เทคนิคขับรถลุยน้ำอย่างไรให้ปลอดภัย ทั้งเครื่อง ทั้งคน

Home / Cars / เทคนิคขับรถลุยน้ำอย่างไรให้ปลอดภัย ทั้งเครื่อง ทั้งคน
สภาพแวดล้อมในบ้านเรามักมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในวันที่ฝนตก แต่ต่อให้น้ำท่วมขังอย่างไร คนใช้รถใช้ถนนก็ต้องดำเนินต่อไป แต่เราจะทำอย่างไรให้สามารถขับรถลุยน้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่ทำร้ายเครื่องยนต์ เครื่องไม่ดับกลางทาง ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเอง วันนี้ Mottoraka…

สภาพแวดล้อมในบ้านเรามักมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างการเกิดน้ำท่วมฉับพลันในวันที่ฝนตก แต่ต่อให้น้ำท่วมขังอย่างไร คนใช้รถใช้ถนนก็ต้องดำเนินต่อไป แต่เราจะทำอย่างไรให้สามารถขับรถลุยน้ำได้อย่างปลอดภัย ไม่ทำร้ายเครื่องยนต์ เครื่องไม่ดับกลางทาง ไม่เป็นอันตรายต่อตัวเอง วันนี้ Mottoraka จึงได้นำเทคนิคดี ๆ มาฝากกันครับ จะมีอะไรบ้าง ไปตามมาดูกันเลย

Cr : https://favforward.com

ประเมินความลึกของน้ำ

ลองดูด้วยตาเปล่าว่าระดับน้ำลึกมากแค่ไหน ดูด้วยตาเปล่าคร่าว ๆ ว่าจะท่วมถึงกรองอากาศ คอยล์จุดระเบิด หรือแผงไฟต่าง ๆ หรือไม่ เพราะหากน้ำลึกจนท่วมถึงจุดดังกล่าว อาจจะทำให้เครื่องยนต์ดับกลางทางก็ได้ครับ

ใช้สเปรย์ไล่ความชื้น

ในรถของเราควรจะพกสเปรย์ไล่ความชื้นเอาไว้ ซึ่งจะมีประโยชน์มากในกรณีรถลุยน้ำแล้วสตาร์ทไม่ติด ให้ฉีดสเปรย์ตามระบบจุดระเบิด แผงไฟ ขั้วแบตเตอรี่ เพื่อไล่ความชื้นออก ก็จะช่วยได้มากเหมือนกันครับ

ปิดระบบทำความเย็นหรือแอร์ และลดกระจก

ก่อนที่จะขับรถลุยน้ำ ก่อนอื่นต้องปิดระบบทำความเย็นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแอร์หรือพัดลมแอร์ เพราะว่าหากน้ำท่วมถึงพัดลมไฟฟ้า จะทำให้ใบพัดหมุนตีจนน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ซึ่งอาจทำให้น้ำเข้าห้องเครื่อง หรือเข้าระบบไฟได้ นอกจากนี้ใบพัดอาจพัดไปโดนเศษขยะต่างๆ เช่น กิ่งไม้ ขวดแก้ว ฯลฯ จนทำให้เกิดความเสียหาย ใบพัดแตก หรือหักได้อีกด้วย และเป็นสาเหตุให้ต้องมาซ่อมจนเสียค่าใช้จ่ายมากอย่างไม่จำเป็นครับ

ขับรถลุยน้ำด้วยเกียร์ต่ำ ความเร็วคงที่

ขณะขับรถลุยน้ำ ควรใช้แค่เกียร์ 1-2 เท่านั้น หรือรถเกียร์อัตโนมัติก็ใช้เกียร์ L หรือ 1  เพราะเป็นระดับที่รถมีแรงบิดมากที่จะต้านกระแสน้ำท่วมได้ ขับรถโดยเลี้ยงเกียร์ต่ำไปเรื่อย ๆ และรักษาความเร็วให้คงที่ นอกจากนี้ควรรักษารอบเครื่องเอาไว้ประมาณ 1,500 – 2,000 รอบ เพราะหากรอบต่ำเกินไป เครื่องอาจดับได้ ในขณะเดียวกันหากรอบเครื่องสูงเกินไปอาจดูดน้ำเข้าห้องเครื่องได้ครับ

ลดความเร็วเมื่อขับรถสวนกัน

จะสังเกตว่ารถที่สวนมานั้นจะมีระดับคลื่นที่ดันน้ำมากระทบฝั่งเราด้วย จึงทำให้เกิดแรงปะทะระหว่างทั้ง 2 ฝั่ง ส่งที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อคลื่นสองฝั่งกระทบกันก็จะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นด้วย และหากระดับน้ำสูงมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เข้ามาสร้างความเสียหายภายใน ท่วมเครื่องยนต์ หรือเครื่องดับได้ครับ

ข้อควรทำหลังขับรถลุยน้ำ

อันดับแรก ๆ เลย เมื่อถึงที่หมายแล้ว ไม่ควรดับเครื่องทันที แต่ให้ทิ้งช่วงไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อให้น้ำที่ค้างอยู่ตามเครื่องยนต์ ตามท่อไอเสีย หรือบางส่วนได้ระเหยออกให้หมดก่อน นอกจากนี้ควรเหยียบเบรกย้ำหลาย ๆ ครั้งเพื่อไล่น้ำออกจากจานเบรก ส่วนน้ำที่ติดอยู่บริเวณครัทซ์ก็สามารถไล่น้ำออกด้วยการเหยียบคลัทช์แบบซ้ำ ๆ ก็จะช่วยไล่น้ำออกได้เร็วขึ้นครับ อย่างไรก็ตามหากว่าต้องขับรถลุยน้ำเป็นเวลานาน ๆ น้ำมีความสูงมาก หลังขับรถลุยน้ำแล้วควรพารถเข้าไปเช็คสภาพที่ศูนย์หรือที่อู่ก็ดีเหมือนกันครับ หากมีอะไรเสียหายก็จะได้แก้ไขได้ทันเวลา

Cr : www.consumeraffairs.com
Cr : www.consumeraffairs.com

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงที่หมาย ไม่มีน้ำท่วมแล้ว อยากให้ตรวจสอบรถในส่วนอื่นต่อไป เช่น มีน้ำซึมเข้าห้องโดยสารหรือไม่ สีรอบตัวรถ หรือล้อและยางได้รับความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณหรือเปล่า หากพบว่ามีความผิดปกติ เช่น เครื่องยนต์สั่น เสียงดัง ออกตัวไม่เรียบลื่น เร่งเครื่องไม่ขึ้น ดูติด ๆ ขัด ๆ ควรนำรถยนต์เข้าศูนย์หรืออู่ที่ไว้วางใจ เพื่อตรวจสภาพรถยนต์ของคุณต่อไป เป็นการดูแลป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อตัวรถและคุณในภายหลังครับ


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement