วิธียืดอายุการใช้งานของ ยางรถยนต์

Home / Cars / วิธียืดอายุการใช้งานของ ยางรถยนต์
ยางรถยนต์ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลอย่างมาก ในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่และความปลอกภัยต่อชีวิตเราและผู้ร่วมทาง เป็นธรรมดาที่ยางรถยนต์ใช้งานก็ต้องมีการสึกหรอ แต่ทั้งนี้คุณสามารถยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์ง่ายๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ รัน-อิน (Run In) สำหรับยางล้อใหม่ หากคุณพึ่งเปลี่ยนยางมาใหม่…

ยางรถยนต์ เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลอย่างมาก ในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่และความปลอกภัยต่อชีวิตเราและผู้ร่วมทาง เป็นธรรมดาที่ยางรถยนต์ใช้งานก็ต้องมีการสึกหรอ แต่ทั้งนี้คุณสามารถยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์ง่ายๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

รัน-อิน (Run In) สำหรับยางล้อใหม่

หากคุณพึ่งเปลี่ยนยางมาใหม่ ในระยะเริ่มแรก 100 – 200 กม. คุณไม่ควรใช้ความเร็วเกิน 80 – 100 กม./ชม เพื่อให้ยางได้ปรับตัว เนื่องจากโครงสร้างของแก้มยางและหน้ายางยังไม่เข้าที่ ยางทุกเส้นถูกผลิตออกมาให้รับมุมแคมเบอร์ของล้อเท่ากับ 0 คือตั้งฉากกับพื้นถนน ช่วงแรกจึงต้องใช้เวลาให้หน้ายางสึกและปรับตัวรับกับศูนย์ล้อ

การตั้งศูนย์  ปรับหน้าล้อ

การตั้งศูนย์คือการปรับหน้าล้อให้เท่ากัน ให้ล้อมีความสัมพันธ์กันทุกมุม เพื่อให้รถวิ่งตรงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทำให้คุณไม่ต้องบังคับพวงมาลัยจนเกินไป รถที่มีการตั้งศูนย์ดีๆ จะสังเกตได้โดยในขณะที่คุณขับรถอยู่คุณลองปล่อยมือจากพวกมาลัยสัก 5 วินาที รถยังคงวิ่งตรงๆได้อยู่ ไม่เอียงหรือเบี้ยวไปในทิศทางอื่น

การถ่วงล้อ ให้กระจายเท่าๆกัน

การถ่วงล้อคือการเพิ่มน้ำหนักของแต่ละล้อ ให้มีความสมดุลกันมากที่สุดทั้ง 4 ล้อ ซึ่งการถ่วงล้อจะช่วยในการกระจายน้ำหนักของยางและกระทะล้อ ถ้าล้อไม่สมดุลกันมักจะมีอาการพวงมาลัยสั่น ในบางช่วงความเร็ว และทำให้ลูกปืนล้อหรือช่วงล่างมีอายุการใช้งานที่สั้นลงด้วย นอกจากนี้ยังส่งผลให้ยางยึดเกาะถนนได้ดีอีกด้วย

เติมลมยางรถยนต์ ให้สม่ำเสมอ

ควรหมั่นตรวจเช็คความดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ และพยายามรักษาระดับแรงดันลมยาง ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แรงดันลมมาตรฐานของยางรถยนต์ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 28-32 ปอนด์/ตารางนิ้ว (PSI) สำหรับรถยนต์นั่ง การวัดแรงดันลมยาง ควรวัดตอนที่ยางเย็นหรือไม่ร้อนมาก หากมีแรงดันลมยางที่มากเกินไป อาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนน้อยลง แต่ถ้ามีน้อยเกินไปจะทำให้เกิดแรงเสียดทานเพิ่มมากขึ้น แก้มยางมีการบิดตัวมากและร้อนง่าย ทำให้รถสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นอัตราเร่งลดลง 

สลับยางรถยนต์ เป็นประจำ

ควรสลับ ยางรถยนต์ ในทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หรือ ทุกๆ 6 เดือน การสลับยางช่วยให้การสึกหรอของยางรถยนต์ทั้ง 4 เส้นเท่าๆกัน แถมยังสามารถทำให้ใช้งานได้นานขึ้นและเมื่อยางมีความสมดุลทั้งชุดก็จะทำให้การควบคุมรถและการบังคับรถดีขึ้น

ดอกยางรถยนต์ ต้องตรวจสอบ

ดอกยางรถยนต์ เป็นตัวบ่งชี้ความสมบูรณ์ของ ยางรถยนต์ ควรหมั่นตรวจสอบความสึกหรอดอกยางทั้ง 4 ล้อเป็นประจำ นอกจากความลึกของดอกยาง ควรหนั่นสังเกตหน้ายางด้วย ซึ่งมีหลายลักษณะ ถ้าหน้ายางสึกด้านใดด้านหนึ่ง แสดงว่าศูนย์ล้อผิดปกติ แต่ถ้ามีการสึกไม่เรียบเสมอกันตลอดหน้ายาง หรือสึกเป็นบั้งๆอาจเกิดจากระบบช่วงล่างควรรีบแก้ไข เพราะมีผลต่ออาการทรงตัวของรถด้วย

สาเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์สึกหรอเร็วกว่าปกติ

  1. ลมยางรถยนต์ไม่เหมาะสม
  2. ตั้งศูนย์ถ่วงล้อไม่ถูกต้อง
  3. เบรค และออกตัวรุนแรง เป็นประจำ
  4. ล้อไม่สมดุลหรือยางในแต่ละด้านสึกหรอไม่เท่ากัน
  5. ขับรถด้วนความเร็วสูงอยู่เป็นประจำ
  6. พื้นผิวถนนที่ไม่ดี เสียดสีกับถนนจนดอกยางสึกกร่อน
  7. จอดรถทิ้งไว้นานๆโดยไม่ได้นำมาขับ

แม้เรื่องที่กล่าวมาข้างต้นจะเป็นเรื่องจุกจิกเล็กๆน้อยๆ หรือดูไม่สำคัญ แต่เชื่อเถอะหากคุณทำตามก็สามารถยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้อีกด้วย

____________________________________________________________________________

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น

Advertisement

Advertisement