Jazz ด้วย มาพร้อมสปอยเลอร์หลังแบบ Tail Gate กระจังหน้าแบบสปอร์ต และจักรยานเสือภูเขาซึ่งใส่ไว้ด้านหลังรถ มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 642,000 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 662,000 บาท

เมื่อความต้องการที่ไม่สิ้นสุด

ในเดือนกรกฎาคม 2553 Honda ได้แนะนำ Jazz รุ่นพิเศษ “Active Plus” มาพร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่งที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าและสเกิร์ตข้างแบบสปอร์ต สปอยเลอร์หลัง และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต พร้อมป้ายสัญลักษณ์ “Active Plus” ส่วนด้านความปลอดภัย เพิ่มไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ และสัญญาณกะระยะหลัง 4 จุด ซึ่งนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น V AT ในราคา 679,500 บาท และรุ่น V AT (SRS) ในราคา 699,500 บาท และมี 3 สี ได้แก่ สีขาวทาฟเฟต้า, สีเหลืองเฮลิออส (มุก) และ สีฟ้าเซรูเลียน (เมทัลลิก)

ส่วนรุ่นพิเศษในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น มีค่อนข้างเยอะ อาทิเช่น “Highway Edition” รุ่นพิเศษ มีให้เลือกในทุกรุ่น และมีอุปกรณ์พิเศษ, “Sporty Edition” เวอร์ชั่นสปอร์ตในรุ่น 1.3 ลิตร เป็นต้น
 

“She’s Edition” รุ่นพิเศษ เปิดตัวในวันที่ 17 พฤษภาคม 2010 โดยนำรุ่น 1.3 G มาตกแต่งเพื่อเอาใจคุณสาวๆ โดยเฉพาะ พร้อมกับนิตยสารโฆษณาในชุด “VIVI & GLAMOROUS” ที่เอา Marie (Tamaki Marie Pascal) และ Mitsuki Oishi นางแบบในนิตยสาร ViVi (นิตยสารแฟชั่นของญี่ปุ่น) และ Hama Matsushima นางแบบจากนิตยสาร GLAMOROUS มาร่วมโฆษณารถรุ่นนี้ด้วย ภายในนั้นเน้นการตกแต่งเอาใจผู้หญิงโดยเฉพาะ ตั้งแต่แผงคอนโซล ขอบช่องแอร์ ขอบเกียร์สีชมพู พรมปูพื้นขอบสีชมพู พวงมาลัยและเบาะขลิบขอบเย็บด้วยสีชมพู กุญแจรีโมทสีชมพู เป็นต้น

“การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง”

ในเดือนตุลาคม 2010 Honda ในประเทศญี่ปุ่นก็ได้ปรับโฉม Minorchange Honda Fit ให้ดูสดใหม่ยิ่งขึ้น พร้อมกับแนะนำ “Fit Hybrid” ใหม่ด้วย และในรุ่น RS เพิ่มแบบ Hybrid และสีใหม่ เช่น สีเหลือง และชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบใหม่

ในรุ่นเครื่องยนต์ Hybrid มีเครื่องยนต์ที่พัฒนาใหม่ 2 แบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 26.4 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)

และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร (ในรุ่น Hybrid RS) แบบ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 20.0 กม./ลิตร (เกียร์ธรรมดา 6 สปีด) 22.2 กม./ลิตร (เกียร์ CVT) (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)

มิติตัวรถยาว 3,900 มม. (รุ่น RS 3,915 มม.) กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,550 มม.) (รุ่น RS 1,525 มม.) ระยะฐานล้อ 2,500 มม. น้ำหนักรถ 990-1,180 กิโลกรัม

สำหรับ Honda Fit โฉมนี้ประสบความสำเร็จอย่างมาก จน Honda ต้องผลิตรุ่นแวนออกมาในชื่อ “Fit Shuttle” (เหมือนตอนที่ Honda ผลิตรุ่น “Airwave” ช่วงก่อนหน้าครับ) พร้อมทั้ง Fit Shuttle Hybrid และเปิดตัวในวันที่ 16 มิถุนายน 2011 ที่ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับเวอร์ชั่นไทย เปิดตัว Honda Jazz Minorchange เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2554 ณ เอสพลานาด รัชดา โดยนับแต่เปิดตัว ฮอนด้า แจ๊ซ โฉมแรกในปี 2546 จนถึงปี 2554 ทำสถิติยอดขายในไทยไปแล้วมากกว่า 130,000 คัน … มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น คือ รุ่น S รุ่น V และรุ่นสูงสุด SV โดยทั้ง 3 รุ่นใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า สามารถใช้ได้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดยในรถรุ่น S สามารถเลือกระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีดได้ ในราคา 590,000-715,000 บาท

เมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาถึง โรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย โดยรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจำนวนรวม 1,055 คัน มี Honda Jazz จำนวน 213 คัน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งทาง Honda เริ่มต้นการทำลายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2554

และต่อได้มีการนำเข้า  “Honda Jazz JP” เวอร์ชั่นส่งตรงจากญี่ปุ่น เข้ามาจำหน่ายในช่วงปี 2554 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ชูสีส้ม “Orange Sunset” เป็นรูปเด่น ในราคา 747,000 บาท อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างจากเวอร์ชั่นไทยนิดหน่อย อาทิเช่น โคมไฟหน้าที่มาพร้อมไฟหน้า HID ปรับระดับสูง-ต่ำได้ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และถุงลมนิรภัยอัจฉริยะ i-SRS และม่านนิรภัยด้านข้าง เป็นต้น

ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 Honda ได้แถลงข่าวเปิดตัว Honda Jazz Hybrid IMA ถือเป็นรถไฮบริดรุ่นแรกของกลุ่ม Sub-Compact ในประเทศไทย โดยรับประกัน 5 ปี ทั้งระบบ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า อุปกรณ์ควบคุม แบตเตอรี่ไฮบริดและระบบสายไฟไฮบริด แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิคืนภาษีรถยนต์คันแรก ในราคา 768,000 บาท

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบ 4 สูบ SOHC 8 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 88 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 4,500 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 8.0 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ถึง 21.3 กม./ลิตร (หรือ 4.7 ลิตร/100 กม.)

วันที่ 31 สิงหาคม 2012 (ปี 2555) Honda ประเทศญี่ปุ่น ได้แนะนำ “Fit EV” รุ่นใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ Li-Ion ของ Toshiba ผนวกเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 92 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 26.1 กก.-ม. ในการขับเคลื่อน โดยสามารถแล่นได้ระยะทางถึง 225 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียว (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น) และใช้เวลาชาร์จ 12 ชม. ผ่านไฟฟ้าแบบ 120 โวลท์ ในราคา 4 ล้านเยน!

มาถึงเดือนมกราคม 2556 Honda ได้เปิดตัว “Jazz Modulo” โฉบเฉี่ยวกับกระจังหน้าโครเมียมแบบโครมดำ และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลังสุดเท่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มีให้เลือก 3 สี กับ สีแดงแรลลี่ สีขาวทาฟเฟต้า และ สีดำคริสตัล (มุก) จำนวนจำกัด เฉพาะรุ่น V AT ในราคา 682,500 บาท … อ่อ Honda Jazz รุ่นธรรมดา เพิ่มสีแดงมาให้เลือกด้วยครับ

Honda Jazz (GK3/4/5/6-GP5/6) 2014-Present

“การพัฒนาที่ไม่สิ้นสุด”

3rd Generation (2013–ปัจจุบัน)

Honda Jazz เจเนอเรชั่นที่ 3 เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2013 ในประเทศญี่ปุ่น มีการพัฒนาแบบ “The World Best Functional Compact” พร้อมกับ “Exciting H Design” ได้แก่ High Tech, High Tension และ High Touch ออกแบบใหม่สไตล์สปอร์ตแบบ “Crossfade Monoform” ตั้งแต่กระจังหน้าจรดไฟท้าย สะท้อนถึงความปราดเปรียว เปี่ยมไปด้วยพลัง ด้วยการออกแบบเส้นสาย Character Line ด้านข้างตัวรถที่คมชัด จึงเพิ่มความปราดเปรียวให้กับส่วนบน ในขณะที่ส่วนล่างยังให้ความแข็งแกร่ง มั่นคง นับเป็นการออกแบบที่ผสานกันได้อย่างลงตัว

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย จากแนวคิดการออกแบบ “Futuristic Cockpit” จึงให้ความรู้สึกล้ำสมัย และสนุกสนานในการขับขี่ โดยการจัดวางพื้นที่ภายในห้องโดยสารนี้ยังคงใช้แนวคิด Man Maximum Machine Minimum ในการออกแบบ ทำให้ความยาวของตัวถังรถและฐานล้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ และมีพื้นที่โดยสารตอนหลังที่กว้างขึ้น ซึ่งฐานล้อที่ยาวขึ้นนี้ยังช่วยให้การยึดเกาะถนนทำได้อย่างดีเยี่ยม รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเบาะนั่งปรับพับได้ แบบอัลตร้า ซีท อันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของฮอนด้า แจ๊ซ

มิติตัวรถยาว 3,955 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,525 มม. (รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,550 มม.) ระยะฐานล้อ 2,530 มม. น้ำหนักรถ 1,000-1,220 กิโลกรัม

มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร แบบใหม่ เทคโนโลยี “Earth Dreams” รหัส L13B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 100 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.1 กก.-ม. ที่ 5,000 รอบ/นาที มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.6 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)

และเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบใหม่ เทคโนโลยี “Earth Dreams” รหัส L15B แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 132 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 15.8 กก.-ม. ที่ 4,600 รอบ/นาที มีทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบล้อหน้า และแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (เวอร์ชั่นญี่ปุ่น) ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 21.8 กม./ลิตร (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)

ในรุ่น Hybrid มาในสไตล์ Sport Hybrid มีเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส LED-H1 แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว i-VTEC i-DCD ให้แรงม้าสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริดแบบ IMA ให้กำลัง 22 แรงม้า ที่ 1,313-2,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.7 กก.-ม. ที่ 5,000 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 16.3 กก.-ม. ที่ 0-1,313 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากถึง 36.4 กม./ลิตร (เกียร์ CVT) (ทดสอบตามโหมด JC08 ตามมาตรฐานของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น)

สำหรับเวอร์ชั่นไทย Honda แถลงข่าวเปิดตัว Honda Jazz รุ่นปัจจุบันในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 (ปี 2014) BITEC บางนา (ซึ่งตรงกับวันเดียวกับที่คณะ คสช. ทำรัฐประหารพอดี!) โดย Honda Jazz เน้นการสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่ม Gen Me ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เป็นคนรุ่นใหม่ยุคดิจิตอลที่เน้นการสื่อสารออนไลน์ มาพร้อมเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ผสานเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม พร้อมระบบช่วยขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Assist และรองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมกับมัลติฟังก์ชั่นที่ล้ำสมัย ครบครันด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัย

ให้สมรรถนะการขับขี่ที่แรงเร้าใจของเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้แรงม้าสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 14.9 กก-ม. ที่  4,700 รอบ/นาที พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ช่วยประหยัดน้ำมันได้ดียิ่งขึ้น ให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างสนุกมากขึ้น ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และรองรับน้ำมัน E85 

มาพร้อมกับ 6 รุ่นย่อย ได้แก่ S MT, S AT, V, V+, SV และ SV+ ในราคาตั้งแต่ 555,000-754,000 บาท ทั้งยังมี 2 สีใหม่ให้เลือก ได้แก่ สีเหลืองแอทแทรค (มุก) ใหม่ และน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) ตั้งเป้าการจำหน่าย 20,000 คัน ภายในหนึ่งปี

ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2015 สำหรับ Honda Fit Shuttle ในประเทศญี่ปุ่น ก็ถึงวาระเปลี่ยนโฉมใหม่ โดยแยกออกจาก Fit ไปเลยในชื่อ “Shuttle” แต่พื้นฐานต่างๆ ก็ยังคงใช้ร่วมกับรุ่น Fit และ Grace (หรือ Honda City ในไทย) เหมือนเดิม

กล่าวโดยรวมแล้ว Honda Fit หรือ Jazz ทั้ง 3 เจเนอเรชั่น นับเป็นรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดอีกรุ่นหนึ่งของฮอนด้า มอเตอร์ ด้วยยอดจำหน่ายที่มากถึงหลายล้านคันทั่วโลก ในระยะเวลา 16 ปี ร้อยกว่าประเทศ และกวาดรางวัลแห่งความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก

Honda Jazz

ในรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของประเทศไทยที่เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 Honda สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการ Live เปิดตัวผ่านทางออนไลน์เป็นครั้งแรก โดยเพิ่มรุ่นพิเศษ RS ที่มาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบเฉพาะในสไตล์สปอร์ตรอบคัน กระจังหน้าและกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (DRL) แบบ LED และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่

และก็จบกันไปแล้วนะครับสำหรับประวัติของรถ honda jazz  เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับที่มาที่ไปของรถรุ่นนี้สำหรับหลาย ๆ ที่อ่านจนจบคงมีภาพจำในหัวผุดขึ้นมาทันที่แน่นอนว่า ฉันทันรุ่นนี้ ฉันทันรุ่นนั้น เพื่อนเราเคยมี หรือหลาย ๆ ท่านก็มีไว้ในครอบครอง ผมหวังทุกท่าน ๆ จะสนุกและมีความที่ได้อ่านบทความชุดนี้นะครับ สำหรับใครที่กำลังมองหาและกำลังจะตัดสิ้นใจซื้อ รถรุ่นนี้ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ท่านตัดสิ้นใจได้ง่ายขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่งนะครับ ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านมาก ๆ นะครับสำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับรถคันต่อไปนั้นจะเป็นรถรุ่นไหนกันนั้นรอติดตามกันเลยที่ mottoraka.com กันได้เลยครับ  

ข้อมูลอ้างอิง  : https://www.checkraka.com/car/article/111965/ และ https://www.grandprix.co.th/honda-jazz-generation-history/

____________________________________________________________________________

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement

ป้ายกำกับ: