10 เรื่องควรรู้ สำหรับผู้ซื้อรถหน้าใหม่

Home / Cars / 10 เรื่องควรรู้ สำหรับผู้ซื้อรถหน้าใหม่
ในการวางแผนสำหรับการเลือกซื้อ “รถยนต์” นั้น เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงประสบปัญหากับคำถามมากมายที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากรถยนต์นั้นถือเป็นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอยู่ไม่ใช่น้อย และถ้าเป็นผู้ที่กำลังจะเลือกซื้อรถยนต์นั้นเป็นหน้าใหม่ด้วยแล้ว เชื่อว่าความหวาดกลัวในเรื่องต่าง ๆ…

ในการวางแผนสำหรับการเลือกซื้อ “รถยนต์” นั้น เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงประสบปัญหากับคำถามมากมายที่ถาโถมเข้ามา เนื่องจากรถยนต์นั้นถือเป็นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอยู่ไม่ใช่น้อย และถ้าเป็นผู้ที่กำลังจะเลือกซื้อรถยนต์นั้นเป็นหน้าใหม่ด้วยแล้ว เชื่อว่าความหวาดกลัวในเรื่องต่าง ๆ ยิ่งทวีคูณเป็นเท่าตัว

อย่างไรก็ตาม หากเรามีการศึกษาและวางแผนในทุกขั้นตอนอย่างละเอียด การเลือกซื้อรถยนต์สำหรับผู้ซื้อรถหน้าใหม่ ก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนและใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่เราเลือกซื้อได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย

Mottoraka ขอนำเสนอกับ “10 เรื่องควรรู้สำหรับผู้ซื้อรถหน้าใหม่” เพื่อการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำและมั่นใจตลอดระยะการใช้งาน

1. ความจำเป็นในการซื้อรถยนต์

สิ่งแรกสุดสำหรับผู้ซื้อรถหน้าใหม่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถก็คือ ต้องพิจารณาถึงความจำเป็นในการซื้อรถยนต์ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะเราต้องอยู่กับรถยนต์คันนี้มากกว่า 1 ปี เราต้องคิดทบทวนว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร ซื้อรถยนต์มาเพื่อช่วยสร้างประโยชน์ในระยะยาว, สร้างความสะดวกสบายในการเดินทาง, สร้างความคุ้มค่าให้กับเงินที่เสียไป หากผู้ซื้อรถหน้าใหม่ท่านไหนที่คิดว่าซื้อมาแล้วอาจจะใช้รถยนต์ได้ไม่เต็มสมรรถนะ ก็ควรจะต้องมีการไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน

2. สถานะทางการเงินของตัวเอง

สถานะทางการเงินก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กับเป้าหมายในการซื้อรถยนต์ เพราะรถยนต์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายนอกเหนือไปจากราคาของตัวรถยนต์เอง ไม่ว่าจะเป็นเงินดาวน์รถยนต์, ค่าผ่อนรถในแต่ละงวด, ค่าซ่อมแซมดูแลรักษา, ค่าอะไหล่ต่าง ๆ ไปจนถึงประกันภัยรถยนต์ ผู้ซื้อรถหน้าใหม่ควรตรวจสอบสถานะทางของตัวเองให้ดี โดยมีการคิดคำนวณจากเงินเดือนที่เราได้ในแต่ละเดือน อีกทั้งภาระหนี้สิ้นที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะมีภาระหนี้สิ้นไม่เกิน 35% ของรายได้ต่อเดือน หากจะคิดซื้อรถยนต์สักคัน เพราะเราก็คงไม่อยากจะต้องมานั่งวิตกกังวลในแต่ละเดือนว่ามีเงินเหลือพอใช้มากน้อยแค่ไหน หรือจะต้องไปหยิบยืมจากใครมาอีกเพื่อหมุนเงินให้ทัน

3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หลังจากการซื้อรถ

ต่อมาที่ผู้ซื้อรถหน้าใหม่จะต้องนำมาพิจารณาต่อจากเป้าหมายในการซื้อและสถานะทางการเงินก็คือ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ซื้อรถยนต์แล้ว เนื่องจากรถยนต์นั้นจะอยู่คู่กับเราเป็นระยะเวลาที่นาน ย่อมทำให้เกิดค่าใช้จ่ายตามหลังที่ผู้รถซื้อหน้าใหม่หลายคนมองข้าม ค่าใช้จ่ายที่ว่านั้นได้แก่ ค่าประกันภัย, ภาษีและพรบ., ค่าน้ำมัน รวมทั้งค่าดูแลรักษาเมื่อครบระยะตามที่กำหนด

