ตำนานรถบ้านซิ่งจากเทือกเขาอากินะ

Home / Cars / ตำนานรถบ้านซิ่งจากเทือกเขาอากินะ
ไม่ต้องบอกก็ทุกคนก็พอจะเดาได้ใช่ไหมครับว่ามันคือรถยี้ห้ออะไรและรุ่นอะไร Toyota เป็นอีกหนึ่งแบนด์มีความยิ่งใหญ่ในวงการยานยนต์ระดับโลกมาก ๆ และมีตำนานมากมายเกิดขึ้นแต่มีอีกหนึ่งตำนานที่เรียกได้ว่าเป็นที่พูดถึงกันมาอย่างยาวนานนั้นคือ ตำนานจากเทือกเขาอากินะซึ่งมาจากจากการ์ตูน initial d ที่โด่งดังมาก ๆ…

ไม่ต้องบอกก็ทุกคนก็พอจะเดาได้ใช่ไหมครับว่ามันคือรถยี้ห้ออะไรและรุ่นอะไร Toyota เป็นอีกหนึ่งแบนด์มีความยิ่งใหญ่ในวงการยานยนต์ระดับโลกมาก ๆ และมีตำนานมากมายเกิดขึ้นแต่มีอีกหนึ่งตำนานที่เรียกได้ว่าเป็นที่พูดถึงกันมาอย่างยาวนานนั้นคือ ตำนานจากเทือกเขาอากินะซึ่งมาจากจากการ์ตูน initial d ที่โด่งดังมาก ๆ จนถึงขั้นมีเวลาคนแสดง แต่ด้วยสมรรถนะของ Toyota AE86 นั้นก็ไม่ธรรมดาและด้วยรูปทรงที่มีเสน่ห์ยิ่งทำให้มันเป็นที่นิยิมขึ้นไปแต่ก่อนจะมามีตำนาน AE86 นั้นต้องย้อนไปที่ Toyota Corolla


Toyota Corolla
คือรถที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และยังเป็นซีรีส์รถที่ขายดีที่สุดในโลกตลอดกาลด้วยยอดขายกว่า 44 ล้านคัน ในเวลากว่า 50 ปีที่ทำตลาด

สิ่งที่เลื่องลือกันใน Toyota Corolla  ก็คือ ‘ความทนทาน’ ในระดับที่ไม่ธรรมดา จึงทำให้มันกลายเป็นรถบ้านที่ได้รับความนิยมมากมายมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

และถึงแม้มันจะเป็นรถบ้าน แต่ครั้งหนึ่งในช่วงกลางยุค 80s ทราบหรือไม่ว่าทาง Toyota ได้พัฒนา Corolla รุ่นที่แตกต่างออกมาในชื่อที่เรารู้จักกันว่า Toyota AE86

ซึ่งรถคันดังกล่าวได้กลายเป็นตำนานในสนามแข่ง และกลายเป็นหนึ่งในรถที่คนเล่นรถแข่ง ต้องอยากมีเก็บเอาไว้

คำถามก็คือ อะไรที่ทำให้ Toyota Corolla AE86 โดดเด่นและแตกต่างจนมีคุณค่ามาจนถึงทุกวันนี้!? เราจะพาไปเปิดตำนานของรถคันนี้กัน…

จุดกำเนิด AE86 เมื่อซามูไรบุกอเมริกา

ย้อนกลับไปในยุค 70s ณ ตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในขณะนั้นอย่าง ‘สหรัฐอเมริกา’ รถในตลาดมีให้เลือกทั้งรถจากค่ายอเมริกัน ค่ายอังกฤษ และค่ายเยอรมัน แต่แล้วก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อค่ายรถญี่ปุ่นทั้ง Toyota , Honda และ Datsun ได้เข้ามาทำตลาดที่ดินแดนลุงแซมในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน รถจากค่ายแดนปลาดิบกลายเป็นที่เล่าลือกันว่า ทนทาน ประหยัดน้ำมัน และที่สำคัญที่สุดคือ ราคาจับต้องได้ง่ายกว่ารถอเมริกันและยุโรป ส่งผลให้ค่ายรถญี่ปุ่นทั้งหลายประสบความสำเร็จ และขยายการส่งออกรถไปทั่วโลกในเวลาต่อมา

Toyota Corolla ก็เป็นหนึ่งในรถที่ประสบความสำเร็จในเวลานั้น ในฐานะรถบ้านที่ทั้งทน ประหยัด และราคาถูกกว่าเจ้าอื่นๆ

แล้วมันกลายมาเป็นสุดยอดรถในตำนานได้อย่างไร?

Corolla เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังมาตลอด จนกระทั่งเข้าสู่เจนที่ 5 ในปี 1983 ในเวลานั้น กระแสของการผลิตรถแบบ Mass Product ได้เทไปทางการสร้างรถขับเคลื่อนล้อหน้ามากขึ้น เพราะประหยัดต้นทุนในการสร้างมากกว่า ซึ่งทำให้นั้น Corolla กลายมาเป็นรถขับหน้ามาจนถึงปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อหัวใจมันอยากจะทำ กำรงกำไรและการตลาดก็ไม่ต้องสนมัน ฉีกทิ้งไปเสีย Toyota เองก็อยากจะผลิตรถบ้านขับหลังออกมา เพื่อตลาดคนเล่นรถที่อยากได้รถที่เหนือกว่ารถบ้านทั่วไป พวกเขาจึงพัฒนารถที่ใช้โครงสร้างและพื้นฐานรถทั้งหมดแตกต่างจาก Corolla ธรรมดาอย่างสิ้นเชิง (แต่ก็สวมชื่อของ Corolla เข้าไป เอ๊า!!) รถที่ว่านั้นก็คือ Toyota AE86 นั่นเอง

 รหัส AE86 นั้นย่อมาจาก

A = รหัสตัวถังที่จะใช้กับรถที่พัฒนาออกมาสำหรับเครื่องยนต์ซีรีส์ 4A

E = เป็นรหัสที่ใช้กับรุ่น Corolla

8 = รถเจเนอเรชั่นที่ 8

6 = เลขที่บ่งบอกความเป็นรถรุ่นพิเศษ

โดย Toyota AE86 ถูกผลิตออกมา 2 เวอร์ชั่นตัวถังด้วยกัน ได้แก่เวอร์ชั่น 2 ประตู และ 3 ประตู และการตกแต่งภายนอกของรถก็มี 2 เวอร์ชั่นด้วยกัน ได้แก่ Toyota Corolla Levin และ Toyota Sprinter Trueno โดย Levin จะเป็นรุ่นที่มีไฟหน้าแบบธรรมดา แต่ในรุ่น Trueno จะโด่งดังในฟังก์ชั่นที่มีไฟหน้าแบบป็อปอัพขึ้นมา ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ว้าวมากในอุตสาหกรรมรถยนต์ และกลายเป็นสัญลักษณ์ของรถมาจนถึงปัจจุบัน

ไฟป็อปอัพ หนึ่งในจุดเด่นของ AE86 TRUENO

อะไรที่ทำให้ AE86 แตกต่าง?

อย่างแรกคือ เครื่องยนต์ 4A-GE เครื่อง 4 สูบ ขนาด 1,587 ซีซี กำลังสูงสุด 128 แรงม้า แรงบิด 149 นิวตัน-เมตร แม้มันจะเป็นเครื่องยนต์ที่บล็อกเล็กเมื่อเทียบกับรถซิ่งรุ่นอื่นๆ ในยุคนั้น แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า Toyota Corolla ในยุคนั้นคือรถขนาดเล็กที่มีน้ำหนักแค่ราวๆ 1,040 กก. และด้วยน้ำหนักของรถที่สมส่วนกัน 50:50 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และช่วงล่างที่ถูกปรับมาเป็นอย่างดี ส่งผลให้ AE86 กลายเป็นรถที่พวงมาลัยตอบสนองต่อผู้ขับขี่ได้ในระดับสุดยอด และให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ดีอย่างเหลือเชื่อต่อผู้ขับขี่

AE86 ในสนามแข่ง

ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวไป ได้ทำให้ AE86 กลายเป็นรถที่มีบทบาทในสนามแข่งหลายรายการ ทั้งในรายการ British Touring Car Championship ที่คว้าแชมป์มาได้สองปีติดต่อกันในปี 1986 และ 1987 รวมถึงในการแข่งขัน Rally ในยุคนั้นก็นิยมใช้ AE86 แม้มันจะเป็นรถขับเคลื่อน 2 ล้อก็ตาม Toyota AE86 หมายเลข 66 รถที่คว้าแชมป์ในรายการ BTCC สองสมัยติดต่อกัน และอีกหนึ่งมอเตอร์สปอร์ตที่ AE86 โด่งดังสุดๆ ซึ่งก็คือ ‘การแข่งดริฟท์’

ย้อนกลับไปในยุค 80 ที่ประเทศญี่ปุ่น นอกจากการแข่งรถในสนามจะเป็นที่นิยมแล้ว ก็เริ่มมีคนเริ่มแข่งรถบนถนนจริงนอกสนามแข่งกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการแข่งรถบนภูเขาเรียกว่า ‘ไทโกะ’ ในวงการไทโกะ ได้มีชายคนหนึ่งมีชื่อเสียงในวงการอย่างมากในการแข่งรถบนภูเขา ที่ต้องอาศัยทักษะการดริฟท์ขั้นสูง ชายคนนั้นมีชื่อว่า “เคอิชิ สึชิยะ” รถที่ เคอิชิ ใช้ในการแข่งขันนั้น ก็คือ Toyota AE86 นั่นเอง และฝีมือการดริฟท์ของเขาก็หาคนที่จะโค่นล้มเขายาก จนเคอิชิถูกตั้งฉายาว่าเป็น “ดริฟท์คิง” ต่อมา เคอิชิ ก็ถูกทาบทามไปแข่งในสนามแข่งบ้าง และเขาก็ยังเอาชนะมาได้เรื่อยๆ จนมีชื่อเสียงในวงการ ซึ่งก็มีส่วนอย่างมากที่ทำให้รถคู่ใจของเคอิชิอย่าง Toyota AE86 กลายเป็นที่เลื่องลือตามไปด้วย

