รู้ไว้ปลอดภัยกว่า ผู้ป่วยเป็นโรคอะไรที่ไม่ควรขับรถ

Home / Cars / รู้ไว้ปลอดภัยกว่า ผู้ป่วยเป็นโรคอะไรที่ไม่ควรขับรถ
Cr. Pixabay การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่เราเห็นกันก็คือ ความประมาท อย่างเช่น การใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ และที่เจอบ่อยสุดคือ…

Cr. Pixabay

การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุหลักๆ ที่เราเห็นกันก็คือ ความประมาท อย่างเช่น การใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ และที่เจอบ่อยสุดคือ เมาแล้วขับ เกิดขึ้นบ่อยในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวต่างๆ แต่นอกจากความประมาทแล้วอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือปัญหาสุขภาพส่วนตัวของผู้ขับขี่ ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อตนเองแล้ว บางทีอาจจะทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ เดือดร้อนด้วยเหมือนกัน และในวันนี้เราจะพาไปดูว่าคนที่ป่วยเป็นโรคอะไรต่อไปนี้ไม่ควรขับรถบ้าง

ตา, มนุษย์, ใบหน้า, วิสัยทัศน์, ดู, คน, ลูกตา, ไอริส

Cr. Pixabay

dementia

Cr. Pixabay

สมอง, เครื่องหมายคำถาม, อัลไซเม, ภาวะสมองเสื่อม

Cr. Pixabay

parkinson's disease

Cr. Askdrray

เข่า, เก่า, การดูแล, ได้รับบาดเจ็บ, ความเจ็บปวด

Cr. Pixabay

ความโศกเศร้า, อาการเจ็บหน้าอก, เจ็บ, ความเจ็บปวด

Cr. Pixabay

การเต้นของหัวใจ, ทางการแพทย์, สุขภาพ, โรคหัวใจ, ยา

Cr. Pixabay

ผู้ใหญ่, มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์, แขน, ขวดเบียร์, เบลอ

Cr. Pixabay

  1. โรคที่เกี่ยวกับสายตา – สำหรับโรคแรกนี้หลายคนอาจจะนึกถึงได้เป็นอันดับแรกๆ อย่างเช่นคนที่เป็นตาบอดสี ไม่สามารถแยกสีได้ แต่ยังพอที่จะจดจำได้ว่าการวางตำแหน่งของไฟแต่ละสีอยู่ตรงไหนก็พอที่จะขับรถได้ แต่ที่อันตรายกว่าคือผู้ที่ป่วยเป็นโรคต้อต่างๆ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม ซึ่งอาการเหล่านี้จะทำให้มีทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ดี อาจจะมีมุมมองที่แคบลง เห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน เห็นแสงไฟพร่ามัว 
  2. โรคที่เกี่ยวกับสมองและระบบประสาท – โรคนี้อาจทำให้เกิดอาการหลงลืมในช่วงระยะเวลาหนึ่ง อาจจะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล ซึ่งจะทำให้เสียสมาธิได้ง่ายและเกิดการตัดสินใจที่ช้ากว่าปกติ ทำให้เวลาขับรถในช่วงที่มีรถเยอะๆ อาจเกิดอุบัติเหตุได้
  3. โรคหลอดเลือดสมอง – คนที่เป็นโรคนี้มักจะมีอาการหลักๆ คือ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตอบสนองได้ไม่ดีขณะขับรถ อาจจะทำให้ไม่มีแรงในการบังคับพวงมาลัย หรืออาจเกิดอาการกระตุกขณะเหยีบคันเร่งและเบรก ส่งผลโดยตรงต่อการขับขี่
  4. โรคพาร์กินสัน – โรคนี้จะมีอาการของการสั่นเกร็ง ไม่ว่าจะเป็นมือสั่น เท้าสั่น ทำอะไรได้ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลต่อการขับขี่ ซึ่งถ้าใครมีอาการที่หนักมากๆ อาจจะทำให้เกิดภาพหลอนควบคุมไม่ได้จนเกิดอุบัติเหตุอันตรายอย่างรุนแรงได้ 
  5. โรคลมชัก – ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มักจะมีอาการตามชื่อโรคคือ ชัก เกร็ง หรืออาจหนักถึงขั้นหมดสติ ซึ่งถือว่าร้ายแรงมากต่อตัวเองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่น ซึ่งควรมีเพื่อนร่วมทางขณะขับรถได้หากจำเป็นต้องขับ และทางการแพทย์จะแนะนำว่าถ้าให้ปลอดภัยจริงๆ ควรไม่มีอาการชักอย่างน้อย 1 ปีถึงจะกลับมาขับรถได้
  6. โรคเกี่ยวกับไขข้อเสื่อม – ใครที่มีอาการข้อเข่า ข้อเท้าเสื่อม จะทำให้มีปัญหาในการเหยีบคันเร่ง เบรก และคลัทช์ ทำให้เหยียบได้ไม่เต็มที่ เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงผู้ที่มีกระดูกคออักเสบ ก็จะทำให้หันมองบ่อยๆ ไม่ได้ ซึ่งถ้าอยู่ในช่วงที่มีการจราจรติดขัดอาจจะทำให้มีความลำบากในการขับขี่ ควรหลีกเลี่ยงและไม่ควรขับรถนานๆ 
  7. โรคหัวใจ – ผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจหากเจอสภาวะที่เครียดมากๆ บนท้องถนนอาจจะทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกกำเริบขึ้นมาได้ ซึ่งอาจทำให้หมดสติหรือไม่สามารถควบคุมรถได้ ควรพกยาติดตัวไว้ตลอด ไม่ควรขับรถทางไกลมาก และควรมีผู้ร่วมเดินทางไปด้วยเสมอ
  8. โรคเบาหวาน – สำหรับคนที่มีอาการรุนแรงควรหลีกเลี่ยงการขับรถ เพราะหากมีอาการน้ำตาลในหลอดเลือดต่ำอาจทำให้คุณหน้ามืด สายตามองไม่ชัด ใจสั่น หรือร้ายแรงถึงขั้นหมดสติจนเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้
  9. โรคความดันโลหิตสูง – สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ควรหลีกเลี่ยงการขับรถในช่วงที่มีการจราจรติดขัดมากๆ เพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะเครียด ซึ่งถ้าความดันขึ้นสูงอาจหมดสติ หรือถึงขั้นหนักคือเส้นเลือดในสมองแตกได้เลย

และนี่ก็คืออาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคต่างๆ ที่ไม่ควรขับรถ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาสุขภาพส่วนตัวของแต่ละคน ดังนั้นก่อนจะใช้รถใช้ถนนควรจะศึกษาปัญหาสุขภาพของตัวเองให้ดีก่อน อาจจะไปปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับอาการที่เราเป็น หรือมีเพื่อนร่วมเดินทางด้วยเสมอหากจำเป็นที่จะต้องขับรถจริงๆ เพื่อที่จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทั้งต่อตัวเองและผู้ใช้รถคนอื่นๆ นะครับ