ทั้งนี้ ผู้ซื้อรถหน้าใหม่ทุกท่านจำเป็นที่จะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้วหักลบกับรายได้ต่อเดือนของตัวเอง การจัดการวางแผนล่วงหน้าเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดย่อมจะทำให้มองถึงสถานะของตัวเองในอนาคตได้เป็นอย่างดี

4. ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์

แน่นอนว่ารถยนต์ที่เราซื้อนั้นเป็นสินทรัพย์ที่จะอยู่กับเรานานกว่า 1 ปี เวลาที่ผ่านไปนั้นก็ทำให้รถยนต์เกิดการเสื่อมสภาพเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นสภาพภายนอกหรือภายใน ดังนั้นมูลค่าของรถยนต์ก็ย่อมที่จะลดลงตามไปด้วย ยิ่งถ้ามีรถรุ่นใหม่ ๆ ออกมาอีก มูลค่าก็จะตกลงไปอีกมาก เพราะฉะนั้นผู้ซื้อรถหน้าใหม่ย่อมต้องคำนึงถึง “ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์” ไว้ด้วยเสมอ

วิธีการคิดค่าเสื่อมราคาของรถยนต์คร่าว ๆ นั้น ให้นำราคารถยนต์ที่เราซื้อมานั้น ลบด้วยราคาขายของรถยนต์ของเราในอนาคต แล้วคูณด้วยระยะเวลาที่ใช้งาน (หน่วยเป็นปี) ตัวอย่างเช่น ราคาที่เราซื้อมาคือ 1,000,000 ราคาขายในอนาคตคือ 200,000 บาท ใช้งานมาแล้ว 10 ปี ดังนั้น ค่าเสื่อมราคาจะอยู่ที่ = (1,000,000-200,000)/10 = 80,000 บาทต่อปี (หรือ 6,667 บาทต่อเดือน)

5. รถยนต์แบบไหนที่เราต้องการ

คำถามนี้อาจจะฟังดูกว้างเกินไปสำหรับผู้ซื้อรถหน้าใหม่ แต่เราต้องตั้งคำถามตัวเองก่อนเลยว่า รถยนต์ที่คุณกำลังมองหาอยู่เป็นรถประเภทไหน อาจเป็นรถไว้ขับไปทำงานในชีวิตประจำวัน หรือรถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำที่ช่วยลดมลพิษ ไปจนถึงรถสปอร์ตสมรรถนะสูงเอาไว้ขับเล่น

หากผู้ซื้อรถหน้าใหม่หมั่นหาข้อมูลและรู้ตัวเองว่ารถยนต์รุ่นไหน แบรนด์ใดที่เข้าตาและถูกใจแล้ว การซื้อรถยนต์ก็เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว

6. ระบบไหนที่ใช่สำหรับเรา

เกียร์ธรรมดา เกียร์ออโต้ เครื่องเบนซิน เครื่องดีเซล หรือเครื่องไฮบริด? สำหรับเครื่องยนต์กับระบบเกียร์นั้นอาจจะเป็นเรื่องง่ายของบางท่าน แต่กับผู้ซื้อรถหน้าใหม่แล้ว สิ่งเหล่านี้อาจจะสร้างความปวดหัวอยู่ไม่น้อย เพราะระบบเครื่องยนต์และระบบเกียร์ของรถยนต์นั้นถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะบ่งบอกว่ารถยนต์นั้นเหมาะกับเราหรือไม่ สร้างความคุ้มค่าในการใช้งานมากน้อยแค่ไหน สมรรถนะเหมาะสมกับการนำไปใช้งานของเราหรือไม่

นอกจากนี้รถยนต์ถ้าใครเป็นสายรถกระบะแล้วนั้น ก็ต้องดูไปถึงการบรรทุกหรือการบรรจุต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการใช้งาน เพราะถ้าหากเราตัดสินใจผิดพลาดแล้ว เนื่องจากระบบรถยนต์ไม่สัมพันธ์กับการใช้งาน อาจจะทำให้อายุการใช้งานของรถยนต์เรานั้นสั้นลงได้ 

