ปลอดภัยไร้ความเสี่ยงกับการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ที่ถูกวิธี

Home / Cars / ปลอดภัยไร้ความเสี่ยงกับการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ที่ถูกวิธี
จะทำอย่างไรดีเมื่อแบตเตอรี่รถยนต์หมดจนสตาร์ทรถยนต์ไม่ติด หรือเครื่องยนต์ดับไปดื้อๆ หลายคนที่ชำนาญแล้วก็จะนึกถึง การพ่วงแบตเตอรี่หรือการจัมป์แบตเตอรี่ นั่นเอง ทั้งนี้ กระแสไฟจากการพ่วงแบตเตอรี่ถือเป็นสิ่งที่อันตรายมาก หากมีการพ่วงที่ไม่ถูกวิธีก็จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวเราและรถยนต์ได้ ดังนั้นวิธีปฏิบัติในการพ่วงแบตเตอรี่ให้ถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่รถยนต์ควรทราบ เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเราและรถยนต์อีกด้วย…

จะทำอย่างไรดีเมื่อแบตเตอรี่รถยนต์หมดจนสตาร์ทรถยนต์ไม่ติด หรือเครื่องยนต์ดับไปดื้อๆ หลายคนที่ชำนาญแล้วก็จะนึกถึง การพ่วงแบตเตอรี่หรือการจัมป์แบตเตอรี่ นั่นเอง

ทั้งนี้ กระแสไฟจากการพ่วงแบตเตอรี่ถือเป็นสิ่งที่อันตรายมาก หากมีการพ่วงที่ไม่ถูกวิธีก็จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวเราและรถยนต์ได้ ดังนั้นวิธีปฏิบัติในการพ่วงแบตเตอรี่ให้ถูกต้องก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่รถยนต์ควรทราบ เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเราและรถยนต์อีกด้วย

การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ที่ถูกวิธี มีขั้นตอน ดังนี้

1. ทำการปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในรถยนต์ของเรา เนื่องจากอาจจะเกิดประกายไฟที่สามารถส่งผลทำให้เกิดการระเบิด

2. นำรถยนต์คันที่มาช่วยเหลือในการพ่วงแบตเตอรี่มาจอดใกล้ ๆ เพื่อทำการต่อสายพ่วงแบตเตอรี่ จากนั้นดับเครื่องยนต์และปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดภายในรถเช่นกัน

3. นำสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวก (สีแดง) ต่อเข้ากับแบตเตอรี่ขั้วบวกของรถคันที่มาช่วยเหลือ แนะนำว่าให้ต่อสายพ่วงแบตเตอรี่กับรถยนต์ที่แบตเตอรี่หมดก่อนแล้วค่อยต่อกับรถยนต์คันที่มาช่วยเหลือ

4. นำสายพ่วงแบตเตอรี่ ขั้วลบ (สีดำ) ต่อกับแบตเตอรี่ขั้วลบของรถอีกคันที่มาช่วย ส่วนตัวหนีบอีกฝั่งให้หนีบกับโลหะในเครื่องยนต์ เพื่อเป็นการสร้างระบบกราวนด์ของแบตเตอรี่รถยนต์ (ห้ามหนีบเข้าแบตเตอรี่ขั้วลบของรถยนต์คันที่แบตเตอรี่หมด เพราะจะทำแบตเตอรี่รถยนต์ระเบิดขึ้นได้)1212 48 01 - 54977

5. เมื่อพ่วงแบตเตอรี่เสร็จแล้วเรียบร้อย ให้เริ่มสตาร์ทรถยนต์คันที่มาช่วยเหลือ โดยทำการสตาร์ททิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที พร้อมกับเร่งเครื่องยนต์เล็กน้อย เพื่อให้มีการไหลเวียนของประจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่

6. จากนั้นให้สตาร์ทรถยนต์คันที่แบตเตอรี่หมด พร้อมกับเร่งเครื่องยนต์ในอัตรา 1,500 – 2,000 รอบต่อนาที สตาร์ททิ้งไว้ประมาณ 3 – 5 นาที เพื่อให้เกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้าภายในของตัวเเบตเตอรี่

7. หลังจากที่เสร็จสิ้นการพ่วงแบตเตอรี่แล้ว ให้ทำการถอดสายพ่วงออก โดยเริ่มจากถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วลบจากรถยนต์คันที่แบตเตอรี่หมดก่อนแล้วค่อยถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วลบกับรถยนต์คันที่มาช่วยเหลือ จากนั้นจึงถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวกของรถยนต์คันที่มาช่วยเหลือแล้วจึงสามารถถอดสายพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวกของรถยนต์คันที่แบตเตอรี่หมด

8. ให้นำรถยนต์ของเราเข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจสอบสภาพต่างๆ ของเครื่องยนต์และทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่1212 48 02 - 54977

ข้อควรระวังสำหรับการพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์ มีดังนี้

1. ไม่ควรสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดระบบไฟของรถยนต์ทั้งสองคันที่จะทำการพ่วงแบตเตอรี่ เพราะอาจจะทำให้เกิดประกายไฟ และทำให้เกิดการระเบิดตามมา

2. ไม่ควรพ่วงแบตเตอรี่เข้าโดยตรงกับขั้วลบของรถยนต์คันที่แบตเตอรี่หมดโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เกิดการระเบิดได้

3. การสูบบุหรี่ จุดไฟแช็ก หรือการทำให้เกิดประกายไฟต่างๆ ห้ามทำในระหว่างที่มีการพ่วงแบตเตอรี่โดยเด็ดขาด เพราะขณะที่ต่อสายพ่วงแบตเตอรี่นั้น จะเกิดขึ้นแก๊สในบริเวณดังกล่าว จะส่งผลทำให้เกิดการระเบิดได้

4. แนะนำให้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตาและถุงมือทุกครั้งที่สัมผัสแบตเตอรี่ เนื่องจากน้ำกรดในแบตเตอรี่สามารถกัดกร่อนและระคายเคืองผิวหนังได้

5. ระมัดระวังและป้องกันไม่ให้เกิดการเอียงหรือตะแคงของแบตเตอรี่ เพราะน้ำกรดอาจจะรั่วไหลออกมาจากรูระบาย ทำให้เกิดอันตรายต่อเราได้

6. ที่สำคัญคือต้องระมัดระวังไม่ให้ปลายสายพ่วงแบตเตอรี่สัมผัสกันเอง เพราะจะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรได้

1212 48 03 - 54977