เลือกที่ปัดน้ำฝนอย่างไร เพื่อรับมือกับฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Home / Cars / เลือกที่ปัดน้ำฝนอย่างไร เพื่อรับมือกับฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ปัดน้ำฝนเป็นอีกหนึ่งอวัยวะสำคัญของรถยนต์ที่ขาดไม่ได้ เพราะสภาพอากาศเป็นสิ่งที่กำหนดไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่างเช่น ฝนตก นั่นเอง หน้าที่ของที่ปัดน้ำฝนคือการกำจัดน้ำฝนที่ไหลกระทบลงบนกระจกหน้ารถเพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นขณะขับขี่ เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแต่หลายคนก็ยังขาดความรู้เรื่องที่ปัดน้ำฝนอยู่ เรามีเคล็ดลับดีๆ เรื่องที่ปัดน้ำฝนมาฝากกันครับ ประเภทของที่ปัดน้ำฝนที่คุณควรรู้ โดยหลักๆแล้วที่ปัดน้ำฝนก็แบ่งออกเป็น…

ที่ปัดน้ำฝนเป็นอีกหนึ่งอวัยวะสำคัญของรถยนต์ที่ขาดไม่ได้ เพราะสภาพอากาศเป็นสิ่งที่กำหนดไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอย่างเช่น ฝนตก นั่นเอง หน้าที่ของที่ปัดน้ำฝนคือการกำจัดน้ำฝนที่ไหลกระทบลงบนกระจกหน้ารถเพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยในการมองเห็นขณะขับขี่ เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแต่หลายคนก็ยังขาดความรู้เรื่องที่ปัดน้ำฝนอยู่ เรามีเคล็ดลับดีๆ เรื่องที่ปัดน้ำฝนมาฝากกันครับ

ประเภทของที่ปัดน้ำฝนที่คุณควรรู้

โดยหลักๆแล้วที่ปัดน้ำฝนก็แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

ที่ปัดน้ำฝน

Image: www.onegoodthingbyjillee.com

1. ที่ปัดน้ำฝนแบบธรรมดา ซึ่งจะพบเห็นได้ตามรถยนต์ทั่วๆไปเลยครับ คือจะเป็นลักษณะที่มีโครงเหล็กที่ทำงานร่วมกับยางปัดน้ำฝนจะมีความทนทานสูงและใช้งานได้นาน ที่ปัดน้ำฝนแบบทั่วไปจะมีโครงสร้างโลหะหรือพลาสติกที่ประกอบไปด้วยสะพานตรงกลางและข้อต่อแบบประกบที่ให้แรงกดระหว่าง 4 ถึง 8 จุดขึ้นอยู่กับความยาวของใบมีด

ที่ปัดน้ำฝน

Image: Autoguide

2. ที่ปัดน้ำฝนแบบไม่มีโครงเหล็ก มักจะพบเห็นได้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จะมีลักษณะเป็นที่ปัดน้ำฝนแบบแบน โดยออกแบบให้มีรูปทรงตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ราบเรียบซึ่งช่วยลดเสียงลม ใบมีดที่ตรงกับกระจกบังลมมีแรงกดสม่ำเสมอ จะสามารถทำงานได้ดีกว่าที่ปัดน้ำฝนทั่วไป และไม่บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่มากไป

ก้านที่ปัดน้ำฝน

Image: images.carid.com

3. ที่ปัดน้ำฝนแบบซ่อนแขน โดยจะมีลักษณะคล้ายกับที่ปัดน้ำฝนแบบธรรมดาแต่เพิ่มแต่ตรงที่มีที่ครอบบังแขนเหล็กใบปัดน้ำฝนเอาไว้

ประเภทของยางปัดน้ำฝน

ก้านที่ปัดน้ำฝน

Image: www.ichampux.com

1. ยางปัดน้ำฝนแบบซิลิโคน หาซื้อง่ายที่สุดโดยซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปซึ่งจะมีความทนทานต่อความร้อน และแข็งแรงมีคสามนุ่มนิ่ม แต่เมื่อใช้งานสักพักอาจจะได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดบ้างขณะใช้งาน ข้อดีคือราคาถูกมาก

2. ยางปัดน้ำมันชนิดยาง ยางจะมีความแข็งตัวเร็วเมื่อสัมผัสกับความร้อน แต่เมื่อน้ำไม่เกาะบนกระจกหน้ารถคุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้ที่ปัดน้ำฝนบ่อยๆ ใบปัดน้ำฝนแบบยางมักจะเคลือบด้วยกราไฟต์ แต่ไม่มีชั้นป้องกันใดๆ  อาจมีผลต่อกระจกหน้ารถยนต์ของคุณ

เคล็ดลับการเลือกที่ปัดน้ำฝน

  • เลือกใบปัดน้ำฝนที่ทนทานต่อความร้อน เช่น แสงแดด แสง UV
  • ให้เลือกวัสดุที่ไม่แข็งและไม่นิ่มเกินไป
  • เลือกใบปัดน้ำฝนที่เคลือบสีป้องกันสนิม
  • ใบปัดต้องมั่นคง แข็งแรง ไม่ยกขึ้นหรือหลุดจากก้านปัดเมื่อใช้งาน
  • เมื่อใช้งานแล้วต้องปัดสะอาด ไม่เป็นรอยเส้น หรือเสียงดังเสียดสีกระจก
  • หน้าสัมผัสของใบปัดน้ำฝนควรสัมผัสกับผิวกระจกประมาณ 0.01-0.05 มิลลิเมตรเท่านั้น

การบำรุงรักษา

เปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน

Image: www.thetruthaboutcars.com

1. เมื่อจอดรถให้ยกที่ปัดน้ำฝนขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เสียรูปทรงด้วยความร้อน

2. อายุการใช้งานของที่ปัดน้ำฝนควรอยู่ที่ประมาณ 6 – 8 เดือนให้เปลี่ยนใหม่เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

กระจกมองหน้ารถไม่สะอาด

Image: Pixabay 

3. รักษาความสะอาดกระจกหน้ารถ เพราะใบปัดน้ำฝนรถยนต์ของคุณจะสึกหรอเร็วขึ้นหากกำลังเช็ดกระจกหน้ารถที่มีความสกปรก

4. ใช้กระดาษเช็ดทำความสะอาดก่อนออกเดินทาง เพราะอาจมีก้อนหินขนาดเล็กและเศษอื่น ๆ ที่อาจทำให้กระจกหน้ารถของคุณเป็นรอยได้

5. ห้ามใช้ที่ปัดน้ำฝนบนกระจกหน้ารถที่แห้ง เพราะที่ปัดน้ำฝนได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้เมื่อกระจกหน้ารถเปียก การใช้งานบนพื้นผิวที่แห้งอาจทำให้ที่ปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

ขับรถยามฝนตก

Image: Pixabay 

*โปรดระวังผลิตภัณฑ์เคลือบผิวที่คุณใช้กับกระจกหน้ารถเพราะจะส่งผลต่อลักษณะการทำงานของที่ปัดน้ำฝน

การติดตั้ง

เปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน

Image: www.powere.co.th

1. นำใบปัดน้ำฝนออกจากบรรจุภัณฑ์และเตรียมให้พร้อม ถอดที่ปัดน้ำฝนอันเก่าออกจากแขนปัดน้ำฝนที่เป็นโลหะ

2. ยกที่ปัดน้ำฝนหันใบมีดตั้งฉากประมาณ 90 องศา

3. กดสลักเล็กๆ ลงเพื่อปลดของเก่าออก พร้อมดันใบปัดน้ำฝนเก่าออก

4. ใส่ยางปัดน้ำฝนอันใหม่เข้าไปอย่างเบามือ ใส่ให้สุดและลงก้านให้พอดี หากมีชิ้นส่วนของยางที่เกินออกมาแนะนำให้ตัดทิ้งได้เลยครับ

5. ทดสอบที่ปัดน้ำฝนว่าใช้งานได้ปกติหรือไม่ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ


การเลือกที่ปัดน้ำฝนดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่อย่ามองเพียงแค่ว่าติดแล้วดูเข้ากับรถยนต์ของคุณ ควรจะต้องพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียลักษณะการใช้งานว่าเหมาะสมตามความต้องการหรือไม่ รวมไปถึงคุณภาพของที่ปัดน้ำฝนแต่ละยี่ห้อด้วย และอย่าลืมนำคำแนะนำของเราไปใช้ด้วยรับรองว่าช่วยได้ไม่มากก็น้อย