แต่งรถยังไงให้เป็นเทพเจ้าแห่งสายลม? ต้องยกให้ Street Weapon

Home / Cars / แต่งรถยังไงให้เป็นเทพเจ้าแห่งสายลม? ต้องยกให้ Street Weapon
Street Weapon (สตรีท เว็พพอน) เป็นชื่อเรียก สไตล์ของการแต่งรถ รูปแบบหนึ่ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่ขาซิ่ง…

Street Weapon (สตรีท เว็พพอน) เป็นชื่อเรียก สไตล์ของการแต่งรถ รูปแบบหนึ่ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่ขาซิ่ง ไม่เฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้นแต่ในทวีปเอเชียหรือยุโรปเองก็กำลังได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน จุดเด่นของรถสายนี้ก็คือ แอโรพาร์ทขนาดใหญ่ทรงดุดันน่าเกรงขาม นอกจากนั้นยังต้องมีล้อน้ำหนักเบาที่รัดด้วยยางสมรรถนะสูง (High Grip) และบนแก้มยางจะมีการพ่นสีเป็นตัวอักษรซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของการแต่งรถในสายนี้

คำว่า Street Weapon น่าจะมาจากคำว่า Track Weapon (แทร็ค เว็พพอน) ซึ่งหมายถึงรถแข่งที่ถูกปรับแต่งอย่างเต็มรูปแบบเพื่อใช้ลงแข่งในอีเวนท์ประเภท Track Day (แทร็คเดย์) ถ้าพูดถึง Track Day แล้ว ส่วนใหญ่จะหมายถึงอีเวนท์การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่จัดขึ้นในสนามแข่งที่มีมาตรฐาน

สาย Street Weapon จึงเปรียบได้กับ เทพเจ้าแห่งสายลม (The God of wind) ที่สามารถบังคับทิศทางของลมได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพด้วยการติดตั้งแอโรพาร์ท และเพื่อที่จะทำให้แอโรพาร์ทสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องมีการวิเคราะห์ทิศทางและพฤติกรรมของกระแสอากาศอย่างรอบคอบ ดังนั้นในบทความนี้ ผมจึงอยากจะอธิบายถึงหลักการทำงานอย่างคร่าว รวมไปถึงประโยชน์ของแอโรพาร์ทที่สำคัญ ๆ ซึ่งแอโรพาร์ทเหล่านี้ถือเป็นหัวใจของรถสาย Street Weapon

1. Rear Wing (เรียวิง)

Rear Wing หรือ Spoiler ถือเป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับรถแนว Street Weapon หลักการทำงานของเรียวิงนั้นเหมือนกับหลักการของปีกเครื่องบินทุกประการ แต่ต่างกันที่วัตถุประสงค์เท่านั้น วัตถุประสงค์ของปีกเครื่องบินคือ สร้างแรงยก (Lift force) ส่วนวัตถุประสงค์ของเรียวิงคือ สร้างแรงกด (Downforce) นั่นหมายความว่าเรียวิงก็คือปีกเครื่องบินที่ถูกพลิกกลับด้านนั่นเอง (Inverted wing) แรงกดที่เกิดจากเรียวิงจะถ่ายทอดลงสู่ยางหลังเสียเป็นส่วนใหญ่ นั่นหมายความว่าการติดตั้งเรียวิงจะทำให้ยางหลังมีการยึดเกาะที่ดีขึ้น ท้ายรถจึงมีความเสถียรขึ้นเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง

2. Splitter (สปลิตเตอร์)

สปลิตเตอร์ หรือที่เรียกกันว่า ลิ้นหน้า เป็นแอโรพาร์ทที่ถูกติดตั้งไว้ที่ด้านล่างของ Bumper มีลักษณะเป็นแผ่นเรียบขนานไปกับพื้น อาจจะทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์หรือวัสดุอื่นๆก็ได้ สำหรับรถแข่งที่มีสมรรถนะสูงๆ จะมีแท่งซัพพอร์ต(Support Rods) เพื่อยึดลิ้นหน้าไว้กับตัวถัง ซึ่งเป็นการป้องกันไม่ให้ลิ้นหน้าเสียรูปเมื่อรับแรงกดมากๆนั่นเอง วัตถุประสงค์ของลิ้นหน้า คือ สร้างแรงกดให้กับด้านหน้าของรถ เพื่อเพิ่มการยึดเกาะให้กับยางคู่หน้า ซึ่งจะช่วยลดอาการ หน้าดื้อ หรือ Under-steer ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. Canard (คานาร์ด)

คานาร์ด มีลักษณะเป็นแผ่นสามเหลี่ยม ถูกติดตั้งไว้บริเวณกันชนทั้งสองข้างของตัวรถ โดยมากคานาร์ดจะทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ หน้าที่ของคานาร์ดก็คือสร้างแรงกดที่ด้านหน้ารถ โดยมีหลักการอยู่ว่า เมื่ออากาศไหลผ่าน ครีบทั้งสองอันจะเปลี่ยนทิศทางของการไหลอากาศให้ไหลขึ้นข้างบน โมเมนตัมของอากาศที่ไหลขึ้นจะทำให้เกิด แรงสุทธิ ซึ่งมีทิศทางลงสู่พื้นโลก นั่นก็คือ แรงกดนั่นเอง นอกจากนี้แล้ว ครีบทั้งสองอันนี้ยังสามารถสร้างลมหมุน (Vortex) ซึ่งลมหมุนนี้จะเกิดขึ้นที่ด้านข้าง หมุนวนไปตลอดความยาวของรถ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเหมือนผ้าม่าน เพื่อกั้นความดันระหว่างโซนความดันสูงกับโซนความดันต่ำ(กั้นระหว่างอากาศที่ไหลเหนือรถขึ้นไปกับอากาศที่ไหลใต้ท้องรถ) การทำเช่นนี้จะทำให้รถสามารถสร้างแรงกดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

4. Diffuser (ดิฟฟิวเซอร์)

ดิฟฟิวเซอร์ ถือเป็นหนึ่งในแอโรพาร์ทที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ดิฟฟิวเซอร์จะถูกติดตั้งไว้ที่ใต้ท้องรถด้านท้ายเพื่อเร่งให้อากาศที่ไหลผ่านใต้ท้องรถมีความเร็วสูงมากขึ้น เมื่ออากาศที่ไหลผ่านใต้ท้องรถมีความเร็วสูงขึ้นแล้ว จะส่งผลให้ความดันของอากาศบริเวณใต้ท้องรถมีค่าลดลง ความแตกต่างของความดันของบริเวณเหนือรถและใต้รถจะส่งผลให้เกิด แรงกด โดยที่แรงกดที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นแค่บริเวณที่มีดิฟฟิวเซอร์เท่านั้น(ไม่ได้เกิดขึ้นที่ท้ายรถเท่านั้น) แต่แรงกดนี้จะกระจายทั่วทั้งคัน (สำหรับรถ Formula1 แล้ว ดิฟฟิวเซอร์ถือเป็นอุปกรณ์ที่สามารถสร้างแรงกดได้มากที่สุด คิดเป็นประมาณ 40% ของแรงกดทั้งหมดที่สร้างได้)

นอกเหนือจากการสร้างแรงกดให้กับรถแล้ว ดิฟฟิวเซอร์ยังช่วยลดแรงต้านอากาศอันเนื่องมาจากการไหลปั่นป่วนที่เกิดขึ้นบริเวณท้ายรถอีกด้วย(Turbulent flow at Rear-end) โดยที่ดิฟฟิวเซอร์จะช่วยจัดเรียงอากาศที่ไหลใต้ท้องรถให้ไหลออกมาอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น การทำเช่นนี้จะส่งผลให้แรงต้านอากาศลดลงอย่างมาก ทั้งนี้ทั้งนั้น ดิฟฟิวเซอร์จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดก็ต่อเมื่อใช้ร่วมกับแผ่นปิดใต้ท้องรถ หรือที่เรียกว่า Undertray แผ่นปิดใต้ท้องรถจะช่วยจัดเรียงการไหลของอากาศให้มีระเบียบมากขึ้นก่อนที่จะเข้าดิฟฟิวเซอร์ ส่งผลให้ดิฟฟิวเซอร์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

ด้วยประสิทธิภาพเชิงแอโรไดนามิคส์ของรถสาย Street Weapon ประกอบกับการโมดิฟายเครื่องยนต์และช่วงล่างที่เน้นหนักไปทางการแข่งขันประเภทเซอร์กิต ทำให้ Street Weapon ถือเป็นรถที่สามารถดึงเอาสมรรถนะของรถมาใช้ได้มากที่สุดอีกสายหนึ่ง ด้วยการโมดิฟายอย่างมีหลักการและคำนึงถึง Performance ของรถเป็นหลัก ทำให้รถนี้เป็นรถซิ่งที่มีสมรรถนะที่สูงมากๆ เรียกได้ว่าสามารถเอาลงไปวิ่งแข่งขันในเซอร์กิตโดยที่แทบจะไม่ต้องโมดิฟายอะไรเพิ่มเติมเลย เพราะฉะนั้น ถ้าหากจะเรียกรถสาย Street Weapon ว่าเป็นศาสตราวุธที่พร้อมจะทำการศึกตลอดเวลา (Ready-to-fire Weapon)

ทั้ง 4 ข้อนี้คือหัวใจสำคัญของการแต่งรถแบบ Street Weapon หากใครที่เป็นขาซิ่งทั้งหลายชื่นชอบ การแต่งรถแบบนี้ถือว่าไม่ควรพลาดกันเด็ดขาดเลยล่ะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://johsautolife.com/

____________________________________________________________________________

เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement