ประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ปี 2021

Home / Cars / ประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ปี 2021
สำหรับมนุษย์เรานั้นมีความต้องการในสิ่งต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไปตามความปัจเจกบุคคล ตามสิ่งแวดล้อม และความคิดที่ถูกปลูกฝังจนเติบโตมา แต่ก็มีอยู่บางสิ่งที่เราทุกคนนั้นต้องการเหมือนกัน ซึ่งนั่นก็คือความปลอดภัยแต่ความปลอดภัยธรรมดาก็ยังไม่สามารถซื้อใจบางคนได้ควรที่จะต้องเป็นความปลอดภัยที่มีความไว้วางใจได้อีกด้วย ดังนั้น สิ่งที่เรารู้จักกันในชื่อของ “ประกัน”…

สำหรับมนุษย์เรานั้นมีความต้องการในสิ่งต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไปตามความปัจเจกบุคคล ตามสิ่งแวดล้อม และความคิดที่ถูกปลูกฝังจนเติบโตมา แต่ก็มีอยู่บางสิ่งที่เราทุกคนนั้นต้องการเหมือนกัน ซึ่งนั่นก็คือความปลอดภัยแต่ความปลอดภัยธรรมดาก็ยังไม่สามารถซื้อใจบางคนได้ควรที่จะต้องเป็นความปลอดภัยที่มีความไว้วางใจได้อีกด้วย ดังนั้น สิ่งที่เรารู้จักกันในชื่อของ “ประกัน” จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันสำหรับเด็ก และอีกมากมายด้วยกันแต่มีประกันอยู่ประเภทหนึ่งที่เหมาะกับคนขับขี่รถยนต์เป็นอย่างมากซึ่งนั่นก็แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นประกันรถยนต์ แต่ด้วยความที่ประกันรถยนต์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง โดยฉบับล่าสุดก็เป็นของปี 2021 ที่เราจะพูดถึงในบทความวันนี้ จึงเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเคยซื้อรถยนต์คันแรกหรือเพิ่งเริ่มสนใจการขับขี่เพราะประกันรถยนต์ถือเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรู้เพราะนอกจากจะทำให้เราเข้าใจในเงื่อนไขของประกันแล้วยังทำให้เรารู้ด้วยว่าควรเลือกประกันตัวไหน ประกันตัวไหนจึงจะเหมาะกับเรา เพราะประกันก็มีหลากหลายอีกเช่นกัน ดังนั้นเพื่อคลายความสงสัยในเรื่องของประกัน บทความในวันนี้จึงจะนำเสนอประกันของปี 2021 ในฉบับสมบูรณ์นั่นเอง

โดยประกันรถยนต์นั้นเรียกได้ว่าเป็นประกันภัยที่คุ้มครองเราโดยอาศัยความสมัครใจของเจ้าตัวว่ามีความสนใจที่จะทำสัญญากับทางบริษัทประกันหรือไม่ ไม่ได้เป็นสิ่งที่บังคับให้ทำแต่อย่างใด แต่แน่นอนว่าการทำประกันเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเรานั้นย่อมดีกว่าอยู่แล้ว นอกจากจะสร้างความสบายใจให้กับเราแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาค่าเสียหายที่หากเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย  ซึ่งเป็นสิ่งที่ พ.ร.บ รถยนต์นั้นไม่สามารถครอบคลุมจุดนี้นั่นเอง โดยในทุกวันนี้บริษัทประกันมากมายได้ถือกำเนิดขึ้นมาและคอยพัฒนาและสรรหาข้อเสนอต่าง ๆ ที่จะคอยซื้อใจลูกค้าหลากหลายแบบ ซึ่งประกันก็มีหลากหลายประเภท หลากหลายการคุ้มครอง 


ประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ปี 2021

เอกสารที่ต้องเตรียมไปเมื่อมีความสนใจจะทำประกันนั้นประกอบไปด้วย 4 อย่างเท่านั้นเอง

เอกสารที่จะต้องเตรียมไปให้บริษัทประกันโดยอย่างแรกก็คือ สำเนาทะเบียนรถยนต์อย่างแน่นอน เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดเพราะจะเป็นตัวที่ช่วยยืนยันในตัวรถยนต์ของเรานั่นเอง อย่างที่สองก็คือสำเนาบัตรประชาชน ซึ่งเป็นเอกสารพื้นฐานในการทำธุรกรรมทั่วไปอยู่แล้วจะขาดไปไม่ได้ เพื่อยืนยันสถานะการมีตัวตนของเรานั่นเอง อย่างที่สามก็จะเป็นใบขับขี่ โดยเอกสารส่วนจะใช้สำหรับคนที่ทำประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ เพื่อลดค่าเบี้ยประกันภัย โดยสามารถแจ้งระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด 2 คน อย่างสุดท้ายเป็นเอกสารเฉพาะคนเพราะเป็นเอกสารที่หากผู้ประสงค์จะทำประกันเป็นชาวต่างชาติก็จะต้องนำ Passport มาด้วยนั่นเอง 

ประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ปี 2021

ถัดมาเราก็จะมาพูดถึงประเด็นที่ว่าแล้วถ้าต้องการต่ออายุประกันนั้นจะใช้เอกสารชนิดเดียวกับตอนทำประกันหรือไม่ โดยจริง ๆ แล้วหากต้องการต่ออายุประกันนั้นเอกสารที่ใช้จะเหมือนตอนทำประกันเลยทุกอย่างแต่ที่ต่างออกไปก็คือ สำเนากรมธรรม์ประกันรถยนต์ปัจจุบันหรือใบเดือนต่ออายุนั่นเอง โดยการต่ออายุประกันก็จะทำได้ตั้งแต่ ล่วงหน้า 3 เดือน ล่วงหน้า 6 เดือน และต่อตอนอายุครบ 1 ปี ตามแต่ความสะดวกของผู้ขับขี่ โดยการต่อตอนอายุครบ 1 ปีนั้น จะเป็นการต่อพร้อม พ.ร.บ และภาษีรถยนต์ประจำปี ส่วนการต่ออายุประกันล่วงหน้านั้นจะเหมาะกับบุคคลที่ต้องการผ่อนประกันหรือต้องการเวลาในการตรวจสภาพรถยนต์ และยังตัดสินใจเลือกบริษัทประกันที่ตอบโจทย์ไม่ได้นั่นเอง 

ประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ปี 2021

วิธีต่อเบี้ยประกันรถยนต์ให้ราคาถูกลง

สำหรับคนที่ต้องการที่จะจ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ให้มีราคาที่ถูกลง มีขั้นตอนและวิธีการดังนี้

1. ประวัติของบุลคลที่ทำประกัน 

หากคุณมีประวัติอันยาวนานในการทำประกันรถยนต์ และคุณได้เลือกกรมธรรม์ หรือการทำประกันรถที่มีความคุ้มครองที่ดีที่สุดมาโดยตลอดหลายปี คุณอาจจะมีแนวโน้มที่จะได้จ่าย ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์น้อยกว่าเดิม เพราะบริษัทประกันจะมองว่าคุณมีความรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น ๆ และการที่คุณเลือกประกันหรือกรมธรรม์ที่มีการคุ้มครองสูงเหมือนเลือกซื้อความน่าเชื่อถือ ให้กับประวัติของคุณ

2. อายุของใบขับขี่ผลต่อเบี้ยประกันภัย

ระยะเวลาที่คุณได้รับใบอนุญาตในการขับรถ หรือใบขับขี่รถยนต์ สามารถส่งผลกระทบต่อราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของคุณ เพราะระยะเวลาจะเป็นตัวที่จะชี้ถึงประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ของคุณ และถ้าคุณได้รับใบอนุญาตน้อยกว่าสามปี คุณอาจจะต้องจ่ายค่าเบี้ยสูงกว่าคนวัยเดียวกันที่ได้รับใบอนุญาตมานานกว่าสามปี เพราะว่า การที่คุณได้รับใบอนุญาตน้อยกว่าสามปีนั้น จะทำให้คุณถูกมองว่าคุณยังขับขี่รถยนต์ได้ไม่ชำนาญ

3. ประวัติการขับขี่รถยนต์ส่งผลถึงเบี้ยประกัน

ถ้าคุณมีประวัติชอบขับรถเร็ว ขับรถประมาท ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วเคยเกิดอุบัติเหตุ ทั้งหมดนี้สามารถส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันรถยนต์ของคุณ ซึ่งหากคุณมีประวัติพวกนี้ทางบริษัทประกันภัยรถยนต์อาจจะต้องขอเพิ่มค่าเบี้ยประกันภัย เพราะว่าปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก 

4. คุณใช้รถยนต์ในการทำอะไร

คุณขับรถยนต์ไปทำงานหรือคุณใช้รถยนต์เพื่อทำธุรกิจ เมื่อคุณเลือกประเภทของประกันภัยรถยนต์แล้ว ตัวแทนจากบริษัทประกันภัยรถยนต์จะถามคุณว่าคุณใช้รถเพื่ออะไร เพื่อขับไปทำงานในทุก ๆ วัน หรือเพื่อนำไปประกอบธุรกิจของคุณ ซึ่งวัตถุประสงค์ของการใช้รถนั้นอาจจะมีผลกระทบอย่างมากต่อเบี้ยประกัน อย่างไรก็ดี คนที่ใช้รถเพื่อประกอบธุรกิจจะมีค่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่น้อยกว่าคนที่ใช้รถเพื่อขับไปทำงานทั่วไป และคุณไม่สามารถหลอกบริษัทประกันภัยรถยนต์ได้ เพราะหากทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ทราบว่าเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่คุณให้ไม่เป็นความจริง กรมธรรม์ของคุณก็จะถูกยกเลิกในทันที

5. ห้ามปิดบังข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ

ถ้าหากว่าคุณไม่เปิดเผยข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุและการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ทางบริษัทประกันจะคิดค่าบริการเพิ่มเติมจากเดิมที่คุณไม่เปิดเผยข้อมูลหรือปิดบังข้อมูล 

ประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ปี 2021

เทคนิคการเลือกซื้อประกันรถยนต์อย่างฉลาดและจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

อย่างแรกเราต้องดูฐานะทางการเงินของบริษัทประกัน ทำไมเราต้องดูฐานะทางการเงิน ของบริษัทประกัน ฐานะทางการเงินและความคล่องตัวทางการเงิน เพราะว่าจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงเวลา ที่คุณเกิดอุบัติเหตุแล้วเรียกประกันรถมาเคลม ถ้าคุณเลือกบริษัทประกันที่ฐานะทางการเงินต่ำ คุณอาจจะได้รับการชดเฉยที่ไม่ดีพอ ตัวอย่างเช่น เมื่อตัดสินใจเลือกกรมธรรม์ที่จะทำได้แล้ว กับบริษัทประกันแห่งหนึ่งที่มีความคล่องตัวทางการเงินต่ำ หรือฐานะทางการเงินไม่ดี เมื่อเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ และจะเคลมประกันชีวิตตามเงื่อนไขการคุ้มครองที่ได้ทำเอาไว้ นั้นแปลได้ว่าต้องการที่จะได้ รับเงินชดเชยจากกรมธรรม์ประกัน ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะไม่ได้รับเงินชดเชยตามที่กรมธรรม์บอกเอาไว้ แต่ถ้าได้เลือกการทำประกันชีวิตจากการเลือกบริษัทประกันที่มีทางการเงินคล่องตัว เราไม่จำเป็นต้องกังวลทางบริษัทจะเคลมประกันตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ครบถ้วนไม่มีขาดตกบกพร่อง

อย่างที่สอง เงื่อนไขการเคลมประกัน และบริการหลังการขาย ปัจจุบันการหาข้อมูลประกันต่าง ๆ สามารถที่จะเข้าในโลกอินเทอร์เน็ตได้แล้ว และเป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับการหาข้อมูลต่าง ๆ ดังนั้นการที่จะตัดสินใจการเลือกทำประกันเราควรมีจะเข้าการหาข้อมูลหรือการรีวิวต่าง ๆ ของบริษัทประกันนั้น ๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการบริการต่าง ๆ เช่น การเคลมประกัน ให้ใช้เวลาในการดำเนินเรื่องหลังจากเกิดอุบัติเหตุหรือระยะเวลาชดเฉยต่าง ๆ ว่าการรีวิวที่เป็นลบหรือเป็นการติหรือการเตือนในการให้บริการต่าง ๆ เพราะว่าข้อมุลเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ประกอบการตัดสินใจได้ดี

อย่างที่สาม ความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน ทำไมเราถึงบอกว่าต้องมองความน่าเชื่อถือของบริษัทประกัน เพราะว่าเราต้องเสียค่าประกันต่าง ๆ ให้กับบริษัท เป็นเงินจำนวนมาก ดังนั้นเราจะต้องตรวจสอบให้รอบครอบและถ้าเราไม่ตรวจสอบ เงินที่เราเสียทำประกันไปสุดท้าอาจจะไม่ได้มีประโยชน์กับตัวเราเอง ในเวลาที่ต้องการจะมาเคลมประกันในอณาคต

สุดท้ายคือ การดูแพ็คเกจและรายละเอียดกรมธรรม์ ดูแพ็คเกจต่าง ๆ ที่มีมากมาย และเลือกให้เหมาะกับเรา การเลือกประกันรถยนต์นั้นควรดูที่ขอบเขตในการคุ้มครองที่เราต้องการ ไลฟ์สไตล์การใช้รถใช้ถนนของเรา และทุนประกันรถยนต์เป็นสำคัญนั่นเอง เพราะอย่างที่ได้กล่าวไปว่าประกันนั้นมีหลายรูปแบบการคุ้มครอง แตกต่างกันออกไปตามราคาทำให้เราควรพิจารณาว่าต้องการการคุ้มครองถึงขอบเขตแค่ไหนจึงจะเหมาะสมมากที่สุดนั่นจึงทำให้จุดนี้มาสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ เพราะถ้าหากเป็นผู้ที่ใช้รถยนต์เป็นประจำขับขี่ตลอดเวลา การทำประกันชั้นที่ 1 ก็อาจจะคุ้มค่ามากกที่สุดแต่ถ้าหากเป็นผู้ที่ใช้รถยนต์เป็นครั้งคราวประปรายก็อาจจะเลือกประกันที่ลดครอบเขตการคุ้มครองลงมาเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่วนเรื่องของทุนประกัน ซึ่งวงเงินนี้จะเป็นเงินที่บริษัทจะจ่ายคืนให้กับคุณในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหนักจนรถยนต์ได้รับความเสียหายเกิน 70% ขึ้นไป รถยนต์เกิดสูญหาย และรถยนต์ไฟไหม้ทั้งคัน เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรที่จะเปรียบเทียบข้อเสนอของหลาย ๆ แบรนด์เพื่อมองเห็นองค์ภาพรวมที่ชัดเจน 


รถที่บริษัทประกันไม่รับทำประกัน

1. รถยนต์ที่มีประวัติเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 

หากรถยนต์ของคุณนั้นมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุมาก บ่อยครั้ง หรือว่าเคลมประกันเป็นประจำ อาจทำให้การต่อประกันรถยนต์กับบริษัทเดิมเป็นเรื่องยาก เพราะถือว่ามีประวัติไม่ค่อยดี หรือประวัติเสีย ก็มีสิทธิ์สูงที่บริษัทประกันจะปฏิเสธการทำประกันรถยนต์ให้กับคุณ หรืออาจจะตั้งเงื่อนไขเพิ่มในการรับประกัน เช่น มีค่าเสียหายส่วนแรก หรือเพิ่มค่าเบี้ยประกันสูงขึ้น เป็นต้น

2. รถแต่งพิเศษ

รถแต่งสามารถทำประกันรถยนต์ได้ เช่น รถยนต์ที่ติดสเกิร์ต หรือติดสปอยเลอร์ แต่ถ้าเป็นรถยนต์ที่มีการตกแต่งแบบพิเศษ หรือรถยนต์ที่แต่งมากกว่ารถยนต์ที่ใช้งานตามปกติ บริษัทประกันรถยนต์ก็อาจจะไม่รับทำประกัน เช่น รถแต่งซิ่ง รถโหลดต่ำกว่า 40 ซ.ม. รถแต่งท่อดังเกิน 100 เดซิเบล สีไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟท้ายแตกต่างจากปกติ รถดัดแปลงป้ายทะเบียน  รถยนต์ที่เปลี่ยนสีรถแต่ไม่ได้แจ้งกรมการขนส่งทางบก

ประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ปี 2021

3. รถยนต์ที่มีสถิติรถหายสูงที่สุด

รถยนต์ที่มีสถิติสูญหายสูงที่สุด คงต้องยกให้รถกระบะ รถขับเคลื่อนสี่ล้อและรถเก๋งบางรุ่น บางยี่ห้อ ทำให้เงื่อนไขในการรับประกันรถยนต์ที่อยู่ในสถิติรถหายสูงมีความแตกต่างกันไป บางบริษัทอาจไม่รับทำประกันให้ หรืออาจทำประกันให้ แต่ให้ทุนประกันรถหายที่ค่อนข้างต่ำ หรือบริษัทประกันบางแห่งอาจจะรับทำเฉพาะลูกค้าที่เคยมีประวัติกับบริษัทเท่านั้นหรือลูกค้าประจำเท่านั้น

ประกันรถยนต์ฉบับสมบูรณ์ปี 2021

4. รถยนต์ที่อะไหล่แพงหรือหายาก

รถยนต์ที่มีค่าอะไหล่แพง ค่าซ่อมแพง หรืออะไหล่หายาก เพราะว่าใช้เวลาซ้อมนานต้องจ่ายค่าชดเฉยนานขึ้น ทำให้บริษัทประกันมองว่าจะไม่คุ้มกับประกันที่ทำทำให้บริษัทประกันไม่ค่อยอยากให้ทำประกัน

5. รถที่มีความเสี่ยงภัยสูง

สำหรับรถที่มีความเสี่ยงภัยสูง ยกตัวอย่างเช่น รถแข่ง รถสตันท์ รถที่ใช้ในการทดสอบ รถที่ใช้ในการแสดงภาพยนตร์แอคชั่น รถเหล่านี้มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากและบ่อยครั้ง และมีความเสี่ยงภัยสูงกว่ารถยนต์ที่ใช้ขับขี่ทั้วไป หากให้ความคุ้มครองก็จะไม่เป็นธรรมกับผู้เอาประกันรายอื่น ดังนั้นบริษัทประกันจึงไม่มีการทำประกันให้ ถ้ามีก็จะจ่ายมากกว่าประกันทั่วไป

6. รถยนต์สภาพเก่า เสื่อมสภาพ หรือมีอายุเกินกว่า 10 ปี

ประกันรถยนต์ชั้น 1 จะไม่ค่อยรับทำประกันให้กับรถยนต์ที่มีอายุเกิน 10 ปี หรือเป็นรถยนต์เก่าที่เสื่อมสภาพ หากรับทำประกัน ค่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นมีมากกว่ารถยนต์ปกติ เพราะรถมีสภาพเก่า พวกตัวถังหรืออะไหล่ต่าง ๆ เริ่มหมดอายุการใช้งาน เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็อาจส่งผลต่อชิ้นส่วนอื่นๆ ทำให้ต้องจ่ายค่าต่าง ๆ มากขึ้น เช่นค่าซ่อมแซม ค่าชดเฉยต่าง ๆ