ว่าด้วยเรื่องระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD และ 4WD ต่างกันอย่างไร

Home / Cars / ว่าด้วยเรื่องระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD และ 4WD ต่างกันอย่างไร
รถยนต์ที่มีอยู่โดยทั่วไปจะมีให้เลือกทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ส่วนรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เรามักจะพบในรถกระบะ…

รถยนต์ที่มีอยู่โดยทั่วไปจะมีให้เลือกทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ส่วนรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เรามักจะพบในรถกระบะ รถสไตล์ออฟโรด รถ SUV ตลอดจนรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง เพราะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อจะทำให้รถยนต์มีการตอบสนองการขับขี่ดี คล่องตัว มีความยืดหยุ่น สามารถลุยได้ในหลายสภาพถนน แต่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อก็ยังมีการแยกออกเป็น 2 แบบคือ AWD และ 4WD และเพื่อให้เพื่อน ๆ ชาว Mottoraka ได้รู้และเข้าในระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อในรถยนต์มากขึ้น วันนี้เราจึงมาบอกเล่าถึงความแตกต่างของสองตัวนี้ครับ

ระบบขับเคลื่อน 4 แบบ AWD

ระบบขับเคลื่อน 4 แบบ AWD มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า All-Wheel Drive เป็นการขับเคลื่อนที่ถูกพัฒนามาจากระบบ Full-Time Four Wheel Drive มีการส่งกำลังการขับเคลื่อนครบทั้ง 4 ล้อตลอดเวลา จัดเป็นระบบการขับเคลื่อนในรถยนต์ที่ให้ประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังช่วยเสริมในเรื่องของการยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อเข้าโค้งจะไม่ค่อยเยอะอาการสะบัดท้าย มีความลื่นไหลอย่างมาก ขับในสภาพถนนที่หลากหลาย โดยเฉพาะถนนที่มีความเปียกลื่นจะทำได้ดีมากกว่ารถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ

Cr : https://www.warrentonkia.net

อย่างไรก็ตามหากมองในแง่ของการใช้งานจะเหมาะกับถนนในเมืองหรือเส้นทางปกติมากกว่าสมบุกสมบัน เพราะมีการส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าและคู่หลังแบบ 50-50 ทำให้อัตราแรงเสียดทานเท่ากัน แต่ในขณะที่มีการเลี้ยวและเข้าโค้งทำให้ล้อคู่หน้ามีแรงเสียดทานลดลง มีการถ่ายกำลังแบบทดแทนกัน กล่าวคือ ล้อคู่หน้ามีกำลังเหลือเพียง 30-40% ทำให้ล้อหลังมีกำลังมากกว่า 60-70% ซึ่งมันจะส่งผลให้การขับเคลื่อน 4 แบบ AWD จะทำให้ขับขี่แบบลุยได้ แต่ก็ไม่ถึงขนาดเข้าป่าลุยหรือถนนที่ยากลำบากได้มากนัก เพราะระบบยังไม่ถึงขนาดการขับแบบออฟโรด

Cr : https://www.warrentonkia.net

ระบบขับเคลื่อน 4 แบบ 4WD

ระบบขับเคลื่อน 4 แบบ 4WD มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า Four Wheel Drive หรือที่เหล่าคนขับรถจะเรียกว่า ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-Time ต้องบอกว่าเป็นระบบส่งกำลังที่มีมานานแล้ว แต่ก็ยังได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่มีจุดเด่นหลายอย่างที่หลายคนชอบ โดยในแง่ของหลักการทำงานของ 4WD ในเวลาปกติจะขับเคลื่อนแค่ 2 ล้อ มีทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลัง ซึ่งแตกต่างกันไปตามรถยนต์แต่ละแบรนด์ แต่จะสามารถใช้การขับเคลื่อนครบทั้ง 4 ล้อก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานต้องการเท่านั้น

Cr : https://www.westervilleautomotive.com/

ในแง่ของการทำงานด้วยความที่ระบบขับเคลื่อน 4 แบบ 4WD ยังมีแบ่งระบบการทำงานย่อยไปอีก 2 แบบ คือ 4H หรือ Part-Time High จะเป็นระบบที่ส่งแรงไปยังล้อคู่หน้าและคู่หลังแบบ 50/50 เหมาะสำหรับการใช้เส้นทางที่เป็นลูกรัง หรือเปียกลื่น สามารถขับเคลื่อนด้วยความเร็วได้ และแบบที่สองจะเป็นระบบ 4L หรือ Part-Time Low เป็นระบบที่ต้องใช้ความเร็วต่ำประมาณ 30-40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยระบบมีการปรับอัตราทดที่เกียร์และเฟืองท้ายให้ส่งแรงบิดได้มากขึ้น เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องบุกตะลุย เช่น ปีนป่าย ขึ้นเขา ลงน้ำ เป็นต้น โดยรวมแล้วเลยทำให้สามารถมอบความยืดหยุ่นในการขับขี่ ปรับการขับขี่ให้แตกต่างออกไปในแต่ละสภาพถนน เหมาะทั้งการขับขี่ในเมือง แต่ก็ลุยได้แบบออฟโรดนั่นเองครับ 

Cr : http://ididnotknowthatyesterday.blogspot.com/

โดยสรุปแล้วระบบขับเคลื่อน 4 แบบ AWD หรือขับขี่ตลอดเวลา เป็นระบบที่มอบการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว สามารถลุยได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่ขนาดออฟโรด เหมาะกับในเมืองมากกว่า หลายบางแบรนด์เลยนิยมจับรถระบบนี้เข้าไปอยู่ในรถเก๋งและรถ SUV ที่เน้นการขับขี่ในเมือง แต่ก็สามารถลุยได้ในระดับที่น่าพอใจ ในขณะที่ระบบขับเคลื่อน 4 แบบ 4WD ก็จะให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ที่สูงเช่นกัน แต่เพิ่มเติมคือสามารถยืดหยุ่น ปรับใช้ได้มากกว่า ลุยได้เต็มที่ทุกสภาพถนน มักพบในรถกระบะ และรถสไตล์ออฟโรด ครับ


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement