ที่มาของราคารถยนต์สูงในเมืองไทย (ภาค 2)

Home / Cars / ที่มาของราคารถยนต์สูงในเมืองไทย (ภาค 2)
ต่อจากคราวที่แล้ว ที่เราถามไว้ว่า “อยากรู้มั้ยว่า ราคารถยนต์ที่ยังสูงอยู่ตอนนี้ควรจะต้องโทษใคร?” เราได้ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ฝ่ายรัฐบาลเราในยุคเมื่อกว่าห้าสิบปีที่แล้วนั้น พยายามชักจูงให้บริษัทรถยนต์จากต่างประเทศมาลงทุนผลิตรถยนต์ในเมืองไทย เพื่อความหวังว่า นอกจากจะกระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้เข้าประเทศแล้ว ประชาชนทุกคนต่อจากนี้ไป…

ต่อจากคราวที่แล้ว ที่เราถามไว้ว่า “อยากรู้มั้ยว่า ราคารถยนต์ที่ยังสูงอยู่ตอนนี้ควรจะต้องโทษใคร?” เราได้ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ฝ่ายรัฐบาลเราในยุคเมื่อกว่าห้าสิบปีที่แล้วนั้น พยายามชักจูงให้บริษัทรถยนต์จากต่างประเทศมาลงทุนผลิตรถยนต์ในเมืองไทย เพื่อความหวังว่า นอกจากจะกระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้เข้าประเทศแล้ว ประชาชนทุกคนต่อจากนี้ไป ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อรถยนต์ในราคาอันสูงเนื่องจากการมีภาษีนำเข้า สำหรับครั้งนี้ เรามาอ่านต่อ และดูกันว่ามันได้เกิดอะไรขึ้นมาก่อน ที่เรายังต้องเจอกับราคารถยนต์ที่ยังสูงกว่าตลาดอื่นๆ อยู่ ถึงแม้รถยนต์นั้นก็เริ่มมีการผลิตภายในประเทศอยู่แล้ว

หลังจากที่ได้พบปะหารือกันแล้วนั้น บริษัทผลิตรถยนต์จากต่างประเทศก็ได้ตัดสินใจประมาณสักเจ้าสองเจ้าแรกที่มาลงทุนในบ้านเรานั้นในช่วงต้นๆ ตอนเริ่มต้นก็รู้สึกเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ เพราะตอนนั้นประเทศไทยจะเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะนำหน้าไปกว่าคนอื่น เพราะจะได้มีศักยภาพผลิตสินค้าอย่างมีคุณภาพระดับมารตฐานสากลกับเขาบ้าง อีกความฝันหนึ่งของคนไทยที่คาดหวังเอาไว้ตอนนั้นก็คือ ต่อจากนี้ไป คนไทยสามารถที่จะซื้อรถยนต์ที่ประกอบในนี้ ในราคาที่ควรที่จะถูกกว่าเดิมและอยู่ในระดับเท่ากับสากล เพราะภาษีนำเข้านั้นไม่ควรมาเกี่ยวข้องอีกต่อไป

แต่แล้ว! สิ่งที่คาดหวังเอาไว้ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ควรจะเกิดขึ้น จำนวนรถที่ผลิตขึ้นมานำเสนอนั้น ก็ไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่ประเมินเอาไว้ (คงเป็นเพราะคุณภาพในการประกอบยังไม่ถึงขั้นก็เป็นได้) คนไทยยังคงซื้อรถยนต์ประกอบจากนอกที่เจอภาษีอย่างหูฉีก และยิ่งไปกว่านั้นเพื่อการปกป้องบริษัทรถยนต์นอกให้ลงทุนต่อไป เราได้ไปถึงขั้นวิกฤตในปี 2521 ที่รัฐบาลยุคนั้นประกาศว่าต่อจากนี้ไป ห้ามประชาชนออกไปซื้อ หรือนำเข้ามารถมือสองหรือรถยนต์ใหม่ที่ประกอบจากต่างประเทศ อยากจะขับอะไร ก็ซื้อแต่รุ่นที่ทำในเมืองไทยและในราคาสูงที่ตั้งเอาไว้! (นอกจากถ้าจะเป็นนักเรียนนอกก็มีสิทธิ์นำเข้ามาได้หนึ่งคัน)

เมื่อสถานการณ์ของยอดขายเริ่มจะดีขึ้นหลังจากนั้น แต่ราคารถก็ไม่ได้ลงมาสักเท่าไรนัก รัฐบาลก็เริ่มเปิดโอกาสให้คนนำเข้ารถมือสองอีกครั้งเมื่อปี 2528 (แต่ก็ยังโดนภาษีกว่า 300 เปอร์เซ็นต์) แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแล้ว ราคารถที่ทำมาเพื่อส่งออกและนำมาขายภายในประเทศก็ไม่ได้ลงมาสักเท่าไรนักอยู่ดี อย่างที่หลายคนนึกเอาไว้ (ไหนบอกจะถูกลงมาในราคาแบบเมืองนอกไง?) ถ้าเป็นนักวิชาการมานั่งอธิบาย ว่าเหตุผลทำไมราคารถยังสูงอยู่เช่นนั้น ส่วนใหญ่ก็คงเป็นเพราะการติดลบในช่วงแรกๆ ซึ่งบังคับให้ตั้งราคารถสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลกำไรมาคืนทุนที่ได้ลงไปตอนช่วงแรกๆ

สิ่งที่ดูแล้วและเป็นเรื่องผิดหวังมากที่สุดที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น ก็คือการตั้งราคาขายของรถยนต์ผลิตในไทยที่ยังสูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศของผู้ผลิต ซึ่งหลายต่อหลายปีผ่านไป คนได้ลืมถึงวัตถุประสงค์หลักสิ่งนี้ตั้งแต่แรก จนกระทั่งมันคงสายไปซะแล้วล่ะ ที่จะกู้กลับมา

พอเข้าใจแบบคร่าวๆว่าความเป็นมาของประวัติของอุตสาหกรรมรถยนต์ในเมืองไทยมันกลายออกมาเป็นเช่นนี้ จะโทษใครดี ที่ทำให้ผู้อุปโภคบริโภค ยังต้องมาจ่ายราคารถยนต์ถึงขนาดนี้อยู่? ควรจะโทษแต่ละรัฐบาลที่ผ่านๆมา ที่ไม่ได้พยายามที่จะปรับสถานการณ์ ลดภาษี หรืออะไรก็ได้ เพื่อให้มันดีขึ้น? หรือควรจะโทษบริษัทรถยนต์ที่อยู่ในประเทศเรา ที่ยังตั้งราคาเกินเหตุจนถึงทุกวันนี้?

แต่ถ้าอยากจะถามกันว่าใครควรจะรับผิดชอบในเรื่องนี้ ผมว่าเราทุกคนนี่แหละที่ควรจะโทษตัวเราเอง ที่ลืมถึงความเป็นมาของอดีต ไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และยังปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้อยู่

____________________________________________________________________________

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น

Advertisement

Advertisement