อยากรู้มั้ยว่า ราคารถยนต์ที่ยังสูงอยู่ตอนนี้ควรจะต้องโทษใคร (ภาค 1)

Home / Cars / อยากรู้มั้ยว่า ราคารถยนต์ที่ยังสูงอยู่ตอนนี้ควรจะต้องโทษใคร (ภาค 1)
ตอนสมัยพวกคุณยังเรียนหนังสืออยู่นั้น คุณใส่ใจการเรียนในวิชาประวัติศาสตร์บ้างมั้ย? หรือไม่ค่อยเท่าไหร่นัก? หรือมัวแต่นั่งดูนิตยสารรถยนต์หรือนั่งเฝ้าคอม เพื่อจะหาดูว่ารถในฝันที่จะซื้อเป็นคันแรกนั้นจะเป็นคันไหนดี เพราะเมื่อเรียนจบแล้ว จะได้รู้ว่า เวลาเริ่มหางานทำมีรายได้ จะได้เก็บเงินเอาไว้ซื้อรุ่นที่ตนชอบมาขับ? ไม่เป็นไรหรอก…

ตอนสมัยพวกคุณยังเรียนหนังสืออยู่นั้น คุณใส่ใจการเรียนในวิชาประวัติศาสตร์บ้างมั้ย? หรือไม่ค่อยเท่าไหร่นัก? หรือมัวแต่นั่งดูนิตยสารรถยนต์หรือนั่งเฝ้าคอม เพื่อจะหาดูว่ารถในฝันที่จะซื้อเป็นคันแรกนั้นจะเป็นคันไหนดี เพราะเมื่อเรียนจบแล้ว จะได้รู้ว่า เวลาเริ่มหางานทำมีรายได้ จะได้เก็บเงินเอาไว้ซื้อรุ่นที่ตนชอบมาขับ?

ไม่เป็นไรหรอก เอาเป็นว่า จะตั้งใจเรียนหรือไม่ได้ตั้งใจเรียนนั้น จะจำสิ่งที่เขาสอนมาได้หรือไม่ได้ไม่เกี่ยว เพราะประวัติศาสตร์ที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ คงไม่ได้เขียนหรือบันทึกไว้ในบทตำราที่โรงเรียนเขามีไว้ให้สอน!

สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่๒ นั้น รายได้ของประชาชนในประเทศไทยโดยรวมไม่ได้มีมากเท่าไหร่นัก จำนวนรถยนตร์เกือบทุกชนิด ที่มีวิ่งอยู่ในท้องถนนก็ต่ำ (เพราะถนนที่มีอยู่ทั่วประเทศตอนนั้นก็ยังมีน้อย และหลายแห่งยังเป็นถิ่นทุรกันดารเกินไปที่จะขับไปถึง) ปัญหาการจราจรติดขัดในเมืองหลวงก็ยังไม่มี เรื่องมลพิษยังไม่ใช่ประเด็น จะไปเก็บภาษีชาวบ้านในการซื้อรถนั้น ดูไม่ค่อยมีเหตุมีผลสักเท่าไหร่ (แต่ก็ยังสูงอยู่ดี เพราะรายได้อื่นๆที่จะเข้ารัฐก็ยังต่ำอยู่ด้วยเช่นกัน)

เมื่อตอนห้าสิบกว่าปีที่แล้ว (ย่างเข้าเกือบจะหกสิบปีด้วยซํ้า) ที่หลายต่อหลายอย่างเริ่มพัฒนาอย่างดีขึ้น ประชากรเราเพิ่มขึ้น รายได้และฐานะของคนไทย (รวมทั้งประเทศอื่นๆในกลุ่มอาเซียน) ก็มีมากขึ้น จนกระทั่งรัฐบาลเราในยุคนั้น คาดว่าเพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองของเราไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ เราจึงต้องหาวิธีชักจูงชาวต่างชาติ (ซึ่งตอนสมัยนั้นคือจากยุโรปเป็นส่วนใหญ่และจากญี่ปุ่น) มาลงทุนเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและรายได้ทั้งโดยรวมของประชากรให้ดีอีกยิ่งขึ้น—รวมไปถึงอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในประเทศไทย

การชักจูงนั้นมองดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทุกๆฝ่าย นอกจากแต่ละอุตสาหกรรมจะเข้ามาลงทุน มาประกอบธุรกิจ และเปิดโรงงานใหม่แล้ว ยังต้องจ้างแรงงานคนไทยที่ถูกกว่าที่จะมาช่วยทำและบริหาร และยังช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้ดีกว่าเวลาส่งออกสินค้าเข้าไปในตลาด ส่วนคนไทยนั้น ก็จะได้มีโอกาสมากกว่าเดิมเพราะมีงานให้ทำรายได้มีเพิ่มขึ้น แถมบริษัทไทยที่ผลิตอุปกรณ์และอะไหล่ให้กับบริษัทเหล่านี้ก็ปรากฏขึ้นเรื่อยๆและสร้างรายได้ตามกันไป และรัฐบาลไทยก็เหมือนกัน เริ่มเก็บภาษีจากรายได้มากขึ้นตามอัตรา อ่านดูแล้ว ทุกอย่างก็น่าจะโอ!

แต่แล้ว เหมือนกับอีกสิ่งหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เกิดขึ้นมาในอดีตของประเทศเรานั้น สิ่งที่ทฤษฎีกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นนั้น ต่างก็ไม่ได้สอดคล้องกันเท่าไหร่ เคยคิดกันบ้างมั้ยว่าถ้าเป็นไปอย่างที่การวางแผนที่ทางผู้คิดค้นได้คาดหวังเอาไว้ แล้วทำไมจนถึงบัดนี้ คนไทยยังต้องซื้อรถยนต์ในราคาที่สูงกว่าปรกติเวลาเทียบกับตลาดอื่นๆอยู่?

จริงอยู่ที่ยังมีเพื่อนบ้านเรา ที่ยังคงต้องจ่ายค่ารถยนต์ที่ยิ่งสูงไปกว่าเราอีก อย่างประเทศสิงคโปร์เป็นต้น แต่นั่นเป็นเพราะเหตุผลอื่นซึ่งปัญหาของเขาไม่เหมือนกับในบ้านเรา เพราะเขาเป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ มีเนื้อที่จำกัดที่จะสร้างถนนหนทางมากไปกว่านี้อีก รัฐบาลเขาจึงจำเป็นต้องหาวิธีให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้หรือมีรถเป็นส่วนตัว จนถึงขั้นที่ไม่ใช่แค่ตั้งราคารถใหม่ที่สูงจนไม่อยากจะเชื่อ แต่เคยมีกรณีที่เขาจำเป็นที่จะต้องปิดการซื้อขายนำเข้ารถยนต์อยู่พักหนึ่ง

เอาเป็นว่าพอแค่นี้ก่อนในภาคแรกของประวัติศาสตร์ของราคารถในบ้านเรา และเราจะมาสรุปการอธิบายกันว่า ทำไมราคารถใหม่ในเมืองไทยจึงกลายเป็นสิ่งที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้ ในตอนต่อไปในภาค 2

____________________________________________________________________________

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น

Advertisement

Advertisement

ป้ายกำกับ: