หัวเทียน! กับวิธีการเลือกให้เหมาะสมสำหรับรถยนต์ของเรา

Home / Cars / หัวเทียน! กับวิธีการเลือกให้เหมาะสมสำหรับรถยนต์ของเรา
“สงสัยหัวเทียนบอด” วลีอันเป็นตำนานที่หลาย ๆ คนไม่อยากให้เกิดขึ้นในชีวิตจริงสักเท่าไหร่นัก เพราะหัวเทียนนั้นเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่สำคัญสำหรับรถยนต์ทุกคันเลยก็ว่าได้ โดยหัวเทียนมีหน้าที่สำคัญในการสร้างประกายไฟสำหรับจุดระเบิดในเครื่องยนต์ ปกติแล้วทั่วไปหัวเทียนนั้นจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานพอสมควร แต่ถ้าหากหัวเทียนนั้นมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น จึงจำเป็นที่จะจะต้องรีบแก้ไขให้ทันท่วงที เพราะถ้าช้าเกินไปแล้วอาจจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์มีปัญหาตามมาภายหลังได้ วันนี้…

“สงสัยหัวเทียนบอด” วลีอันเป็นตำนานที่หลาย ๆ คนไม่อยากให้เกิดขึ้นในชีวิตจริงสักเท่าไหร่นัก เพราะหัวเทียนนั้นเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่สำคัญสำหรับรถยนต์ทุกคันเลยก็ว่าได้ โดยหัวเทียนมีหน้าที่สำคัญในการสร้างประกายไฟสำหรับจุดระเบิดในเครื่องยนต์ ปกติแล้วทั่วไปหัวเทียนนั้นจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานพอสมควร แต่ถ้าหากหัวเทียนนั้นมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น จึงจำเป็นที่จะจะต้องรีบแก้ไขให้ทันท่วงที เพราะถ้าช้าเกินไปแล้วอาจจะส่งผลทำให้เครื่องยนต์มีปัญหาตามมาภายหลังได้

วันนี้ Motto RAKA จะขอนำเสนอความรู้เกี่ยวกับหัวเทียนของรถยนต์ รวมทั้งวิธีการเลือกให้เหมาะสมสำหรับรถยนต์ของเรากัน

หัวเทียน (Spark Plug) เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญในการประกายไฟภายในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์แก๊สหรือเบนซิน โดยปกติแล้วจำนวนของหัวเทียนของรถยนต์แต่ละคันจะขึ้นอยู่กับลูกสูบในเครื่องยนต์นั้น ๆ หรือเรียกว่ามีประจำอยู่ทุกสูบ ยกตัวอย่างเช่น 4 สูบก็จะมีหัวเทียนทั้งหมด 4 หัว เป็นต้น ยกเว้นในบางรุ่นที่เครื่องยนต์นั้นอาจจะมีหัวเทียน 2 หัวต่อ 1 สูบ ซึ่งมักจะเรียกกันว่า Twin Spark”

หัวเทียนจะถูกติดตั้งที่บริเวณของฝาสูบ โดยยื่นเข้าไปในส่วนของห้องเผาไหม้ มีหน้าที่ในการเป็นตัวจุดระเบิดที่อาศัยการกระโดดข้ามของประกายไฟฟ้าจากแกนกลางไปยังเขี้ยวหัวเทียน ดังนั้นสภาพและอายุการใช้งานของหัวเทียนนั้นสำคัญต่อสมรรถนะในการใช้งาน ตามปกติแล้ว หัวเทียนจะต้องทำการเปลี่ยนทุก ๆ 100,000 กิโลเมตร ในหัวเทียแบบ Iridium แต่ถ้าเป็นหัวเทียนแบบธรรมดาจะเปลี่ยนที่ประมาณ 8,000 – 20,000 กิโลเมตร แล้วหัวเทียนประเภทไหนกันที่เราควรเลือกใช้ให้เหมาะกับรถยนต์ของเรา เดี๋ยวไปทำความรู้จักกับหัวเทียนประเภทต่าง ๆ และการเลือกใช้กันครับ

