สรุปยอดขายรถยนต์ในไตรมาสแรกของปี 2564

Home / Cars / สรุปยอดขายรถยนต์ในไตรมาสแรกของปี 2564
นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 หลาย ๆ อุตสาหกรรมก็ต้องเผชิญหน้ากับยอดขายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เว้นแม้กระทั่งอุตสาหกรรมยานยนต์เอง ที่ก็ได้รับผลกระทบในจุดนี้ด้วยเช่นกัน ค่ายต่าง ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออก…

นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 หลาย ๆ อุตสาหกรรมก็ต้องเผชิญหน้ากับยอดขายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เว้นแม้กระทั่งอุตสาหกรรมยานยนต์เอง ที่ก็ได้รับผลกระทบในจุดนี้ด้วยเช่นกัน ค่ายต่าง ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออก ก็จำเป็นจะต้องเลื่อนการเปิดตัวออกไปก่อน ซ้ำยังเจอปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตอีก เรียกได้ว่าเป็นเคราะห์กรรมอีกไตรมาสหนึ่งของวงการยานยนต์ก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้โดยภาพรวมยอดขายรถยนต์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับไตรมาสแรกนั้นจะไม่สวยงามเท่าไหร่นัก แต่ยังมีรถยนต์จากบางค่ายยังคงได้รับความสนใจและมียอดขายที่พอจะทำให้ชื่นใจได้อยู่บ้าง ในวันนี้เราจะมาสรุปกับยอดขายรถยนต์ในไตรมาสแรกของปี 2564 ว่ารถยนต์รุ่นไหนและจากค่ายใดที่สามารถยืนหยัดในช่วงเวลาวิกฤตนี้ได้

สำหรับอุตสากรรมยานยนต์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.64) ภาพรวมสามารถปิดยอดการขายเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ลดลงไปถึง 2% สาเหตุหลัก ๆ คือโรคระบาด COVID-19 ที่ทำให้ค่ายรถยนต์หลายค่ายต้องเลื่อนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของตัวเองออกไป อีกทั้งยังเกิดความขาดแคลนของชิ้นส่วนที่นำมาใช้ในการผลิตรถยนต์อีกด้วย

หากมาพิจารณาถึงตัวเลขยอดขายของทั่วโลกในปี 2563 นั้น อยู่ที่ 76.8 ล้านคัน ซึ่งก็ลดลงจากปี 2562 ที่สามารถทำได้ถึง 90 ล้านคัน ส่วนในประเทศไทยนั้น ปี 2563 สามารถทำยอดผลิตรถยนต์อยู่ที่ 1.4 ล้านคัน และยอดขายอยู่ที่ 7.9 แสนคัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงถึง 21% เลยทีเดียว

สำหรับในช่วงปี 2564 นี้ มีการประเมินจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในกลุ่มของอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น การผลิตรถยนต์ในประเทศกำลังจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น จากการสถานการณ์ของโรคระบาดตอนนี้ที่มีวัคซีนในการรักษาแล้ว ดังจะเห็นได้จากยอดการสั่งซื้อจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอื่น ๆ แต่อย่างไรก็ตาม มรสุมก็ยังไม่หมดไปซะทีเดียว เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิตรถยนต์ยังคงอยู่ จนเกิดปัญหาที่ทำให้หลายค่ายไม่สามารถผลิตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้และไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า ค่ายรถยนที่มีเลื่อนการเปิดตัวออกไปแล้วก็จะมีในส่วนของค่าย Toyota และ Mercedes-Benz

สรุปยอดขายรถยนต์ในไตรมาสแรกของปี 2564 คนจับมือกันหน้า โตโยต้า

ทั้งนี้ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าช่วงต้นปียอดการผลิตรถยนต์นั้นจะสามารถทำได้ถึง 1.5 ล้านคัน ขายในประเทศ 7.5 แสนคัน และส่งออกอีก 7.5 แสนคัน หากหลาย ๆ อย่างดีขึ้นก็อาจจะไปแตะที่ระดับ 1.6 ล้านคัน

อย่างที่ได้กล่าวไปในข้างต้น สำหรับไตรมาสแรกของปี (ม.ค.-มี.ค.64) ยอดขายรถยนต์ในประเทศ ลดลง 2% (1.95 แสนคัน) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ยอดขายเดือนมกราคมอยู่ที่ 55,208 คัน, เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 58,960 คัน และเดือนมีนาคมมียอดการขายพุ่งไปที่เกือบ 8 หมื่นคัน

ยอดขายรถยนต์ต่าง ๆ

ภาพรวมของยอดขายรถยนต์ในเดือนมกราคม 2564

แน่นอนว่าการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ยังส่งผลต่อยอดขายในช่วงเดือนนี้ ยอดการขายรถยนต์ภายในประเทศไทยสามารถทำได้เพียง 55,208 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกับของปี 2563 ถึง 21.3% โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตที่ลดลงอย่างมาก คิดเป็น 44.2% หรือลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากยอดขายเดิม แต่สำหรับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์หรือที่เป็นพวกรถกระบะและที่ใช้ในการประกอบอาชีพนั้น ก็มีอัตราการเติบโตที่ลดลงเช่นกัน คิดเป็น 5.4%

เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากหลาย ๆ ภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบกันเต็ม ๆ หลายส่วนต้องการที่จะเก็บเงินไว้เป็นทุนสำรองในยามฉุกเฉิน ไม่มีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยกับสิ่งที่มีราคาสูงในสถานการณ์แบบนี้ เรียกได้ว่าได้รับความลำบากกันทุกภาคส่วน

ยอดขายรถยนต์ในไทยช่วงโควิดปี 64


ส่วนตัวเลขปริมาณการขายรถยนต์ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา สามารถจำแนกออกได้เป็นดังนี้

1. ตลาดรถยนต์โดยรวม

สำหรับตลาดโดยรวมมียอดปริมาณการขายอยู่ที่ 55,208 คัน ลดลง 21.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

โดยค่ายรถยนต์ที่สามารถทำยอดปริมาณการขายได้เป็นอันดับ 1 คือ Toyota อยู่ที่ 17,758 คัน ตามมาด้วยอันดับ 2 ที่เป็นของค่าย Isuzu ซึ่งมียอดการขายอยู่ที่ 15,248 คัน และอันดับ 3 ได้แก่ Honda มียอดขายอยู่ที่ 5,657 คัน

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%) *ส่วนแบ่งตลาด (%)
Toyota17,758-12.232.2
Isuzu15,248-6.727.6
Honda5,657-50.410.2%

*หมายเหตุ เครื่องหมาย +/- คือเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

2. ตลาดรถยนต์นั่ง

เมื่อแยกออกมาเป็นในส่วนของตลาดรถยนต์แบบนั่งแล้วนั้น ยอดการขายอยู่ที่ 16,104 คัน ลดลงถึง 44.2% ซึ่งค่ายที่นำมาเป็นอันดับ 1 ก็ยังคงเป็น Toyota มียอดโดยรวมอยู่ที่ 5,073 คัน ในอันดับ 2 นั้นเป็นของ Honda มียอดขายอยู่ที่ 4,526 คัน และอันดับที่ 3 ตกเป็นของค่าย Mazda ที่มียอดการขายอยู่ที่ 1,779 คัน โดยทั้ง 3 ค่ายถือว่าทำยอดขายได้ลดลงจากเดิมเมื่อเทียบปีที่ผ่านมา

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Toyota5,073-26.431.5
Honda4,526-52.328.1
Mazda1,779-43.811.0

Toyota Corolla Cross ยอดขายไตรมาสแรก 64


3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์


ปริมาณการขายในตลาดรถเพื่อการพาณิชย์นั้นอยู่ที่ 39,104 คัน ลดลงจากเดิม 5.4% ในส่วนของอันดับที่ 1 นั้นเป็นค่าย Toyota ด้วยยอดขาย 15,248 คัน ตามมากับอันดับ 2 ที่เป็นของ Isuzu มียอดขายอยู่ที่ 12,670 คัน และกับอันดับที่ 3 ก็คือ Ford ยอดรวมทั้งหมดที่ 2,305 คัน จาก 3 ค่ายที่ติดอันดับนี้มีเพียง Isuzu เท่านั้นที่ยอดขายลดลงจากเดิม

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Toyota15,248+6.739.0
Isuzu12,670-5.032.4
Ford2,305+8.05.9

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน


รถกระบะขนาด 1 ตัน หรือที่เป็นแบบ Pure Pick up และรถกระบะดัดแปลง PPV นั้น มียอดการขายในเดือนมกราคมอยู่ที่ 30,107 คัน ลดลงจากปีก่อนถึง 9.6%

แน่นอนว่าอันดับ 1 จะเป็นของค่ายไหนไม่นอกจาก Isuzu ที่ครองตลาดส่วนนี้ถึง 14,198 คัน ส่วนอันดับที่ 2 นั้นเป็นของค่าย Toyota โดยสามารถปิดยอดขายอยู่ที่ 10,494 คัน  และอันดับที่ 3 เป็นของค่าย Ford ทำยอดขายได้ถึง 2,305 คัน ซึ่งใน 3 ค่ายที่กล่าวมามีเพียง Toyota ที่ทำยอดขายลดลงจากเดิม

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu14,198+6.147.2
Toyota10,494-11.034.9%
Ford2,305+8.07.7

         แต่ถ้ามาโฟกัสกันที่รถกระบะแบบดัดแปลงแล้ว มีปริมาณยอดขายโดยรวมอยู่ที่ 4,294 คัน

Toyota Fortuner สีนำ้เงินยอดขายปี 64

5. ตลาดรถกระบะแบบ Pure Pick up 

สำหรับในตลาดสุดท้ายก็คือรถกระบะแบบ Pure Pick up มีปริมาณการขายทั้งหมดอยู่ที่ 25,813 คันเปรียบเทียบจากปีก่อนแล้วลดลงถึง 14.2%

อันดับที่ 1 นั้นเป็นของรถกระบะ Isuzu D-MAX ทำยอดขายได้ 12,764 คัน ตามมาติด ๆ กับ Toyota Hilux REVO ที่ครองอันดับ 2 กับยอดขาย 8,519 คัน และปิดท้ายกับอันดับที่ 3 นั่นคือ Ford Ranger มียอดขายอยู่ที่ 1,962 คัน ซึ่งเป็นรถกระบะที่สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว

รถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu D-MAX12,764-1.149.4
Toyota Hilux REVO8,519-19.733.0
Ford Ranger1,962+15.17.6

Isuzu D Max สีส้ม

ภาพรวมของยอดขายรถยนต์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564

ในส่วนของยอดการขายรถยนต์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2564 นั้น เรียกได้ว่าทุกตลาดมียอดการขายที่ลดลงทั้งหมด โดยสามารถทำยอดได้เพียง 58,960 คัน เท่านั้น ลดลงไปกว่า 10.9% โดยผลกระทบหลัก ๆ ยังคงมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ผู้บริโภคยังไม่ความเชื่อมั่น เกิดการชะลอการตัดสินใจในการซื้อรถยนต์

สรุปยอดขายรถยนต์ครึ่งปีแรกของปี 2564


สำหรับตัวเลขปริมาณการขายรถยนต์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สามารถจำแนกออกได้เป็นดังนี้

1. ตลาดรถยนต์โดยรวม

ตลาดโดยรวมมีปริมาณการขายอยู่ที่ 58,960 คัน ลดลงไป 10.9% โดยค่ายที่ได้อันดับ 1 ก็คือ Isuzu ซึ่งมียอดขายอยู่ที่ 16,477 คัน นั้นทำให้ Toyota ที่เคยครองแชมป์ในเดือนมกราคมนั้นต้องตกลงไปอยู่อันดับที่ 2 มียอดการขายอยู่ที่ 15,897 คัน และอันดับที่ 3 ยังคงเป็นของ Honda มียอดขายอยู่ที่ 9,007 คัน

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu16,477+13.827.9
Toyota15,897-14.627.0
Honda9,007-7.715.3

2. ตลาดรถยนต์นั่ง

ปริมาณการขายในตลาดรถยนต์นั่งทั้งหมดอยู่ที่ 18,969 คัน ซึ่งลดลงถึง 25% โดย 3 อันดับแรกยังเป็นรถยนต์จากค่ายเดิมที่ติดอันดับในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพียงแต่ว่าเป็นค่าย Honda ที่สามารถแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 กับยอดขาย 7,868 คัน ตกลงไปอยู่อันดับที่ 2 ก็คือ Toyota กับยอดการขายที่ 4,056 คัน และปิดท้ายในอันดับที่ 3 กับ Mazda ด้วยยอดขาย 1,826 คัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายของทุกค่ายที่กล่าวมาถือว่าลดลงจากเดิมเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Honda7,868-6.441.5
Toyota4,056-36.321.4
Mazda1,826-22.49.6

Honda Civic Hatchback

3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์

ต่อกันด้วยกับปริมาณการขายของรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ กับยอดขายทั้งสิ้น 39,991 คัน ซึ่งถือว่ายังลดลงจากปีก่อนถึง 2.3% มีค่าย Isuzu ครองแชมป์อันดับ 1 กับยอดขาย 16,477 คัน ตามมาเป็นที่ 2 ก็คือ Toyota ด้วยยอดขาย 11,826 คัน และ Ford ที่มาในอันดับ 3 มียอดขายอยู่ที่ 2,592 คัน

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu16,477+13.841.2
Toyota11,826-3.429.6
Ford2,592-9.46.5

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)

รถกระบะขนาด 1 ตัน ก็ยังคงมียอดขายที่ลดลงจากเดิมเช่นกัน ด้วยปริมาณการขายอยู่ที่ 31,169 คัน ลดลงไป 6.6% ซึ่งใน 3 อันดับแรกก็ยังคงเป็นของค่าย Isuzu, Toyota และ Ford ตามลำดับ โดยเป็นค่าย Isuzu ที่สามารถเพิ่มยอดขายได้มากกว่าเดิมจากปีที่ผ่านมา

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu15,400+13.249.4
Toyota9,781-7.731.4
Ford2,592-9.48.3

หากลงมาเจาะเฉพาะยอดการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) มียอดทั้งหมดอยู่ที่ 4,800 คัน

Isuzu MU X ภายนอก


5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up

ในตลาดนี้ยังคงเป็น 3 รุ่นเดิมที่ยึดหัวตารางได้อย่างเหนียวแน่น นั่นก็คือ Isuzu D-MAX, Toyota Hilux REVO และ Ford Ranger โดยมีเพียงแค่ Isuzu D-MAX ที่ทำยอดขายในเชิงบวก ส่วนปริมาณการขายโดยรวมอยู่ที่ 26,369 คัน ลดลงจากเดิม 11.6%

รถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu D-MAX13,549+4.651.4
Toyota Hilux REVO7,842-16.729.7
Ford Ranger2,119-12.18.0

Toyota Hilux Revo ยอดขายปี 64

 

ภาพรวมของยอดขายรถยนต์ในเดือนมีนาคม 2564

ภาพรวมของตลาดรถยนต์ของประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2564 ถึงแม้ประเทศไทยจะยังคงโดนการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เล่นงานอย่างต่อเนื่อง แต่กลับปริมาณการขายรถยนต์โดยรวมถึง 79,969 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 25.6% ตลาดที่มีอัตราการขายเพิ่มก็คือตลาดรถยนต์นั่ง ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ภาครัฐมีมาตรการออกมากระตุ้นเศรษฐกิจและผ่อนคลายการล็อกดาวน์มากขึ้น อีกทั้งยังได้รับแรงเสริมจากงาน Motor Show ครั้งที่ 42 อีก ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในเดือนนี้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง



สรุปยอดขายรถยนต์ช่วงโควิด


สำหรับตัวเลขปริมาณการขายรถยนต์ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สามารถจำแนกออกได้เป็นดังนี้

1. ตลาดรถยนต์รวม

ด้วยยอดการขายที่มากถึง 79,969 คัน ทำให้อัตราเพิ่มขึ้นถึง 25.6% และค่าย Toyota ก็กลับมาครองบัลลังก์แชมป์อีกครั้งในเดือนนี้ จึงทำให้ค่าย Isuzu ตกลงไปอยู่อันดับที่ 2 และตามมาเป็นอันดับที่ 3 ก็คือ Honda นั่นเอง

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Toyota22,276+28.527.9
Isuzu17,523+28.621.9
Honda10,295+37.212.9

2. ตลาดรถยนต์นั่ง

มาที่ภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งซึ่งมีปริมาณการขายอยู่ที่ 30,183 คัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 24.7% โดยมี Honda ทะยานมาเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดขายที่มากขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อันดับที่ 2 นั้นเป็น Toyota ซึ่งมียอดขายลดลงเพียงเล็กน้อย และอันดับที่ 3 ยังคงเป็นของ Mazda

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Honda8,953+47.529.7
Toyota5,380-0.517.8
Mazda2,785+28.99.2

Honda Accord Hybrid ภายนอกสีดำ


3. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์

ยอดการขายของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ก็สดใสไม่แพ้กัน มียอดรวมอยู่ที่ 49,786 คัน เพิ่มขึ้นถึง 26.1% ซึ่งเป็นค่าย Isuzu, Toyota และ Ford ที่ยังสามารถครองตลาดในส่วนนี้ได้ และทั้งหมดยังมียอดขายที่อยู่ในบวกทั้งหมดอีกด้วย

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu17,523+28.635.2
Toyota16,896+41.733.9
Ford3,199+45.06.4

4. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV)

Isuzu, Toyota และ Ford ยังคงเกาะตารางในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตันได้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังมียอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้ง 3 อีกด้วย โดยยอดการขายทั้งหมดอยู่ที่ 38,160 คัน เพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้วถึง 25.8%

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu15,801+25.141.5
Toyota14,443+39.637.9
Ford3,199+45.08.4

หากพิจารณาในส่วนของปริมาณการขายรถกระบะแบบดัดแปลงแล้ว (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) จะมียอดทั้งหมดอยู่ที่ 5,850 คัน

ฟอร์ดยอดขายไตรมาสแรกปี 64


5. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up

ปิดท้ายในเดือนนี้กับตลาดรถกระบะ Pure Pick up ที่ยอดการขายทั้งหมด 32,256 คัน เพิ่มขึ้นถึง 18.5% ซึ่งก็ยังคงเป็น Isuzu D-MAX นำมาในอันดับ 1 ตามมาเป็นอันดับ 2 ก็คือ Toyota Hilux REVO และ Ford Ranger ในอันดับ 3

ค่ายรถยนต์ยอดขาย (คัน)เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (%)ส่วนแบ่งตลาด (%)
Isuzu D-MAX13,909+16.043.1
Toyota Hilux REVO11,855+26.336.8
Ford Ranger2,766+54.88.6

Isuzu D Max สีขาวภายนอกยอดขายไตรมาสแรกปี 64

สำหรับภาพรวมของตลาดรถยนต์ในไตรมาสที่ 2 มีความกังวลว่ายอดขายน่าจะตกลงมาอีกครั้ง เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในระลอกนี้ที่มีความรุนแรงมากขึ้น โดยคาดว่าน่าจะส่งผลต่อการติดสินใจในการซื้อรถยนต์ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสภาพเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการที่รัฐจะประกาศออกมาใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดอีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้เราจะนำมาอัปเดตอีกครั้งในบทความหน้า

เครดิตรูปภาพ: Toyota, Isuzu, Honda, Caranddriver, Parkers