7. ราคาที่แท้จริงของรถยนต์

แน่นอนว่าหลาย ๆ คนก็จะซื้อรถยนต์ด้วยเงินผ่อนกันทั้งนั้น น้อยคนที่จะเดินเข้าโชว์รูมแล้ววางเงินสดแล้วถอยรถออกมาเลย เราจึงอยากจะบอกกับผู้ซื้อรถหน้าใหม่ว่าการซื้อรถยนต์ก็ถือเป็นเรื่องของการตลาดแบบหนึ่ง เพราะการผ่อนรถยนต์นั้นก็จะพ่วงคำว่า “ดอกเบี้ย” มาด้วย ให้พิจารณาด้วยว่าถ้าคุณต้องผ่อนรถแล้ว ยอดรวมที่แท้จริงจะอยู่ที่เท่าไหร่ตลอดระยะเวลาทั้งหมด

ที่กล่าวมาแบบนี้ เพื่อที่จะบอกว่าราคารถที่แท้จริงหลังจากการบวกดอกเบี้ย อาจจะทำให้คณสามารถซื้อรถรุ่นอื่นที่ดีกว่าหรือเหมาะสมมากกว่าคันที่อยู่ตรงหน้า หรือแม้กระทั่งการตัดสินใจเกี่ยวกับระยะเวลาฝนการผ่อนและดอกเบี้ยที่จะลดลงอีกด้วย

8. วิธีและทางเลือกต่าง ๆ ในการซื้อรถยนต์

หลังจากที่ผู้ซื้อรถหน้าใหม่ได้ทำการศึกษาหาข้อมูลและพิจารณารถยนต์จากหลาย ๆ ที่ และตัดสินใจได้แน่นอนแล้วว่าจะซื้อรถยนต์คันนี้ ต่อไปที่จะต้องคำนึงถึงก็คือวิธีที่จะซื้อรถยนต์? โดยส่วนใหญ่ก็มักจะใช้วิธีการผ่อนส่งนั้นเอง ทั้งนี้จึงอยากให้พิจารณาดูว่าทางบริษัทรถยนต์ได้จัดโปรโมชันร่วมกับสถาบันการเงินใดไว้ เพราะเราคงเคยได้ยิน โปรดอกเบี้ย 0% หรือโปรช่วยผ่อนในระยะเวลาต่าง ๆ โปรเหล่านี้จะช่วยในเรื่องของจำนวนดอกเบี้ยที่เราจะต้องเสียไป หรือบางคนอาจจะใช้วิธีการก็คือการวางเงินดาวน์ที่เป็นจำนวนสูงขึ้น เพราะการวางเงินดาวน์หรือเงินต้นที่สูงขึ้นหมายถึงการที่เราจะเสียดอกเบี้ยลง นอกจากนี้ระยะเวลาในการผ่อนก็จะลดดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องแลกกับการจ่ายค่าผ่อนต่อเดือนที่สูงขึ้นด้วย

9. ผู้แทนจำหน่าย

ผู้แทนจำหน่ายคือนายหน้าระหว่างผู้ซื้อกับผู้ผลิตรถยนต์ การเลือกผู้แทนจำหน่ายนั้นเราควรที่จะรู้จักประวัติเกี่ยวกับเขาคนนั้นมาบ้างแล้ว ให้ทำการบ้านเกี่ยวกับผู้แทนจำหน่ายที่คุณกำลังหมายตาไว้สักหน่อย ยิ่งถ้าเป็นผู้ซื้อรถหน้าใหม่แล้วนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาให้ละเอียดเพื่อป้องกันผู้แทนจำหน่ายที่หัวหมอที่อาจจะหลอกลวงเรา หรือให้การบริการที่ไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควรในภายหลัง

10. การทดลองขับ

การทดลองขับเป็นสิทธิของผู้บริโภคอย่างหนึ่ง ในปัจจุบันค่ายรถยนต์ก็เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจได้มีโอกาสทดลองขับรถที่หมายตาเพื่อการตัดสินใจของเราเอง เสมือนเป็นการผูกมิตรกับเราอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลังเลที่ขอผู้แทนจำหน่ายในการทดลองขับรถ ซึ่งถ้าหากมีการบอกปฏิเสธกลับมา เราก็สามารถเดินออกจากโชว์รูมดังกล่าวไปยังที่ใหม่ได้เลย การทดลองขับนั้นเป็นการสร้างความมั่นใจอย่างมาก ว่ารถยนต์คันนั้นจะเป็นคันที่ใช่สำหรับผู้ซื้อรถหน้าใหม่อย่างเราหรือไม่

บทความที่ใกล้เคียง

บทความ 1 3 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการเจิมรถใหม่

บทความ 2 ออกรถใหม่ต้องรู้! เครื่องยนต์แบบไหนเหมาะกับรถยนต์ของคุณ

บทความ 3 วิธีเสริมสิริมงคลให้กับรถใหม่ เสริมความมั่นใจในการขับขี่


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement