เจาะลึกเทคโนโลยียาง Run Flat ช่วยชีวิตได้จริงหรือไม่?

Home / Cars / เจาะลึกเทคโนโลยียาง Run Flat ช่วยชีวิตได้จริงหรือไม่?
ยางรถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่สำคัญอย่างมาก เพราะเป็นส่วนที่ช่วยให้รถยนต์นั้นเกิดการเคลื่อนไปที่ยังเส้นทางต่าง ๆ แต่ยางรถยนต์นั้นก็ต้องแบกรับทั้งสภาพพื้นผิวถนนต่าง ๆ รวมทั้งน้ำหนักของรถยนต์ที่มหาศาลอีก ดังนั้น การได้ยางรถยนต์ที่มีสมรรถนะและคุณภาพสูงย่อมทำให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่ไปด้วย และในปัจจุบันก็ได้มีการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับยางรถยนต์ไว้เป็นอย่างมาก จนในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นยางรถยนต์ประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า…

ยางรถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่สำคัญอย่างมาก เพราะเป็นส่วนที่ช่วยให้รถยนต์นั้นเกิดการเคลื่อนไปที่ยังเส้นทางต่าง ๆ แต่ยางรถยนต์นั้นก็ต้องแบกรับทั้งสภาพพื้นผิวถนนต่าง ๆ รวมทั้งน้ำหนักของรถยนต์ที่มหาศาลอีก ดังนั้น การได้ยางรถยนต์ที่มีสมรรถนะและคุณภาพสูงย่อมทำให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่ไปด้วย

และในปัจจุบันก็ได้มีการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับยางรถยนต์ไว้เป็นอย่างมาก จนในที่สุดก็ได้ออกมาเป็นยางรถยนต์ประเภทหนึ่งที่เรียกกันว่า Run Flat ที่ลือกันว่าเป็นยางรถยนต์ที่ให้การขับขี่ที่ปลอดภัยที่สุดและช่วยชีวิตได้อย่างมาก แต่เจ้ายาง Run Flat นี้คืออะไร และจะดีสมคำร่ำลือหรือเปล่า Motto RAKA จะพาไปเจาะลึกเทคโนโลยียาง Run Flat ช่วยชีวิตได้จริงหรือไม่?

1. ยาง Run Flat คือ?

ในการขับขี่รถยนต์นั้น ไม่ว่าจะเป็นระยะทางที่ไกลหรือใกล้ก็อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้อยู่เสมอ ถึงแม้จะเกิดจากการขับขี่รถยนต์โดยประมาทหรือเส้นทางที่ไม่คุ้นชินและอยู่ในสภาพที่แย่ หากแต่ว่ารวมไปถึงสภาพของรถยนต์ของเราด้วยที่อาจจะส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้

โดยสาเหตุจากรถยนต์ของเราเองที่อาจจะสามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสาเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาเหตุที่มาจากยางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ยางรถยนต์เกิดการะเบิดหรือรั่วซึม แรงดันลมของยางรถยนต์อยู่ในระดับที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการเสื่อมสภาพของตัวยางรถยนต์เอง

ด้วยเหตุต่าง ๆ เหล่านี้จึงก่อให้เกิดแรงผลักดันในการคิดค้นคว้าและวิจัยต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์แบบใหม่ขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือยางรถยนต์ที่เรียกกันว่า ยาง Run Flat โดยยางรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำนี้สามารถใช้งานได้ปกติถึงแม้จะวิ่งไปเหยียบตะปูหรือของมีคมที่ทำให้เกิดยางรั่วได้ ผิดจากยางรถยนต์ทั่ว ๆ ไปที่จะถูกรีดแรงดันลมออกมาจนแบนทำให้ไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้อีก แต่กับยาง Run Flat แล้ว เรายังสามารถทำหารขับขี่ต่อไปได้อีก แต่จะใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และให้อยู่ในระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร

นี่ถือเป็นจุดเด่นที่ดีอย่างมากสำหรับยาง Run Flat เพราะนั่นทำให้เราไม่จำเป็นที่จะต้องมาเปลี่ยนยางให้เสียเวลา ก็แค่ขับต่อไปจนถึงอู่ซ่อมรถหรือไม่จำเป็นที่จะต้องเสี่ยงอันตรายลงมาเปลี่ยนยางหากเกิดปัญหาในช่วงเวลากลางคืนอีกด้วย

ยาง Run flat ของ BMW

เครดิตรูปภาพ: www.carbuyer.co.uk

2. ความแตกต่างระหว่างยาง Run Flat กับยางรถยนต์ทั่วไป

โดยปกติแล้วยางรถยนต์ที่มาจากโรงงานนั้นก็จะเป็นยางรถยนต์แบบปกติทั่ว ๆ ไป แต่หากเรามีความจำนงที่อยากจะติดตั้งยาง Run Flat แล้วนั้น ก็สามารถทำได้ เนื่องจากการติดตั้งยาง Run Flat นั้นไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย ก็เหมือนกับการติดตั้งยางรถยนต์แบบทั่วไป แต่ชื่อชั้นและคุณสมบัติของการใช้งานก็ต่างกันอย่างแน่นอน และอีกหนึ่งสิ่งที่จะตามมาด้วยกับการติดตั้งยาง Run Flat ก็คือการติดตั้งระบบเซ็นเซอร์ลมยางทั้ง 4 ล้อด้วย

สำหรับระบบเซ็นเซอร์ลมยางทั้ง 4 ล้อนั้น จะช่วยส่งสัญญาณบอกถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับยาง Run Flat ของเรา เนื่องจากการขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจจะทำให้เราไม่รู้สึกถึงปัญหาหรือความเสียที่ได้รับ ดังนั้นเจ้าระบบเซ็นเซอร์ลมยางทั้ง 4 ล้อนั้นก็จะเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่จะทำให้คนที่กำลังขับขี่รถยนต์นั้นได้รับทราบ

ปกติแล้วการเปลี่ยนยางรถยนต์นั้น หากเป็นยางรถยนต์แบบปกติที่ใช้กันทั่วไป ก็จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราว ๆ 5,000-7,000 บาทต่อหนึ่งเส้น แต่ในส่วนของยาง Run Flat แล้ว ราคาอาจจะพุ่งสูงขึ้นไปกว่านั้น โดยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดและแก้มของยาง ซึ่งราคาเฉลี่ยต่อเส้นจะอยู่ที่ราว ๆ 10,000-20,000 บาท และพ่วงด้วยระบบเซ็นเซอร์ลมยางรวมทั้งค่าติดตั้งอีก ก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 40,000-60,000 บาทเลยทีเดียว

ล้อรถด้านหน้า - ยาง Run Flat

เครดิตรูปภาพ: www.firestonecompleteautocare.com

3. ยาง Run Flat มีกี่ประเภท?

สำหรับยาง Run Flat นั้น เราสามารถออกได้แบ่ง 3 ประเภท ดังนี้

Support Ring System

ถือเป็นยาง Run Flat ที่มักจะมีการใช้คู่กับล้อแม็กแบบที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะเจาะจงเท่านั้น โดยก่อนการที่จะใส่ยางเข้าไปนั้น จะมีการใว่วงแหวนที่เป้นพลาสติกแข็ง ๆ รัดที่บริเวณรอบล้อ หากเกิดเหตุการณที่ยางแบนขึ้นมานั้น เจ้าตัวแหวนพลาสติกนี้เองจะทำหน้าที่กดทับหน้ายาง ไม่ให้แก้มยางนั้นทรุดตัวและบดทับ จนทำให้ไม่สามารถขับขี่ต่อไปได้อีก กลับกันคือจะช่วยค้ำพยุงขอบแม็กไม่บอดทับ และคงรูปตัวล้อรถไว้ให้อยู่ในลักษณะเดิม

ระบบ Support ring system

เครดิตรูปภาพ: www.bridgestone.co.th

Self-Supporting System

สำหรับยาง Run Flat แบบ Self-Supporting นั้น เป็นเทคโนโลยี PAX System ที่ถูกออกแบบมาให้ยาง Run Flat สามารถขับขี่ต่อออกไปได้อีกประมาณ 80-200 กิโลเมตร แล้วจึงต้องทำการเปลี่ยนยางรถยนต์เส้นใหม่ โดยตัวเทคโนโลยีนี้ของยาง Run Flat ถือเป็นเทคโนโลยี รุ่นบุกเบิกของยาง Run Flat โดยจะต้องใช้ยางคู่กันกับล้อแม็กที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะเจาะจงเท่านั้น และจะมีการใส่แหวนพลาสติกคล้ายกันกับยาง Run Flat ประเภท Support Ring System นั่นเอง

แต่เมื่อมีการค้นคว้าเพิ่มเติม กลับพบว่าแหวนพลาสติกที่ใส่เพิ่มเข้าไปนั้นมีน้ำหนักที่ส่งผล ต่อกับช่วงล่าง ก่อเกิดเป็นภาระที่มากขึ้นและเพิ่มความยุ่งยากในการถอดและใส่ อีกทั้งยางประเภทดังกล่าวยังมีราคาที่สูงมากอีกด้วย ทางบริษัท Bridgestone จึงได้การแก้ไข และพัฒนายาง Run Flat ประเภทใหม่ขึ้นมา โดยถูกออกแบบให้แก้มยางสามารถแข็งแรงได้ด้วยตัวมันเอง เสริมโครงสร้างเหล็กโปร่งน้ำหนักเบาแทนแหวนพลาสติกทำให้ตัวยาง Run Flat นั้นไม่ต้องรับภาระและน้ำหนักที่มากเกินไป อีกทั้งยังช่วยลดการเสื่อมสภาพที่เร็วขึ้นจากการที่ยางรถยนต์แบน

ระบบ Self-Supporting System

เครดิตรูปภาพ: www.bridgestone.co.th/

Self Seal Leakage Tire      

สำหรับยาง Run Flat ประเภทนี้ ได้มีการเคลือบใต้ดอกยางด้วยวัสดุที่เรียกว่า Sealant ที่เป็นวัสดุ Polymer อย่างหนึ่งที่สามารถซ่อมแซมรอยรั่วของยางรถยนต์ได้เอง ในท้องตลาดนั้น ยางรถยนต์ที่ใช้ เทคโนโลยีนี้ก็คือยางรถยนต์แบรนด์ Finixx ซึ่งได้นำเอาสาร Sealant มาเคลือบบริเวณใต้ชั้นดอกยาง เพิ่มความยืดหยุ่นที่สูงขึ้น หากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะที่มีของแข็งแหลมคมทิ่มที่ยางรถยนต์ สารที่เคลือบนั้นจะทำหน้าที่ในการปิดรอยรั่วบริเวณดังกล่าว ป้องกันการรั่วซึมของลมยาง และลดการระเบิดของยางรถยนต์ได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงเรียกยาง Run Flat ประเภทนี้กันว่า ยางรถยนต์ที่ไม่มีวันแบน

สำหรับยางรถยนต์ยี่ห้อที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวก็คือ ยางรถยนต์จาก Finixx ซึ่งสารที่เคลือบ ใต้ชั้นดอกยางนั้นจะมีคุณสมบัติยืดหยุ่นตัวสูงเป็นสารกึ่งแข็ง เมื่อยางนั้นถูกของแข็งทิ่มเข้ามา และเมื่อดึงตัวของของแหลมออกตัวสารนั้นจะเคลื่อนตัวมาปิดรอยรั่วนั้นเอง และเจ้าตัวสารเคลือบนี้ยังช่วยป้องกันการรั่วซึมของลมยางที่เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เกิดการระเบิดของลมยางได้ โดยยางประเภทนี้ ถูกขนานนามให้ว่าเป็นยางที่ไม่มีวันแบน

ระบบ Self Seal Leakage Tire ของยาง Run Flat

เครดิตรูปภาพ: www.tyrepress.com

4. ถ้าปลอดภัยและใช้งานได้ทนทานขนาดนี้ ควรเปลี่ยนมาใช้ยาง Run Flat เลยไหม?

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น จะเห็นถึงข้อดีและจุดเด่นมากมายของยาง Run Flat แล้ว แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งนั่นก็คือการเสียเงินซื้อรวมทั้งการติดตั้งที่มากขึ้นกว่าการใช้ยางรถยนต์แบบทั่วไป ทั้งนี้ก็จะเป็นคำถามที่เราต้องตั้งคำถามขึ้นมาในใจและตอบให้ได้ว่า มันคุ้มค่าหรือไม่กับการที่เราจะเปลี่ยนมาใช้ยาง Run Flat?

หลายคนที่ผ่านการใช้งานยาง Run Flat มาแล้ว ต่างจะพูดถึงในแง่มุมที่ยาง Run Flat นั้นไม่สามารถให้การขับขี่ที่นุ่มนวลได้เมื่อเทียบกับยางรถยนต์ทั่วไป อีกทั้งเนื้อสัมผัสของยาง Run Flat นั้นยังแข็งกระด้าง คนที่ขับรถยนต์เป็นระยะทางไกล ๆ อาจจะไม่ค่อยพอใจกับการใช้ยางประเภทนี้เท่าไหร่นัก อีกทั้งการหาร้านซ่อมที่จะซ่อมยาง Run Flat ได้นั้นก็ยากเย็นเหลือเกิน เพราะยังไม่ค่อยแพร่หลายมากนักในประเทศไทย ซึ่งก็มีหลายคนที่ใช้ยาง Run Flat ถึงกับต้องมียางอะไหล่ไว้สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้น เราจึงต้องพิจารณาให้รอบด้านก่อนการที่จะเปลี่ยนมาใช้ยาง Run Flat เพื่อความคุ้มค่าและประโยชน์ใช้สอยสูงสุดที่เราจะได้รับ

ผู้ชายเปลี่ยนยางรถ ยาง Run Flat

เครดิตรูปภาพ: www.motoring.com.au