หัวเทียนรถยนต์จำนวน 4 ชิ้น วางอยู่บนพื้น

การจำแนกหัวเทียนโดยแบ่งตามลักษณะการใช้งาน สามารถจำแนกได้ดังนี้

1.หัวเทียนแบบเย็น

หัวเทียนแบบเย็นนั้น จะมีขนาดความยาวของฉนวนที่สั้น ระบายความร้อนได้รวดเร็ว เกิดการสะสมความร้อนที่น้อยมาก ซึ่งมีส่วนช่วยให้ลดปัญหาและความเสี่ยงของการชิงจุดระเบิดก่อน เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ต้องใช้งานหนัก หรือใช้ความเร็วและการวิ่งในระยะไกล ๆ แต่ก็มีข้อด้อยในเรื่องของเขม่าที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก ซึ่งจะส่งผลต่อการจุดระเบิดที่อาจจะทำได้ไม่เต็มที่นัก รวมทั้งอาจจะก่อให้เกิดการลัดวงจรของกระแสไฟและการชิงจุดระเบิดล่วงหน้าได้

2.หัวเทียนแบบมาตรฐาน

เป็นหัวเทียนที่ส่วนมากจะใช้ในรถยนต์ทั่วไปกัน การระบายความร้อนจะอยู่ในระดับปานกลาง โดยจะเป็นหัวเทียนที่มากับรถยนต์อยู่แล้ว มีการติดตั้งมาให้จากโรงงานเลย เหมาะสำหรับเครื่องยนต์ที่ใช้ความเร็วปานกลาง

3.หัวเทียนแบบร้อน

หัวเทียนแบบร้อนจะมีลักษณะของฉนวนที่ยาว โดยการระบายความร้อนเป็นไปได้ช้าและจะเกิดการสะสมความร้อนภายในตัวหัวเทียนได้เยอะมาก โดยหัวเทียนแบบร้อนนี้จะเหมาะสำหรับกับการขับขี่ในเมืองหรือการขับขี่ที่ใช้ความเร็วไม่มาก มีการใช้งานในระยะสั้น ๆ

หัวเทียนรถยนต์

ประเภทของหัวเทียนและความเหมาะสมในการใช้งาน

ในยุคสมัยนี้ มีหัวเทียนมาให้ได้เลือกซื้อกันอย่างหลากหลายมากขึ้น ซึ่งแต่ละประเภทของหัวเทียนนั้นก็ได้รับการออกมาเพื่อรองรับกับการใช้งานและเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนที่จะต้องทราบถึงวิธีการเลือกใช้หัวเทียน เพื่อให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ของเรา เพราะจะเป็นการช่วยให้เครื่องยนต์ของเรานั้น สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์และส่วนอื่น ๆ ภายในรถยนต์อีกด้วย

ทั้งนี้โครงสร้างหลักของหัวเทียนนั้นจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ ได้แก่ ขั้วหัวเทียน (Terminal) ที่จะถูกต่ออยู่กับคอยล์จุดระเบิดและต่อกับแกนกลางของหัวเทียน แล้วลงมาที่ส่วนต่อมาซึ่งก็คือ ขั้วแกนกลาง (Center Electrode) โดยกระแสไฟฟ้านั้จะวิ่งผ่านจากขั้วหัวเทียนลงมายังขั้วแกนกลาง จากนั้นจะกระโดดข้ามไปยังที่ส่วนต่อไปก็คือ เขี้ยวหัวเทียน (Side Electrode) ซึ่งในจังหวะที่กระแสไฟฟ้ากระโดดนั้น ก็จะทำให้เกิดประกายไฟเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของจังหวะการจุดระเบิดของส่วนผสมภายในห้องเผาไหม้นั่นเอง

ขั้วของหัวเทียนรถยนต์

หัวเทียนในท้องตลาดนั้น สามารถแบ่งตามประเภทของวัสดุที่ใช้ทำขั้วแกนกลางและเขี้ยวหัวเทียน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