เคอิชิ กับ Toyota AE86 คู่ใจของเขา

 ในปี 1987 นิตยสารรถและสำนักแต่งได้ร่วมทุนเพื่อสร้างสารคดีเกี่ยวกับการดริฟต์ โดยใช้ชื่อว่า Pluspy ซึ่งเป็นเรื่องราวของเคอิชิ พร้อมการโชว์ทักษะการดริฟต์ของเขาแบบจัดเต็มกว่า 23 นาที จากนั้นเรื่องราวของ เคอิชิ ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับการ์ตูนเรื่องดังอย่าง Initial D

สำหรับคนที่ไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องราวของทาคูมิ นักเรียนมัธยมปลายตัวเอกของเรื่อง ที่ต้องขับรถข้ามเขาอากินะเพื่อส่งเต้าหู้ในทุกๆ เช้าโดยใช้รถ AE86 ของคุณพ่อ ซึ่งการรีบทำเวลาในช่วงเช้าเพื่อที่จะได้กลับมานอนต่อ ทำให้ทาคูมิเกิดทักษะพิเศษโดยไม่รู้ตัว จนมีชื่อเสียงโด่งดังและนำไปสู่การแข่งรถแห่งเทือกเขาอากินะ ก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของ AE86 ไปไกลกว่าเดิมในฐานะ ‘รถส่งเต้าหู้’ ของทาคูมิ

ทายาทของ AE86

ในปี 1987 หลังทำตลาดได้ 4 ปี Toyota AE86 ก็ถูกยกเลิกการผลิตไป เพราะเมื่อ Toyota ได้เปิดตัว Corolla เจนที่ 6 ออกมา ก็พยายามดันให้ซีรีส์นี้กลายเป็นรถบ้านเต็มตัว และยกเลิกอะไรที่มีความเป็นรถซิ่งออกไปจนหมด แต่ความยอดเยี่ยมของ AE86 ก็ยังถูกพูดถึงในวงการรถเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของแฟนคลับให้กลับมาทำอีกครั้ง จนทำให้อีกกว่ายี่สิบปีต่อมา ในปี 2009  Toyota ได้เปิดตัว FT-86 รถคอนเซปต์ที่พวกเขาพัฒนาร่วมกับ Subaru ขึ้นมา

Toyota FT-86 เป็นรถ 2 ประตู ขับเคลื่อนล้อหลัง ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบ ซึ่งทางค่ายระบุชัดเจนว่า มันคือรถที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก AE86 นั่นเอง ต่อมาในปี 2012 Toyota ก็ตัดสินใจนำรถรุ่นดังกล่าวมาผลิตขายในที่สุด โดยที่ญี่ปุ่นขายในชื่อ Toyota 86 ที่ยุโรปขายในชื่อ Toyota GT86 และที่อเมริกาขายในชื่อ Subaru BRZ และ Scion FR-S

2012 Toyota 86
2020 Subaru BRZ

 ซึ่งในปีที่รถรุ่นดังกล่าวเปิดตัวออกมา ทาง Toyota UK ก็มีการเชิญ เคอิชิ สึชิยะ ตำนานดริฟท์คิง ไปถ่ายวิดีโอโปรโมทรถอีกด้วย

และนี่ก็เป็นเรื่องราวของ Toyota AE86 หนึ่งในรถที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ ทั้งต้นกำเนิด ความผูกพันกับแฟนคลับ นักแข่ง กระทั่งไปเป็นการ์ตูน

เรื่องราวเหล่านี้เรียงร้อยเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็น “ตำนาน” เฉพาะตัว ซึ่งไม่ใช่ว่ารถทุกรุ่นที่จะมีเรื่องราวแบบนี้ จึงทำให้มันกลายเป็นรถที่พิเศษ ที่ทำให้มันมีคุณค่ามาจนถึงปัจจุบันครับ
และยังมีตำนสนรถบ้านซิ่งอีกมากมายที่มีคนพูดถึงและเป็นแรงงบรรดาลใจให้นักสะสมรถนักแข่งและทุกคนที่เกี่ยวข้องในวงการยานยนต์อีกมากมาย

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.magcarzine.com/toyota-ae86-legend/

____________________________________________________________________________

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement