ตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัย และเปลี่ยนเองได้ง่ายๆที่บ้านคุณ

Home / Cars / ตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัย และเปลี่ยนเองได้ง่ายๆที่บ้านคุณ
Image: Mercedes-Benz of Massapequa รถยนต์ส่วนใหญ่จะมีระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิก (Hydraulic) ที่จะช่วยให้ผู้ขับสามารถหมุนพวงมาลัยได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย…

Image: Mercedes-Benz of Massapequa

รถยนต์ส่วนใหญ่จะมีระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฮดรอลิก (Hydraulic) ที่จะช่วยให้ผู้ขับสามารถหมุนพวงมาลัยได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น เฟืองขับและเฟืองสะพาน หรือว่า rack and penion ที่เชื่อมต่อเข้ากับล้อหน้า ลูกสูบภายในเฟืองขับและเฟืองสะพานซึ่งเคลื่อนที่ตามแรงดันน้ำมันจากปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ที่ทำหน้าที่ช่วยหมุนพวงมาลัย และกระบอกสูบซึ่งมีน้ำมันอยู่ภายในและติดตั้งอยู่กับตัวปั๊มหรืออาจจะติดตั้งห่างออกไปเพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น หากน้ำมันไม่เพียงพอ การบังคับเลี้ยวจะทำได้ยากขึ้น จนไปถึง ปั๊มหรือชุดเฟืองขับและเฟืองสะพานอาจได้รับความเสียหายเมื่อไม่มีน้ำมันช่วยลดแรงกระแทก ซึ่งด้วยเหตุนี้พวงมาลัยเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งที่ทำให้สมรรถนะหรือการขับขี่นั้นเปลี่ยนแปลงไปได้เลย

มาดูกันก่อนว่าพวงมาลัยนั้นทำงานอย่างไร1 15 - 55141

Image: Autocar

ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ประกอบไปด้วยส่วนประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟืองขับและสะพาน ที่เชื่อมต่อเข้ากับล้อหน้า ลูกสูบภายในเฟืองขับและเฟืองสะพานซึ่งเคลื่อนที่ตามแรงดันน้ำมันจากปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ที่ทำหน้าที่ช่วยหมุนพวงมาลัย มีกระบอกสูบซึ่งมีน้ำมันอยู่ภายในที่ติดตั้งอยู่กับตัวปั๊มหรืออาจจะตั้งห่างออกไปเพื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น

**ในกรณีของการบังคับเลี้ยวจะทำได้ยากขึ้น อีกทั้งปั๊มหรือชุดเฟืองขับและเฟืองสะพานอาจได้รับความเสียหาย ดังนั้นเรื่องของการตรวจสอบระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เป็นประจำและเติมน้ำมันเมื่อจำเป็นจึงเป็นสิ่งสำคัญ**

Image: SundevilAuto and Yourmechanic

ในเรื่องของอุปกรณ์ที่ใช้ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันพวงมาลัยและตรวจสอบมีดังต่อไปนี้

  • กรวยเติมน้ำมัน
  • น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
  • ถุงมือ (ป้องกันน้ำมันเลอะมือ)
  • ผ้าขี้ริ้วหรือกระดาษเช็ดมือ

ขั้นตอนในการตรวจระดับน้ำมันพวงมาลัย

1. มองมีลักษณะใกล้ตัวเครื่อง หากระปุกน้ำมันพวงมาลัย ถ้ารู้สึกว่าพวงมาลัยหมุนลำบาก หรือมีเสียงแหลมดังมาจากพวงมาลัยในขณะที่หมุน อาจเป็นไปได้ว่าน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เหลือน้อย ซึ่งน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์จะอยู่ในกระปุกน้ำมันใกล้กับปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์ หรืออาจตั้งอยู่ห่างออกไปโดยใช้ท่ออ่อนเชื่อมต่อจากปั๊ม และจะมีป้ายติดไว้ชัดเจน ในขณะที่กระปุกน้ำมันอาจทำจากพลาสติกหรือโลหะและถ้าหากว่ากระปุกน้ำมันไม่เจอ คุณก็สามารถดูตำแหน่งที่ติดตั้งได้จากคู่มือเจ้าของรถ โดยส่วนใหญ่กระปุกน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์มักจะติดตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน แต่รถรุ่นใหม่ๆ จะติดตั้งไว้บริเวณอื่นเพื่อประหยัดพื้นที่

Image: Cargurus and MB World

2. ตรวจสอบระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ ถ้ากระปุกน้ำมันทำจากพลาสติกใสๆ คุณอาจจะมองเห็นระดับน้ำมันภายในกระปุก และสร้างความสับสนได้แต่ในกรณีที่กระปุกน้ำมันทำจากโลหะหรือเป็นพลาสติกที่ไม่ใสพอให้มองเห็นด้านใน คุณจะสามารถใช้ก้านวัดน้ำมันเพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันที่เหลืออยู่ โดยก้านวัดมักจะติดอยู่กับฝาปิด โดยบางครั้ง คุณอาจต้องหมุนพวงมาลัยไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งหลายๆ ครั้งในขณะที่เครื่องยนต์เดินเบาด้วยเช่นกันโดยในรถบางรุ่น บนก้านวัดน้ำมันหรือกระปุกน้ำมันจะมีแถบแสดง “ระดับร้อน” หลังจากเครื่องยนต์ทำงานเป็นระยะหนึ่งๆ แล้ว และ”ระดับเย็น” หลังจากดับเครื่องยนต์เป็นระยะเวลาหนึ่งๆ และบางรุ่นอาจมีเส้นแสดงระดับน้ำมัน “ต่ำสุด” และ “สูงสุด” ที่เครื่องยนต์รับได้อีกด้วย

Image: pakwheels and Wikihow

3. ตรวจสอบระดับที่ก้านวัดจุ่มลึกลงไปในน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ หากกำลังใช้ก้านวัดน้ำมันเพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ ซึ่งช่วงแรก ให้เช็ดน้ำมันที่ติดค้างอยู่บนก้านวัดเมื่อดึงออกมาจากกระปุกน้ำมัน จากนั้นจึงจุ่มลงไปใหม่จนสุดและดึงกลับขึ้นมาอีกครั้ง

Image: Goldeagle and Wikihow

4. ตรวจสอบสภาพสีของน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์สภาพดีควรมีสีเหลืองหรือชมพูใส แต่หากน้ำมันมีสีน้ำตาลหรือสีดำออกมา แสดงว่ามีเศษยางจากท่อต่อหรือมีสารปนเปื้อนอยู่ วิธีที่ถูกคือควรนำรถไปให้กับอู่ใกล้เคียงหรือช่างได้เช็คสภาพหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนพวงมาลัยเพาเวอร์และน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์หรือไม่ ส่วนน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์อาจดูเข้มกว่าสีจริง ซึ่งถ้าคุณไม่แน่ใจ ให้ดูสีคราบน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์บนผ้าขี้ริ้วหรือกระดาษเช็ดมือที่ใช้จากการเช็ดน้ำมันออกจากก้านวัด ถ้าคราบเป็นสีตามที่น้ำมันควรจะเป็น แสดงว่าน้ำมันไม่มีการปนเปื้อนใด ๆ

Image: Pakwheels and Wikihow

การเติมน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ตามที่จำเป็นและได้ในระดับที่ถูกและเหมาะสม ถ้ารถมีแถบวัดของค่าการเติมอยู่บนกระปุกน้ำมัน เราสามารถเติมน้ำมันลงไปเรื่อย ๆ จนถึง“ระดับร้อน” หรือ “ระดับเย็น” ในกรณีที่ใช้ก้านวัดในการตรวจสอบระดับน้ำมัน คำแนะนำคือ ให้ค่อยๆ เติมลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้เติมมากเกินไปจนล้นกระปุก12 8 - 55141

Image: Kmotor and Wikihow

5. ให้ปิดฝากระปุกน้ำมัน โดยกดหรือหมุนฝาให้เข้าที่ ขึ้นอยู่กับการออกแบบรถในแต่ละรุ่น และต้องมั่นใจว่าปิดฝาอย่างดีแล้วก่อนจะปิดฝากระโปรงหน้า เป็นอันเสร็จสิ้น

Image: Yourmechanic and Wikihow

**อย่าลืมใช้น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ที่เหมาะกับชนิดของรถนั้น ๆ เพราะน้ำมันที่แนะนำจะมีความหนืดในระดับที่เหมาะกับระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ของรถนั่นเอง อาจมีผลในด้านของการขับขี่ในอนาคตได้**

**สิ่งต้องห้ามคือ ทางผู้ผลิตรถยนต์ไม่แนะนำให้ใช้น้ำมันเกียร์แทนน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ เพราะน้ำมันสำหรับรถยนต์นั้นมีอยู่มากมายหลายชนิด และหากใช้ผิดประเภทอาจทำให้พวงมาลัยเพาเวอร์และตัวซีลของพวงมาลัยทำงานผิดปกติและมีปัญหาได้**

***ข้อควรระวัง*** “อย่าเติมน้ำมันให้กับพวงมาลัยเพาเวอร์ มากเกินไป” การเติมน้อยกว่าระดับจะดีกว่าการเติมที่มากเกินไป เพราะน้ำมันของเหลวจะขยายตัวเพิ่มเมื่อร้อนขึ้นและสร้างปฏิกิริยาทางความร้อน ด้วยเหตุนี้ หากเติมน้ำมันจนถึงระดับสูงสุดแล้วขับขี่รถต่อ แรงดันที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัญหา และอาจทำให้รถยนต์ที่ใช้ต้องเกิดความเสียหายอย่างมากแน่นอน

โดยสรุปในการเติมน้ำมันพาวเวอร์ควรเปลี่ยนตามระยะที่กำหนดทุก 80,000 กิโลเมตรมีวิธีการง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง และดูวิธีการแล้ว ในทุกขั้นตอนดูมีความง่ายดาย และทั้งนี้เราแนะนำว่าควรหมั่นตรวจเช็คน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เป็นประจำตามระยะที่กำหนด เพราะชิ้นส่วนภายในระบบพวงมาลัยเพาเวอร์จะสึกหรอและผุกร่อนลง ที่สำคัญเมื่อหากเจอสถานการณ์ที่ต้องแก้ไขด้วยตัวเอง เช่น น้ำมันมีการปนเปื้อน ระดับน้ำมันในกระปุกลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือต้องเติมน้ำมันบ่อย ๆ จนผิดสังเกต ดังนั้น อาจเป็นไปได้ว่าจะเกิดรอยรั่วของสารเคมีในระบบพวงมาลัยเพาเวอร์อย่างแน่นอน หรือ ถ้าได้ยินเสียงดังในขณะที่หมุนพวงมาลัย แสดงว่าปั๊มพวงมาลัยเพาเวอร์นั้นขาดน้ำมัน ก็ควรถือเป็นเคล็ดลับในการเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น ส่วนวิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ ให้รีบทำการซ่อมแซมโดยด่วนและให้ช่างยนต์ที่มีความรู้มาแก้ไขในเร็ววันและหวังว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตได้16 8 - 55141


Image: The IrishTime