รวบรวมปัญหาและอาการต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับแร็คพวงมาลัย

Home / Cars / รวบรวมปัญหาและอาการต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับแร็คพวงมาลัย
ในสมัยนี้ รถยนต์ส่วนใหญ่มักจะมีพวงมาลัยพาวเวอร์อยู่แล้ว ซึ่งเจ้าพวงมาลัยพาวเวอร์นี้จะมีหน้าที่สำคัญในการช่วยผ่อนแรงในการบังคับพวงมาลัยเมื่อเรากำลังจะเลี้ยว ถ้าหากเป็นพวงมาลัยแบบสมัยก่อนเชื่อว่าต้องสาวพวงมาลัยจนเมื่อยแขนกันแน่นอน อย่างไรก็ตาม ด้วยความซับซ้อนของตัวพวงมาลัยพาวเวอร์จึงทำให้พบปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อย ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบเจอก็คือ “แร็คพวงมาลัยรั่ว” แล้วปัญหาแร็คพาวเวอร์รั่วดังกล่าวจะมีอาการแบบใดที่จะทำให้เราสามารถรู้ว่าถึงเวลาที่จะต้องทำการซ่อมหรือต้องเปลี่ยนแล้ว Motto…

ในสมัยนี้ รถยนต์ส่วนใหญ่มักจะมีพวงมาลัยพาวเวอร์อยู่แล้ว ซึ่งเจ้าพวงมาลัยพาวเวอร์นี้จะมีหน้าที่สำคัญในการช่วยผ่อนแรงในการบังคับพวงมาลัยเมื่อเรากำลังจะเลี้ยว ถ้าหากเป็นพวงมาลัยแบบสมัยก่อนเชื่อว่าต้องสาวพวงมาลัยจนเมื่อยแขนกันแน่นอน อย่างไรก็ตาม ด้วยความซับซ้อนของตัวพวงมาลัยพาวเวอร์จึงทำให้พบปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อย ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบเจอก็คือ “แร็คพวงมาลัยรั่ว”

แล้วปัญหาแร็คพาวเวอร์รั่วดังกล่าวจะมีอาการแบบใดที่จะทำให้เราสามารถรู้ว่าถึงเวลาที่จะต้องทำการซ่อมหรือต้องเปลี่ยนแล้ว Motto RAKA ได้รวบรวมอาการต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อมีปัญหา “แร็คพวงมาลัย” มาให้ทุกคนได้รับทราบกันครับ

ส่วนประกอบของพวงมาลัยรถยนต์นั้นมีด้วยกันหลายส่วน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่เราต้องรู้จักแต่ละส่วน เพราะถ้าหากเมื่อเกิดปัญหากับพวงมาลัยแล้ว เราก็จะสามารถวิเคราะห์และพอจะเดาได้ว่าปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดที่ส่วนใด โดยพวงมาลัยจะมี “คันส่ง” ซึ่งเป็นแกนพวงมาลัยที่จะทะลุเข้ามายังห้องโดยสารแล้วเสียบเข้ากับตรงกลางของพวงมาลัย ซึ่งในส่วนนี้จะมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบบังคับเลี้ยว แต่ในรถเก๋งทั่วไปนั้น จะนิยมเรียกกันว่า “แร็ค” โดยการทำงานจะเป็นในส่วนของการหมุนซ้ายและขวา ซึ่งจะมีอุปกรณ์อีกชิ้นที่เรียกว่า “เสื้อแร็ค” มาห่อหุ้มอีกที นอกจากนี้ เพื่อเป็นการลดความฝืดจากการสัมผัสที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะที่กำลังทำงาน ก็จะมีชิ้นส่วนอีกชิ้นที่สำคัญที่จะมาช่วยในเรื่องดังกล่าว นั่นก็คือ “บู๊ซ” จะถูกนำมาติดตั้งตรงปลายของเสื้อแร็คหนึ่งด้านเท่านั้น อีกด้านที่ไม่ได้ติดตั้งบู๊ซก็เป็นเพราะต้องอาศัยการเบียดกันของตัวเฟืองแร็คกับเฟืองเปลี่ยนมุม เพื่อที่จะทำการเลื่อนไปทางซ้ายและขวานั่นเอง

ระบบแร็คพวงมาลัย

เครดิตรูปภาพ: www.howacarworks.com

ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวงมาลัย

ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดกับพวงมาลัยนั้นหากเรารับรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะมีโอกาสในการแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างทันท่วงที โดยมีสาเหตุต่าง ๆ ดังนี้

1.อาการสั่นของพวงมาลัย

อาการสั่นที่เกิดขึ้นได้กับพวงมาลัยนั้นมีหลายปัจจัยร่วมกันไม่ว่าจะเป็น ระบบล้อรถยนต์ ไม่ว่าจะมาจากการถ่วงล้อ, เพลา, ลูกปืน, โช้กอัพ หรือเครื่องแท่นเกียร์ไม่มีความเรียบร้อยสมบูรณ์ ไปจนถึงอายุการใช้งานของชิ้นส่วนเหล่านั้น หรือจะมีปัญหาที่ตัวของยางรถยนต์เอง ยกตัวอย่างเช่น ยางรถยนต์นั้นเบี้ยวหรือเก่าจนเกินไป อย่างไรก็ตาม ยังมีในเรื่องของการขับขี่รถยนต์ที่ใช้ความเร็วสูง จนทำให้เกิดการปะทะระหว่างลมกับช่วงล่างของล้อ ซึ่งอาจจะส่งผลร้ายแรงทำให้รถเสียการควบคุมได้ในที่สุด

2.เมื่อทำการเลี้ยวแล้วพวงมาลัยไม่กลับมายังตำแหน่งเดิม

          ปัญหานี้มาจากการที่วางศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง หรืออาจจะเป็นความเสียหายของระบบตั้งศูนย์ล้อเอง รวมทั้งกระทำการดัดแปลงช่วงล่างแบบไม่ได้มาตรฐาน อีกทั้งความดันลมยางรถยนต์ที่ต่ำกว่าข้อกำหนดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยร่วมเช่นกัน

ผู้ชายกำลังบีบแตร

3.พวงมาลัยเกิดหนักขึ้นมา

          อย่างแรกที่ควรนึกถึงเมื่อพวงมาลัยเกิดหนักขึ้นมา นั่นคือแรงดันยางรถยนต์ที่ต่ำกว่าปกติ ยางรถยนต์นั้นจะแบนและมีพื้นที่ผิวสัมผัสกับถนนมากขึ้น ต่อมาจะเป็นในส่วนของระบบน้ำมันหล่อลื่นพวงมาลัย ที่อาจจะหมดหรือรั่วไหลแล้วส่งผลทำให้พวงมาลัยฝืดขึ้นมา แต่สำหรับในกรณีที่พวงมาลัยหนักเพียงข้างใดข้างหนึ่งในตอนที่เลี้ยว สามารถสันนิษฐานว่าตัววาล์วอาจจะเกิดปัญหาขึ้นแล้ว

4.ควบคุมพวงมาลัยได้ยากหรือมีอาการของพวงมาลัยดื้อ

          อาการพวงมาลัยดื้อหรือพวงมาลัยควบคุมได้ลำบากขึ้น จะทำให้ไม่สามารถควบคุมรถยนต์ให้วิ่งทางตรงได้ตามปกติ โดยตัวรถยนต์จะเบี่ยงไปทางซ้ายหรือขวา ทำให้คนที่ขับขี่อยู่นั้นต้องขับแบบฝืนพวงมาลัย ซึ่งจะมีสาเหตุจากการที่ระบบล้อรถยนต์ทำงานไม่สมดุลกัน

5.อาการหลวมของพวงมาลัย

ในกรณีที่เราหมุนพวงมาลัยเพื่อที่จะเลี้ยว แต่การหมุนนั้นมากและไวเกินกว่าปกติ นั่นคืออาการที่เรียกกันว่าพวงมาลัยฟรี สาเหตุก็มาได้จากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเกิดจากตัวพวงมาลัยนั้นมีการติดตั้งที่ไม่เรียบร้อย เกิดการชำรุดภายในตรงบริเวณข้อต่อแกนพวงมาลัย และอื่น ๆ

ผู้ชายกำลังจับพวงมาลัยรถยนต์

ปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับ แร็คพวงมาลัย

อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาที่ทำให้พวงมาลัยบังคับได้ยากในขณะที่กำลังเลี้ยว หรือตัวพวงมาลัยเองมีน้ำหนักมากขึ้น อีกทั้งเกิดเสียงดังออกมาด้วย สาเหตุของปัญหาเหล่านั้นอาจจะมาจาก “แร็คพวงมาลัยรั่ว” ปัญหาแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับรถยนต์ที่มีการใช้พวงมาลัยพาวเวอร์รุ่นเก่าอยู่ ไม่ใช่พวงมาลัยไฟฟ้าแบบ EPS ที่เป็นระบบพวงมาลัยแบบใหม่ล่าสุด เนื่องจากพวงมาลัยพาวเวอร์จะต้องมีการใช้น้ำมันจากปั๊มไฮดรอลิกมาช่วยในการทำงาน ดังนั้นปัญหาแร็คพวงมาลัยรั่วเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา

สำหรับวิธีการตรวจสอบในเบื้องต้นว่าแร็คพวงมาลัยนั้นรั่วหรือไม่ เราสามารถตรวจสอบได้ด้วยตาเปล่าโดยการสังเกตที่ตัวประปุกน้ำมันพาวเวอร์ว่ามีปริมาณของน้ำมันลดลงจนผิดปกติหรือไม่ หากสังเกตด้วยตาเปล่าแล้วพบว่ามีรอยรั่วซึมของน้ำมันจริง ๆ ซึ่งเราอาจจะเห็นรอยน้ำมันที่ไปติดกับชิ้นส่วนเครื่องยนต์อื่น ๆ ได้ และนั้นก็บ่งบอกว่าน้ำมันพาวเวอร์รั่วแล้วและจำเป็นที่จะต้องได้รับการซ่อมแซมโดยเร็ว หรืออาจจะสังเกตได้ในช่วงขณะที่เรากำลังขับขี่รถยนต์อยู่บนท้องถนน ให้สังเกตว่าขณะที่กำลังหักเลี้ยวพวงมาลัยนั้นมีความรู้สึกหนักขึ้นและบังคับยากกว่าเดิมหรือไม่

ระบบช่วงล่างของรถยนต์

เครดิตรูปภาพ: www.howacarworks.com

นอกจากนี้ ยังมีในกรณีที่ช่วงล่างเกิดเสียงดังขึ้นมา ซึ่งนั่นอาจจะหมายถึง “แร็คพวงมาลัย” มีปัญหาแล้วเช่นกัน โดยเสียงที่เกิดขึ้นกับช่วงนั้นมีได้ทั้งเสียงในช่วงที่กำลังเลี้ยวหรือรถยนต์เคลื่อนที่ไปบนเนินหรือหลังเต่า ทั้งนี้ แร็คพวงมาลัยที่ได้รับความเสียหายนั้นจะอยู่ในลักษณะที่คดหรือหักงอ และมักจะเกิดได้บ่อยในส่วนของบู๊ชปีกนก, ลูกหมากปีกนก, ลูกหมากคันชัก, ลูกหมากปลายแร็ค หรือตัวยางรัดแร็ค โดยเราสามารถทำการเปลี่ยนเฉพาะบางส่วนที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายก็เพียงพอแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นกับแร็คพวงมาลัยนั้นยากเกินจะเยียวยาหรือไม่สามารถซ่อมเฉพาะบางจุดได้อีกต่อไป การเปลี่ยนแร็คพวงมาลัยใหม่นั้นก็คงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง จากการสำรวจดูราคาของแร็คพวงมาลัยนั้น ปัจจุบันจะมีราคาเริ่มต้นที่ 10,000 ถึง 15,000  บาท โดยจะขึ้นอยู่กับศูนย์บริการที่เราเข้าไปใช้บริการ เงื่อนต่าง ๆ รวมทั้งรุ่นรถยนต์ของเราเอง

ผู้ชายกำลังซ่อมช่วงล่างรถยนต์

วิธีการป้องกันการเกิดปัญหาเกี่ยวกับ แร็คพวงมาลัย

หากใครที่ไม่อยากจะต้องการเสียเงินเป็นจำนวนมากกับการต้องเปลี่ยนแร็คพวงมาลัยใหม่ เราสามารถป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับแร็คพวงมาลัย เพียงเริ่มจากการที่หลีกเลี่ยงในการหักพวงมาลัยที่รุนแรงจนเกินไป การหักเลี้ยวพวงมาลัยจนสุด รวมทั้งหลีกเลี่ยงการขับขี่รถยนต์ลุยเข้าไปยังบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ให้ทำการหมั่นตรวจสอบตัวยางที่หุ้มแร็คพวงมาลัยว่าเสท่อมสภาพแล้วหรือยัง มีรอยรั่วซึมหรือไม่ เพราะการปล่อยให้มีรอยรั่วซึมทิ้งไว้จะทำให้มีสิ่งสกปรกที่ไม่พึงประสงค์ทำความเสียหายกับตัวอุปกรณ์ในการบังคับเลี้ยวได้

ผู้ชายกำลังเช็ครายการรถยนต์

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS, Electric Power Steering)

ปกติแล้วพวงมาลัยพาวเวอร์ที่ใช้กันอยู่ มักจะเป็นใช้งานในรูปแบบของระบบไฮดรอลิก โดยจะมีการควบคุมและดูแลการไหลเวียนของแรงดันที่มาจากปั๊มพาวเวอร์ แต่ในปัจจุบัน ระบบไฮดรอลิกดังกล่าวถูกแทนที่ด้วยระบบไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไฟฟ้า (ไดนาโม) มาช่วยในเรื่องของการขับเคลื่อนของระบบพวงมาลัย แน่นอนว่าการแทนที่ด้วยระบบไฟฟ้านั้นย่อมส่งผลดีหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • หมดปัญหาของการรั่วไหลของน้ำมันพาวเวอร์
  • สามารถประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้น เพราะระบบกระแสไฟฟ้า EPS ได้รับมาโดยตรงจากตัวแบตเตอรี่ อีกทั้งการควบคุมหลักจะมาจากล่องควบคุมหรือ ECU (Electronic Control Unit) และได้รับการเชื่อมต่จาก Speed Sensor ในการควบคุมความหนักเบาของพวงมาลัย ไม่ต้องอาศัยการฉุดรอบของเครื่องยนต์แบบที่เคยใช้พวงมาลัยระบบไฮดรอริก
  • สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น เนื่องจากพวงมาลัยนั้นมีความเสถียรและให้ความรู้สึกที่นิ่งกว่าเดิม

แต่ในข้อดีก็ย่อมจะมีข้อเสียอยู่บ้าง เนื่องจากการควบคุมด้วยระบบไฟฟ้านี้เอง ถ้าหากเราไม่มีการหมั่นดูแลตรวจสอบหรือบำรุงรักษาแล้ว หากมีความผิดพลาดขึ้นมาในระบบก็จะส่งผลให้มีปัญหาลุกลามบานปลายได้ในที่สุด ข้อเสียที่อาจจะขึ้นได้ มีดังนี้

  • พวงมาลัยเกิดการล็อค เพราะตัวกล่องควบคุมตัดระบบมอเตอร์จนไม่สามารถใช้งานไม่ได้ หรือตัวมอเตอร์เองอาจจะเกิดการเสื่อมสภาพ ไปจนถึงเซ็นเซอร์บางตัวไม่สามารถทำงานได้ปกติ จนทำให้ไม่สามารถหมุนพวงมาลัยรถยนต์ได้อีกเลย
  • พวงมาลัยเกิดหนักขึ้นมาก อาจจะมาจากการที่มอเตอร์ไฟฟ้านั้นมีการทำงานที่ผิดปกติไป หรืออาจจะเป็นชิ้นส่วนในตัวแร็คได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ถึงแม้เราจะสามารถขับต่อไปได้ แต่ก็ต้องฝืนอย่างมากและใช้แรงที่มากขึ้นในการบังคับพวงมาลัย
  • เกิดเสียงดังในขณะที่กำลังเลี้ยวหรือขับขี่บนถนนปกติ ตรงนี้จะเป็นปัญหาที่มาจากแกนกลางเนื่องจากแร็คไฟฟ้าโดยส่วนมากจะถูกหล่อลื่นด้วยจารบีที่สามารถทนความร้อน ทั้งนี้เพื่อหล่อลื่นและลดการเสียดสีต่าง ๆ
  • การซ่อมบำรุงนั้นยาก และสำหรับบางรุ่นก็อาจจะไม่สามารถซ่อมได้ รวมทั้งราคาที่ค่อนจะข้างสูงมาก

คนขับรถกำลังขับรถด้วยความเร็วอยู่บนถนน