1.หัวเทียนนิกเกิล (Nickel Spark Plug)

หัวเทียนแบบนิกเกิล ภายในแกนกลางนั้นจะเป็นทองแดง ส่วนที่บริเวณปลายขั้วแกนกลางนั้นจะเป็นแผ่นนิกเกิล เนื่องจากนิกเกิลเป็นธาตุที่นำไฟฟ้าได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก จึงจำเป็นต้องอาศัยแกนทองแดงเพื่อช่วยในเรื่องของการนำไฟฟ้า และส่วนที่บริเวณของเขี้ยวหัวเทียนก็เป็นนิกเกิล

หัวเทียนนิกเกิลได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศแถบยุโรปและในประเทศญี่ปุ่น เพราะมีราคาที่ไม่แพง แต่ก็แลกมาด้วยความแข็งแรงที่ไม่มากนัก การสึกหรอจึงเกิดขึ้นได้ง่ายมาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราเอาหัวเทียนนิกเกิลมาใช้กับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์รุ่นแบบใหม่ มีกำลังอัดที่สูง และจุดระเบิดที่ได้อุณหภูมิสูง หัวเทียนนิกเกิลก็จะสึกหรอได้อย่างรวดเร็ว หัวเทียนนิกเกิลจึงเหมาะกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นเก่าที่ใช้กำลังไฟในการจุดระเบิดต่ำ อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีการนำเอานิกเกิลไปผสมกับธาตุอื่น ๆ เพื่อจะช่วยเพิ่มความทนทานให้กับขั้วหัวเทียนและยืดอายุการใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น

หัวเทียนรถยนต์ 2 ชิ้น

เครดิตรูปภาพ: www.aliexpress.com

2.หัวเทียนแพลทินัม (Platinum Spark Plug)

สำหรับหัวเทียนแพลทินัมแล้ว นับว่าเป็นหัวเทียนที่ผลิตมาจากธาตุที่มีความแข็งกว่านิกเกิลกว่ามาก อีกทั้งยังมีจุดหลอมเหลวที่สูงกว่าอีกด้วย รวมทั้งยังมีอุณหภูมิในการทำงานที่สูงกว่าหัวเทียนนิกเกิล การเกิดเขม่าที่ขั้วหัวเทียนจึงน้อยลงไปด้วย เป็นหัวเทียนมีความทนทานที่สูงมากอายุการใช้งานที่ยาวนาน นี่จึงเป็นจุดเด่นที่สำคัญของหัวเทียนแพลทินัมนั่นเอง

แต่สำหรับสายรถแข่งแล้ว หัวเทียนแพลทินัมถือเป็นข้อด้อยสำหรับนักขับที่หลงใหลในความเร็ว เนื่องจากหัวเทียนแพลทินัมจะถูก “ไนตรัสออกไซด์” (N2O) กัดกร่อนได้ง่าย โดยไนตรัสออกไซค์มักจะนิยมนำมาใช้สำหรับเครื่องยนต์รถแข่งที่ปรับเปลี่ยนมาอย่างมาก เพื่อเป็นเพิ่มปริมาณอ็อกซิเจนในห้องเผาไหม้ให้ได้มากที่สุด ส่งผลให้สามารถเรียกกำลังได้อย่างมหาศาล แต่ไนตรัสออกไซค์นี้เองที่จะทำให้เขี้ยวแพลทินัมถูกกัดกร่อนได้อย่างรวดเร็ว แถมยังมีโอกาสทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายได้อีกด้วย

หัวเทียนเลเซอร์

เครดิตรูปภาพ: www.amazon.co.uk

3.หัวเทียนอิริเดียม (Iridium Spark Plug)

ถ้าคิดว่าหัวเทียนแพลทินัมแข็งแรงแล้ว ลองมารู้จักกับหัวเทียนอิริเดียมกันก่อน เพราะ หัวเทียนอิริเดียมนี้ทำมาจากธาตุอิริเดียมที่มีความแข็งแกร่งกว่าธาตุแพลทินัมถึง 6 เท่า จุดหลอมเหลวก็มากถึง 650 องศาเซลเซียส และสามารถนำไฟฟ้าได้ดีมาก

จุดกำเนิดของหัวเทียนอิริเดียมนั้นมาจากการที่ค่ายรถยนต์หลายค่ายต้องการจะพัฒนาเครื่องยนต์เป็นแบบเทอร์โบชาร์จกำลังอัดสูง ๆ เป็นเหตุให้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ ๆ นั้นมีการจุดระเบิดที่รุนแรงและแม่นนำมากยิ่งขึ้น ทำให้ระบบการจุดระเบิดนั้นต้องเน้นในเรื่องของความแข็งแกร่งที่มากขึ้นไปอีกหลายเท่า หัวเทียนอิริเดียมจึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าวนั่นเอง

หาเรานำเอาหัวเทียนอิริเดียมมาเทียบคุณสมบัติกับหัวเทียนแพลทินัมแล้วนั้น หัวเทียนอิริเดียมจะมีความทนทานมากถึง 25% นอกจากนี้ ขั้วแกนกลางของหัวเทียนอิริเดียมนั้นก้มีขนาดที่เล็ก และไม่จำเป็นต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูง ๆ เพื่อใช้ในการจุดระเบิด ต่างจากหัวเทียนนิกเกิลและหัวเทียนแพลทินัมที่ยังต้องอาศัยอยู่ หัวเทียนอิริเดียมจึงเหมาะกับเครื่องยนต์เทอร์โบกำลังอัดสูง ช่วยดึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ออกมาได้เต็มที่ในทุกการขับขี่

หัวเทียนอิรีเดียม NGK

เครดิตรูปภาพ: www.carpimoto.com

การสังเกตหัวเทียนที่บ่งบอกถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

1.หัวเทียนชุ่มไปด้วยน้ำมันเครื่อง

อาจจะเกิดการสึกหรอในกระบอกสูบจนทำให่น้ำมันเครื่องสามารถเล็ดลอดเข้าสู่ห้องเผาไหม้

2.หัวเทียนมีสีดำแห้ง

ลักษณะแบบนี้เราสามารถเช็ดออกได้ โดยสีดำที่เกิดขึ้นคือส่วนที่ตกค้างของละอองน้ำมันที่มากเกินกว่าความต้องการของเครื่องยนต์

3.หัวเทียนมีคราบเขม่าสีขาวหรือสีเหลือง

ถ้าเกิดคราบเขม่าสีขาวหรือสีเหลืองที่หัวเทียน นั่นอาจจะหมายถึงองศาการจุดระเบิดที่มีปัญหา โดยทั่วไปจะเรียนกว่า ไฟอ่อน แก้ไขได้ง่าย ๆ คือการปรับตั้งองศาจานจ่ายใหม่และทำความสะอาดหรือเปลี่ยนหัวเทียนใหม่

4.หัวเทียนแห้งมีคราบสีน้ำตาลอ่อน

หากบริเวณเขี้ยวหัวเทียนนั้นมีสีน้ำตาลอ่อน ๆ หมายถึงลักษณะของการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ที่สมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์และการทำงานของระบบต่าง ๆ ยังอยู่ในสภาพที่ปกตินั่นเอง

5.หัวเทียนเกิดการกร่อนและไหม้

การเกิดกร่อนและไหม้ของหัวเทียนนั้น อาจจะมาจากการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป ซึ่งมีสาเหตุได้จากการเลือกใช้เบอร์ของหัวเทียนไม่เหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องยนต์ ทำให้ตัวหัวเทียนไม่สามารถคายความร้อนได้ดี หรืออาจจะเกิดจากการชิงจุดระเบิดก่อนก็ได้เช่นกัน เนื่องมาจากเครื่องยนต์มีอุณหภูมิสูงเอามาก ๆ จนทำให้ส่วนปลายเขี้ยวหัวเทียนเกือบหลอมละลาย

หัวเทียนรถยนต์