ดูแลรักษาเครื่องยนต์ที่ดีต้องทำอย่างไรที่จะไม่ทำให้ฝาสูบโก่ง?

Home / Cars / ดูแลรักษาเครื่องยนต์ที่ดีต้องทำอย่างไรที่จะไม่ทำให้ฝาสูบโก่ง?
ในเรื่องของการดูแลรักษารถยนต์นั้นมีอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจุกจิกเล็กน้อยอย่างเช่นการดูแลเกี่ยวกับยางรถยนต์ ความดันลมยางเป็นอย่างไร สภาพยางยังใช้งานได้อยู่หรือไม่ ไปจนถึงเรื่องที่ซับซ้อนอย่างการดูแลรักษาภายในเครื่องยนต์ ซึ่งในจุดนี้เองที่ทำเอาคนรักรถหลายคนถึงกับต้องกุมขมับเลยทีเดียว เพราะเครื่องยนต์คือหัวใจหลักในการที่จะทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ไปได้ หากมีความร้อนหรือความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมจะเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน หนึ่งในปัญหาหลัก ๆ…

ในเรื่องของการดูแลรักษารถยนต์นั้นมีอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจุกจิกเล็กน้อยอย่างเช่นการดูแลเกี่ยวกับยางรถยนต์ ความดันลมยางเป็นอย่างไร สภาพยางยังใช้งานได้อยู่หรือไม่ ไปจนถึงเรื่องที่ซับซ้อนอย่างการดูแลรักษาภายในเครื่องยนต์ ซึ่งในจุดนี้เองที่ทำเอาคนรักรถหลายคนถึงกับต้องกุมขมับเลยทีเดียว เพราะเครื่องยนต์คือหัวใจหลักในการที่จะทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ไปได้ หากมีความร้อนหรือความผิดปกติเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมจะเกิดปัญหาตามมาอย่างแน่นอน

หนึ่งในปัญหาหลัก ๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ที่เรามักจะพบเจอก็คือ ฝาสูบโก่ง ซึ่งอาการนี้จะเกิดเมื่อเครื่องยนต์เกิดความร้อนเนื่องการระบายความร้อนที่ไม่ดีพอ แล้ววิธีการที่เราจะทำให้ปัญหานี้หมดไปต้องทำอย่างไร แล้วมีวิธีการดูแลรักษาแบบไหนที่ช่วยไม่ให้ฝาสูบโก่ง วันนี้ Motto RAKA จะมาแนะนำกับการดูแลรักษาเครื่องยนต์ที่ดีเพื่อป้องกันฝาสูบโก่ง

ฝาสูบโก่งคืออะไร? แล้วจะตรวจเช็กได้อย่างไร?

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าเครื่องยนต์นั้นมีความสำคัญอย่างมากกับรถยนต์ที่เราขับขี่ หากเกิดปัญหาขึ้นในจุดนี้ก็อาจจะส่งผลทำให้รถยนต์ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป โดยส่วนมากปัญหาที่มักจะเกิดอยู่บ่อยครั้งมักจะมีสาเหตุมาจากความร้อนที่เกิดขึ้นภายในเครื่องยนต์ ซึ่งมักจะเกิดกับรถยนต์ที่มีการใช้งานมานานพอสมควร มีน้อยมากที่เกิดกับรถยนต์ป้ายแดงที่เพิ่งถอยออกมาใหม่

เมื่อมีความร้อนเกิดขึ้นภายในเครื่องยนต์ หากมีการระบายความร้อนที่ไม่ดีแล้วความร้อนที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังชิ้นส่วนอื่น ๆ ให้ได้รับความเสียหายได้ หนึ่งในนั้นก็คืออาการของฝาสูบโก่ง โดยฝาสูบนั้นคือชิ้นส่วนที่สำคัญของเครื่องยนต์ซึ่งมีหน้าที่ในการใช้ปิดเสื้อสูบจะเป็นส่วนที่ได้รับความร้อนอย่างมหาศาลจากการจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ ดังนั้น การระบายความร้อนในส่วนนี้จึงเป็นหน้าที่ของหม้อน้ำนั่นเอง

ฝาสูบโก่งคืออะไร?

อย่างไรก็ตาม นานวันเข้ารถยนต์ที่เราขับขี่ย่อมต้องมีการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา การระบายความร้อนจากหม้อน้ำนั้นอาจจะทำได้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความร้อนที่ควรจะต้องถูกระบายออกกลับสะสมมากขึ้นส่งผลทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงจนถึงจุดที่เรียกว่า Overheat ท้ายที่สุดเครื่องยนต์ดับทำให้ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป งานซ่อมงานเสียเงินก็จะตามมา

ทั้งนี้ ความร้อนที่สูงขึ้นภายในเครื่องยนต์นั้นก็มักจะทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ เสียหายร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝาสูบโก่งและปะเก็นฝาสูบแตก โดยความเสียหายในจุดนี้จะมีวิธีสังเกตได้ง่ายมาก ให้ทำการปิดฝาหม้อน้ำแล้วสตาร์ตรถยนต์ทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง จากนั้นดับเครื่องยนต์และเปิดฝาหม้อน้ำออกมาดูว่ามีคราบน้ำมันผสมอยู่หรือไม่ เสร็จแล้วดึงก้านเช็กระดับน้ำมันเครื่องเพื่อดูว่ามีคราบน้ำหรือไม่ ถ้าหากพบคราบทั้งสองอย่างตามที่กล่าวไว้ แน่นอนแล้วว่าฝาสูบโก่งแล้ว

รถยนต์ความร้อนขึ้น - ฝาสูบโก่งคืออะไร?

วิธีการป้องกันและดูแลรักษาไม่ให้ฝาสูบโก่ง

สำหรับวิธีการป้องกันและดูแลรักษาไม่ให้ฝาสูบโก่งนั้นก็มีกันด้วยหลายวิธี แน่นอนว่าความสำคัญจะอยู่ที่การระบายความร้อนได้ดีและป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสะสมมากเกินไป นอกจากนี้ ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่จะช่วยป้องกันได้อีก ดังนี้

1.สังเกตอาการเครื่องยนต์เกิดการจุดระเบิดที่ไม่ครบสูบ

การที่จุดบริเวณรอยต่อของกระบอกสูบเกิดการจุดระเบิดที่ไม่ครบสูบนั้น สาเหตุเนื่องจากตัวปะเก็นฝาสูบเกิดการชำรุด เหตุการณ์นี้จะส่งผลให้แรงดันจากกระบอกสูบหนึ่งไหลออก ไปสู่อีกกระบอกสูบหนึ่ง และด้วยแรงอัดที่ลดลงนี้เองจะทำให้รอบเดินของรถยนต์มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการที่ปะเก็นฝาสูบนี้จะไม่ทำให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนที่สูงจัดที่จะส่งผลให้น้ำจากหม้อน้ำสามารถรั่วไหลเข้าไปปะปนกับน้ำมันเครื่องได้ ทั้งนี้ก็ควรจะตรวจสอบปะเก็นฝาสูบเป็นระยะ หากเกิดปัญหาจะได้สามารถเข้ารับการซ่อมแซมในอู่ซ่อมได้ทันเวลา

ลูกสูบรถยนต์

2.ป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนที่สูงจัด (Overheat)

จากปัญหาดังกล่าวในข้อที่ 1 หากปะเก็นฝาสูบเสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อ น้ำในหม้อน้ำจะเกิดการะเหยแห้งได้เร็วขึ้นจนเครื่องยนต์เกิดความร้อนที่สูงจัด หรือที่เราเรียกกันว่า Overheat โดยอาการดังที่ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้เป็นระยะไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับการขับขี่รถยนต์ของเรา หากมีการขับขี่ในระยะทางสั้น ๆ อาการนี้ก็อาจจะไม่แสดงออกมา เว้นแต่ว่าเราจะขับขี่ในระยะทางที่ไกล ๆ อาการ Overheat ก็จะแสดงออกมาให้เห็น

สิ่งที่จะเกิดขึ้นร่วมกับการที่เครื่องยนต์เกิดการ Overheat นั่นก็คือ ตัวพัดลมของหม้อน้ำเสีย ต่อให้เราทำการเปลี่ยนพัดลมตัวใหม่แล้วก็ยังจะสามารถทำให้เครื่องยนต์กลับมามีอาการ Overheat ได้อยู่ถึงแม้จะผ่านไปแล้วหลายเดือน นั่นเป็นเพราะฝาสูบโก่งไปแล้วนั่นเอง หลาย ๆ คนที่ไม่ได้เช็กฝาสูบด้วยก็จะเกิดความงงและสับสนว่าอาการ Overheat ที่เกิดขึ้นอีกครั้งนั้นมีสาเหตุจากส่วนไหนกันแน่  ดังนั้น ทางที่ดีแล้วควรเช็กหม้อน้ำพัดลมหม้อน้ำ และระดับน้ำอยู่เป็นระยะเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสะสมภายในที่สูงจนเกินไป

รถยนต์ความร้อนขึ้น

3.ตรวจเช็กการปะปนของน้ำจากหม้อน้ำและน้ำมันเครื่อง

หลังจากที่เราทำการสตาร์ทรถยนต์ ระบบของเหลวต่าง ๆ จะเริ่มมีความดันเข้ามาทั้งน้ำในหม้อน้ำและน้ำมันเครื่อง ซึ่งในส่วนของน้ำในหม้อน้ำนั้นจะมีการไหลเวียนเข้ามาระบายความร้อนที่บริเวณหม้อน้ำ นอกจากจะเจอเข้ากับความดัน ยังมีแรงสั่นสะเทือนและความร้อนที่ต้องเผชิญผสมกับการใช้งานที่นานวันเข้า ปะเก็นฝาสูบจะเริ่มขยายตัวและเกิดรอยแตกในที่สุด ส่งผลทำให้น้ำจากหม้อน้ำไหลเข้าไปผสมกับน้ำมันเครื่อง ในทางกลับกัน น้ำมันเครื่องก็จะสามารถไหลเข้าไปผสมกับน้ำในหม้อน้ำได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม คราบน้ำและน้ำมันเครื่องที่ผสมกันอยู่นี้ อาจจะมีสาเหตุร่วมอื่น ๆ ได้ และนั่นก็คืออาการของฝาสูบโก่งหรือรั่ว ทั้งนี้ การที่ฝาสูบโก่งหรือรั่วก็อาจจะทำให้เราไม่เห็นคราบของเหลวสองอย่างที่ผสมกันอยู่ก็ได้ นั่นเป็นเพราะเกิดรั่วไหลที่บริเวณของห้องเผาไหม้ กลายเป็นแก๊สจากห้องเผาไหม้ดันรั่วไหลเข้ามายังหม้อน้ำแทน วิธีการตรวจสอบเบื้องต้นก็คือการตรวจสอบแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

ฝาสูบโก่งคืออะไร?

4.การตรวจเช็กฝาสูบโก่งด้วยวิธีการเทสต์แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

ต่อเนื่องจากข้อที่ผ่านมา ในส่วนของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่รั่วไหลเข้ามาสู่หม้อน้ำ ที่เป็นผลกระทบจากการที่ฝาสูบโก่ง เราสามารถทำการตรวจสอบแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่อาจจะรั่วไหล ได้ด้วยวิธีการตรวจสอบด้วยอุปกรณ์ที่เฉพาะเจาะจง จะมีการใช้สารเคมีเข้ามาตรวจสอบโดยดูการเปลี่ยนสีของสารดังกล่าวเมื่อเจอเข้ากับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

ซึ่งในระหว่างทำการตรวจสอบ เราจะทำการสตาร์ตรถยนต์และเปิดหม้อน้ำไว้ จากนั้นจะนำอุปกรณ์ทดสอบมาจ่อที่บริเวณหม้อน้ำเพื่อดูดแก๊สจากหม้อน้ำ หากแก๊สที่ถูกดูดขึ้นมาเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ สารเคมีที่ว่าจะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง นั่นหมายความว่ามีการรั่วไหลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่หม้อน้ำแล้วนั่น เมื่อถึงขั้นนี้จึงจำเป็นต้องตรวจเช็กแล้วว่าฝาสูบของเราโก่งแล้วใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ควรรีบทำการซ่อมแซมโดยทันที

ช่างกำลังตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ ฝาสูบโก่งคืออะไร?

5.ฝาสูบมีรอยร้าวหรือแตก

ฝาสูบนั้น ถ้าหากมีรอยร้าวหรือรอยแตกเราจะสามารถสังเกตได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็มีหลายครั้งที่รอยแตกร้าวนั้นไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เพราะค่อนข้างจะมีขนาดที่เล็กมาก แต่ขนาดที่เล็กมากนี่เองที่จะทำให้เกิดปัญหาตามมาให้ได้อย่างคาดไม่ถึง วิธีการตรวจสอบนั่น ทางอู่ซ่อมที่ชำนาญและมีประสบการณ์มานาน มักจะใช้วิธีการย้อมสีหรือตรวจสอบความดันเพื่อหารอยร้าวที่เกิดขึ้นบนฝาสูบ

เปิดฝาสูบเครื่องยนต์

6.การกัดกร่อนที่บริเวณฝาสูบ

การกัดกร่อนที่บริเวณฝาสูบนั้นจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับรอยแตกร้าวได้ โดยฝาสูบที่ถูกกัดกร่อนแล้วนั้นมักจะทำให้ปะเก็นฝาสูบถูกซิลปิดได้ การกัดกร่อนดังกล่าวอาจจะมีความรุนแรงได้ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนฝาสูบใหม่ทันที หากในกรณีที่การกัดกร่อนนั้นไม่รุนแรง ทางอู่ซ่อมอาจจะนำเอาฝาสูบไปทำการปาดผิวที่ถูกกัดกร่อนออกและนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

ช่างกำลังซ่อมเครื่องยนต์

7.ตรวจเช็กและดูแลในส่วนอื่น ๆ เพื่อป้องกันฝาสูบโก่ง

ความร้อนสะสมที่เกิดขึ้นในเครื่องยนต์จะถูกระบายออกได้ดีถ้าหม้อน้ำยังคงประสิทธิภาพการทำงานได้เป็นอย่างดี เราต้องหมั่นสังเกตที่บริเวณหน้าปัดรถยนต์อยู่เป็นระยะ หากมีสัญญาณเตือนเรื่องอุณหภูมิก็ควรที่ต้องรีบตรวจเช็กทันที ทั้งนี้ในส่วนแรกที่ควรจะตรวจสอบก่อนเลยก็คือหม้อน้ำ

นอกจากนี้ การเลือกเติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนที่เหมาะสมก็จะช่วยรักษา และป้องกันในเรื่องของจุดระเบิดซ้ำหรือจะระเบิดก่อนได้ เนื่องจากการจุดระเบิดซ้ำหรือจะระเบิดก่อนนั้น จะส่งผลให้ความดันและอุณหภูมิภายในกระบอกสูบสูงขึ้นจนเกินไป ส่งผลทำให้ฝาสูบและรวมถึงปะเก็นเกิดความเสียหายในที่สุด

ช่างกำลังเช็คเครื่องยนต์