10 ปัญหาเครื่องยนต์ที่คนขับรถต้องรู้

Home / Cars / 10 ปัญหาเครื่องยนต์ที่คนขับรถต้องรู้
รถยนต์ ถือว่าเป็นเครื่องจักร เครื่องยนต์ ที่ถูกใช้งานอยู่เสมอ และควรได้รับการดูแลรักษา ซ่อมบำรุงรักษาอยู่เสมอ มือใหม่ป้ายแดง หรือคุณผู้หญิงทั้งหลาย อาจยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาต่าง…

รถยนต์ ถือว่าเป็นเครื่องจักร เครื่องยนต์ ที่ถูกใช้งานอยู่เสมอ และควรได้รับการดูแลรักษา ซ่อมบำรุงรักษาอยู่เสมอ มือใหม่ป้ายแดง หรือคุณผู้หญิงทั้งหลาย อาจยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่คุณต้องประสบ พบเจอ หากต้องใช้งานรถยนต์แทบทุกวัน ก็เลี่ยงไม่ได้ที่มันจะเกิดปัญหา วันนี้ Mottoraka จึงขออาสามาให้ความรู้เรื่องปัญหาเครื่องยนต์ที่คุณควรรู้

1. อาการแบตเตอร์รี่เสื่อม

อาการนี้พบได้บ่อยมากและเป็นอาการสำคัญที่ทำให้รถยนต์ส่วนใหญ่สตาร์ทไม่ติด โดยมากอาการแบตเตอร์รี่เสื่อมสภาพหรือหมดอายุการใช้งาน ดังนั้นจึงควรนำรถไปเช็คสภาพอยู่เสมอนะครับ

A person driving a car

Description automatically generated
pixabay.com

2. เครื่องสั่นจนดับ

เมื่อขับไปเรื่อยๆ แล้วเครื่องเกิดอาการสั่นจนดับ ให้ลองทดสอบด้วยการเร่งเครื่องแรง ๆ เนื่องจากเครื่องยนต์อาจเดินรอบได้ไม่ถูกต้อง แต่หากลองแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็ควรนำรถเข้าอู่ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

3. สตาร์ทเครื่องนานกว่าปกติ

หากรถของคุณ ต้องใช้เวลาในการสตาร์ทเครื่องนานกว่าปกติ แสดงว่ารถของคุณมีแนวโน้มว่าแบตเตอรี่รถอาจเสื่อม หรือใกล้หมดเต็มทีแล้ว ดังนั้นจึงควรนำรถไปเช็คสภาพอยู่เสมอนะครับ

4. กลิ่นเหม็นไหม้

หากรถของคุณมีกลิ่นเหม็นไหม้ แสดงว่ารถยนต์ของคุณเกิดความเสียหายแน่นอน อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เบรกไหม้ สายพานไหม้ ท่อไอเสียปริแตก ลูกสูบไหม้ ควรเข้าอู่เพื่อหาสาเหตุด่วนเลยครับ

5. รถนุ่มนวลผิดปกติ

หากคุณรู้สึกว่ารถนุ่มนวลผิดปกติ ก็อาจจะเป็นเพราะช่วงล่างเริ่มมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นโช้กเสื่อม ลมยางอ่อน และอื่น ๆ อีกหลายสาเหตุ

pixabay.com

6. มีควันขาวออกมาจากท่อไอเสีย

หากรถของคุณมีควันขาวออกมาจากท่อไอเสีย หมายถึงระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์มีปัญหา ก่อนจะลุกลามไปมากกว่านี้ ควรนำรถเข้าตรวจเช็กโดยด่วน

7. สตาร์ทติดยาก

อาการเสียแบบเบสิคของรถที่ทุกคนจะต้องเจอ หากรถมีอายุประมาณ 2-3 ปี อาจเกิดจากการที่แบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมสภาพ ไดสตาร์ท หรือระบบจ่ายเชื้อเพลิงมีปัญหา การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขอจั๊มป์แบตเตอรี่จากรถยนต์คันอื่น  แต่ไม่ว่าจะเกิดอาการแบบไหน เราก็ควรนำรถไปเช็คสภาพอยู่เสมอนะครับ

8. หัวเทียนบอด

ยิ่งใช้รถนาน มันก็ส่งผลให้มันทำงานหนัก และอาจเสื่อมสภาพได้ ทำให้รถคุณวิ่งอืด กินน้ำมันมากกว่าปกติ วิธีการป้องกันคือส่งรถตรวจเป็นระยะ ๆ และเปลี่ยนหัวเทียนนั่นเอง

9. ยางแบน

วิธีแก้คือ ระมัดระวัง อย่าขับในที่ๆ คุณไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยหรือไม่ และควรเช็คลมยางสม่ำเสมอ ซึ่งปัจจุบันนี้เกือบทุกปั้มพ์น้ำมันมีบริการเช็คลมที่คุณสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก

A car parked in front of a building

Description automatically generated
pixabay.com

10. ช่วงล่างแข็งกระด้าง ​

หากคุณขับหรือนั่งแล้วรู้สึกรถตึงตัง ตกหลุมแล้วเสียงดัง​อาจเกิดจากระบบช่วงล่างมีปัญหา เช่น โช้คอัพเสื่อมเช็กเพิ่มเติมก้มดูที่โช้คว่ามีอะไรเปียก ๆ เหนียว ๆ ติดไหม ถ้ามีอาจเป็นโช้ครั่ว เช็กลมยางอ่อน หรือสาเหตุอื่น​ ​ๆ ​เพิ่มเติม

เห็นมั้ยครับว่า ทางแก้เบื้องต้น คือ การนำรถของคุณเข้าเช็คตามระยะที่เหมาะสม ก็จะทำให้คุณสามารถขับขี่ได้ปลอดภัย หายห่วง แต่อย่างไรก็ตาม การมีรถสภาพดี หรือมือใหม่อยู่แล้ว ก็ยิ่งหายห่วงกว่าเดิม ถ้าคุณสนใจรถรุ่นไหนอยู่ สามารถมาเช็คราคากลางได้ที่นี่เลยครับ

____________________________________________________________________________

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น

Advertisement

Advertisement