รู้หรือไม่? เสียงดังในรถบอกปัญหา ที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรรู้

Home / Cars / รู้หรือไม่? เสียงดังในรถบอกปัญหา ที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรรู้
หลาย ๆ สิ่งบนโลกใบนี้ เมื่อเริ่มเกิดอาการผิดปกติขึ้นมา ก็มักจะมีการส่งสัญญาณเตือน และสัญญาณเตือนในส่วนมากก็จะมาในรูปแบบของเสียง รถยนต์ก็เช่นกัน หลาย ๆ คนคงจะเคยประสบกับเสียงของรถที่ไม่คุ้นเคย…

หลาย ๆ สิ่งบนโลกใบนี้ เมื่อเริ่มเกิดอาการผิดปกติขึ้นมา ก็มักจะมีการส่งสัญญาณเตือน และสัญญาณเตือนในส่วนมากก็จะมาในรูปแบบของเสียง รถยนต์ก็เช่นกัน หลาย ๆ คนคงจะเคยประสบกับเสียงของรถที่ไม่คุ้นเคย หรือกำลังบ่งบอกว่าความไม่ปกตินั้นเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งจากรถของเราที่กำลังขับอยู่ ถ้าเราไม่จัดการกับบ่อเกิดของเสียงเหล่านี้ อาจจะทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงซ่อมแซมเกินจำเป็น หรือที่ใหญ่กว่านั้นอาจจะกระทบต่อความปลอดภัยของตัวเราเอง หรือเพื่อนร่วมทางก็เป็นได้ ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำและอธิบายว่าเสียงที่ดังมาจากส่วนต่าง ๆ ของตัวรถยนต์นั้นมาจากส่วนไหนหรืออาการคืออย่างไรบ้าง

1. มีเสียงดังเวลารถกำลังวิ่ง

ตอนรถกำลังวิ่งแล้วได้ยินเสียงดังนี่สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ อย่างเช่น เวลารถกำลังวิ่งแล้วอยู่ๆ ได้ยินเสียงลมจากข้างนอกดังผิดปกติ ข้อนี้อย่าเพิ่งรีบตกใจไป อาจจะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากการปิดประตูรถหรือปิดหน้าต่างกระจกรถไม่แน่น ซึ่งวิธีการแก้ไขก็ไม่ยาก คือให้ตั้งสติจอดรถ แล้วปิดประตูรถใหม่ หรือถ้าเราได้ยินเสียงแก๊กๆ เหมือนมีอะไรกำลังกระทบกับใต้ท้องรถ อันนี้ในหลายกรณีก็เกิดขึ้นจากเศษก้อนกรวดที่ติดอยู่ในซอกยางแล้วกระเด็นมากระทบกับใต้ท้องรถเท่านั้นเอง แต่เราก็ต้องแคะเศษก้อนกรวดออกเองด้วย เพราะก้อนกรวดมันจะกัดยางลึกเข้าไปเรื่อยๆ ทำให้ยางสึกได้เร็วขึ้นด้วย

เสียงดังในรถบอกปัญหา

Cr. unsplash.com

2. มีเสียงดังครูดคล้ายมีอะไรกำลังขูดอยู่ที่ใต้ท้องรถ

ถ้าอยู่ๆ มีเสียงครูดเหมือนมีอะไรที่ขูดไถลไปกับพื้นถนน ข้อนี้จริงๆ ก็มีต้นเหตุมาจากหลายกรณีเช่นกัน เช่น รถเราอาจจะเป็นรถที่ใต้ท้องรถต่ำ เวลาต้องข้ามลูกระนาดสูงๆ ก็อาจจะเป็นใต้ท้องรถนี่แหละที่ไปขูดกับลูกระนาดได้ ซึ่งมีวิธีการแก้ไขก็คือเวลาขับข้ามลูกระนาด ก็ให้ค่อยๆลดความเร็วและข้ามไปอย่างระมัดระวัง เพื่อลดการเสียดสีใต้ท้องรถ ในกรณีที่เสียงครูดไปตลอดเวลาการวิ่งของรถ อาจจะเกิดมาจากการที่มีอะไรมาติดอยู่ที่ใต้ท้องรถ หรืออาจจะมีชิ้นส่วนใดๆ ก็ตามของใต้ท้องรถที่ไถลไปกับพื้น สำหรับกรณีนี้ ถ้ามีสิ่งของเข้ามาติดอยู่ใต้ท้องรถ ก็แค่ให้เอาของที่ติดอยู่ออกไป หรือถ้าส่วนที่ขูดไปกับพื้นถนนเป็นชิ้นส่วนใดก็ตามของรถ ก็ควรจะรีบพารถเข้าศูนย์หรือเข้าอู่ได้เลย

3. ได้ยินเสียงฟี่ ๆ ที่คล้ายกับเสียงกาน้ำที่กำลังแห้ง

ให้เรานึกถึงเสียงกาน้ำที่กำลังเหือดแห้ง มันจะมีเสียงประมาณฟี่ๆ หรือวี้ดๆ ตามโสตประสาทการได้ยินของแต่ละคน แต่หลักๆ คือจะเป็นเสียงแบบเล็กๆ แหลมๆ ซึ่งเสียงแบบนี้แหละครับที่อันตรายมากสำหรับรถยนต์ เพราะมันบ่งบอกได้ถึงสาเหตุว่าหม้อน้ำรถยนต์กำลังแห้ง ซึ่งสาเหตุของหม้อน้ำแห้งก็เกิดขึ้นได้จากการไม่ได้เติมน้ำในหม้อน้ำ หรือหม้อน้ำรั่ว ซึ่งถ้าเราได้ยินเสียงแบบนี้ ให้เรารีบจอดรถทันที แล้วเปิดฝากระโปรงหน้ารถเพื่อระบายความร้อนก่อน แล้วรอให้เครื่องเย็นสักพักแล้วค่อยเปิดฝาหม้อน้ำ แล้วเติมน้ำลงไปให้เต็ม เพียงเท่านี้หม้อน้ำก็จะกลับมาขับต่อได้ แต่ถ้าเรารู้สึกว่าเติมหม้อน้ำยังไงก็ไม่เต็ม อาจจะเกิดจากหม้อน้ำรั่ว โปรดอย่าขับต่อควรโทรเรียกช่างให้มาลากรถจะดีที่สุด ทางที่ดีที่สุดหลังจากเติมหม้อน้ำแล้วก็ควรจะนำรถไปเข้าไปตรวจสภาพอีกที

เสียงดังในรถบอกปัญหา
https://unsplash.com/photos/kzlxOJwD6i8

4. มีเสียงดังจากการเหยียบเบรก

ถ้าเราได้ยินเสียงเหมือนเหล็กเสียดสีกัน นี่คือเสียงของสัญญาณที่บอกว่าผ้าเบรกหมดแล้ว โดยเสียงที่เราได้ยินก็อาจจะต่างกัน หลักๆก็จะได้ยินเสียงเหมือนเลื่อยไฟฟ้าที่กำลังตัดเหล็ก หรือเหมือนเสียงช้อนส้อมที่กำลังขูดจาน โดยเสียงแบบนี้จะมีสาเหตุมาจากเนื้อผ้าเบรกหมดจนเหลือแต่โครงผ้าเบรก ซึ่งสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยวิธีเดียวเท่านั้นก็คือการเปลี่ยนผ้าเบรก เพราะถ้าไม่เปลี่ยนผ้าเบรกแล้วมันจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อจานเบรก ซึ่งจะทำให้จานเบรกเกิดการสึกหรอ และทำให้สมรรถภาพในการห้ามล้อลดลงนั่นเอง

5. เกิดเสียงดังเมื่อกำลังหมุนพวงมาลัย

หากเกิดเสียงดังระหว่างที่หมุนพวงมาลัย ในกรณีนี้อาจจะสันนิษฐานได้ว่ามีสาเหตุมาจากชิ้นส่วนบางชิ้นที่ช่วงล่างของรถเกิดการเสื่อมสภาพ หรือชิ้นส่วนบางส่วนอาจจะหลวมก็ได้ โดยอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลากหลายจุด หลักๆ ก็เช่น แร็คพวงมาลัย หรือบูชปีกนก ซึ่งสัญญาณเหล่านี้จะเป็นสัญญาณเตือนที่จะส่งผลถึงปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมรถที่อาจจะทำให้ควบคุมได้ยากขึ้น หรืออาจจะควบคุมไม่ได้เลยก็ได้ โดยวิธีการแก้ไขก็คือการนำรถไปตรวจสอบสภาพทันที เพราะถ้าปล่อยไว้นาน ก็อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่อย่างการควบคุมรถไม่ได้ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

6. ได้ยินเสียงแก๊ก ๆ จากส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ

ปัญหาเสียงดังจากตัวรถยนต์ไม่จำเป็นต้องเกิดมาจากเครื่องยนต์เสมอไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งจากบริเวณรอบๆ คันรถที่อาจจะเกิดการเสื่อมสภาพหรือสึกหรอก็ได้ ซึ่งเสียงแก๊ก ๆ นี้จะดังขึ้นตอนที่เรากำลังขับรถ อาจจะได้ยินตลอดเวลา หรืออาจจะได้ยินอย่างชัดเจนเวลาที่รถเกิดการกระแทก ตกหลุม หรือขึ้นลูกระนาดก็ได้ ซึ่งในกรณีนี้ก็อาจเกิดจากโช้คประตูท้ายรถตู้ที่ชำรุด ผลที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อเวลาเราเปิดประตูท้ายรถตู้แบบแรง ๆ ประตูจะดีดกลับลงมาห้เรานำรถไปตรวจเช็คสภาพทันทีเลยจะดีกว่าครับ อย่าปล่อยไว้นาน เพราะมันอาจจะลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลังได้

7. รถเกิดเสียงดังเวลาขับผ่านทางขรุขระ

ในช่วงเวลาที่เราขับผ่านทางขรุขระ ไม่ว่าจะเป็นถนนที่มีหลุมบ่อ หรือขับขึ้นลูกระนาด แล้วมีเสียงกระแทกดังปึ้ก แล้วเราสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้โดยตรง และผู้โดยสารอาจจะเจ็บตัวได้ในบางครั้ง หรือรู้สึกไม่ลื่นไหลทุกครั้งที่ขับผ่านทางขรุขระ ในข้อนี้เราสามารถสันนิษฐานสาเหตุได้ง่าย ๆ ว่าโช้คของรถชำรุดแน่นอน ให้เรานำรถเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนโช้คได้เลย เพราะถ้าหากว่าเราปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ แรงกระแทกที่เกิดขึ้นจะไปส่งผลโดยตรงต่อเครื่องยนต์ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการชำรุดหรือเครื่องยนต์อาจจะหลุดและเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ควรจะเป็นก็ได้

เสียงดังในรถบอกปัญหา
https://unsplash.com/photos/RzgPzI8GRck

8. ได้ยินเสียงเครื่องยนต์หอนหลังสตาร์ทเครื่อง

ในกรณีที่เราได้ยินเสียงดังเวลาสตาร์ทรถ อาจจะได้ยินเป็นเสียงวื้ดดังแบบยาว ๆ สักพัก แล้วเสียงก็หายไป จะเป็นอาการที่สามารถบ่งบอกได้ว่าสายพานรถกำลังหย่อน ซึ่งอาการสายพานหย่อนจะส่งผลกระทบให้ในบางครั้งการทำงานของเครื่องยนต์เกิดอาการกระตุก หรืออาจจะรู้สึกตะกุกตะกักไม่ค่อยสมูทในระหว่างขับรถ โดยวิธีการแก้ คือให้เราทำการปรับตั้งสายพานใหม่ไม่ให้หย่อน  หรือถ้าเราตรวจพบว่าสายพานมีรอยร้าวหรือรอยแตก ก็ให้เปลี่ยนสายพานใหม่เลยจะดีกว่า

9. ได้ยินเสียงแก๊ก ๆ ตอนกำลังบิดกุญแจรถสตาร์ทเครื่อง

ในกรณีที่เราได้ยินเป็นเสียงแก๊ก ๆ แบบเบาๆ ตอนกำลังสตาร์ทเครื่อง สาเหตุของปัญหาส่วนมากมักมาจากระบบการสตาร์ทรถที่มีปัญหา โดยอาจจะเกิดขึ้นได้กับแบตเตอรี่รถยนต์ที่เกิดอาการเสื่อมหรือมีกำลังไฟฟ้าไม่พอ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นรถที่เราไม่ค่อยได้ใช้แล้วเราสตาร์ทเครื่องไม่ติดก็ต้องพ่วงสายแบตเตอร์รี่รถยนต์เพื่อจั๊มป์ไฟใหม่นั่นเอง

การเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของตัวรถถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะถ้าเกิดชิ้นส่วนใดๆ ก็ตามในรถเกิดการเสียหาย นั่นก็จะหมายถึงเงินที่เราจะต้องเสียไปเพื่อการซ่อมแซมรถ และยิ่งถ้าเราปล่อยไว้นานเข้า ก็อาจจะเกิดการเสียหายลุกลามมากขึ้นก็ได้ ซึ่งอาจจะทำให้เราต้องเสียเงินค่าบำรุงรักษารถยนต์ที่มากขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลรักษารถและเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติให้ดี หากได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ จากส่วนใดส่วนหนึ่งของตัวรถ ให้รีบนำรถไปตรวจเช็คสภาพและซ่อมแซมทันทีจะดีที่สุด

ที่มารูปภาพ Unsplash


Mottoraka.com มีบริการใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการขายรถยนต์ให้ได้ไวและได้ราคาดี เราขอแนะนำ RakaDee (ราคาดี) แพลตฟอร์มขายรถยนต์ออนไลน์ การันตีขายรถจบได้ด่วนภายใน 72 ชั่วโมง เราได้ใช้ฐานข้อมูลจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ข้อมูลรวมถึงผู้เชี่ยวชาญกว่า 10 ปีมาร่วมประเมินราคารถยนต์ของคุณ ทำให้การลงขายและการตั้งราคานั้นทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเที่ยงตรงที่สุด พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาทุกขั้นตอนเพื่อให้คุณได้ลงขายรถของคุณอย่างไม่ต้องกังวลปัญหาความไม่น่าเชื่อถือจากการประมูลซื้อรถยนต์ และพิเศษสุด ๆ เรามีบริการตรวจสภาพรถให้ฟรีอีกด้วย เพียงแค่คุณลงประกาศขายรถกับ RakaDee ผ่านการลงทะเบียนง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอนที่นี่ >> คลิกเพื่อลงทะเบียน <<