รวมข้อมูลประกันภัยรถยนต์ล่าสุด ฉบับปี 2021

Home / Cars / รวมข้อมูลประกันภัยรถยนต์ล่าสุด ฉบับปี 2021
ประกันภัยรถยนต์นั้นถือเป็นประกันภัยที่เป็นความคุ้มครองแบบภาคสมัครใจ หลายคนคงมีคำถามว่า ในเมื่อเรามีพ.ร.บ.รถยนต์อยู่แล้ว จำเป็นแค่ไหนกับการทำประกันภัยรถยนต์ แน่นอนว่าเรานั้นสามารถที่จะเลือกทำหรือไม่ทำประกันภัยรถยนต์ก็ได้ หากแต่ถ้าลองพิจารณาดี ๆ แล้ว การเลือกทำประกันภัยรถยนต์นั้นก็ถือเป็นเรื่องของความสบายใจทุกครั้งที่เราขับขี่รถยนต์ หากวันหนึ่งเราประสบอุบัติเหตุขณะกำลังขับขี่รถยนต์อยู่…

ประกันภัยรถยนต์นั้นถือเป็นประกันภัยที่เป็นความคุ้มครองแบบภาคสมัครใจ หลายคนคงมีคำถามว่า ในเมื่อเรามีพ.ร.บ.รถยนต์อยู่แล้ว จำเป็นแค่ไหนกับการทำประกันภัยรถยนต์ แน่นอนว่าเรานั้นสามารถที่จะเลือกทำหรือไม่ทำประกันภัยรถยนต์ก็ได้ หากแต่ถ้าลองพิจารณาดี ๆ แล้ว การเลือกทำประกันภัยรถยนต์นั้นก็ถือเป็นเรื่องของความสบายใจทุกครั้งที่เราขับขี่รถยนต์ หากวันหนึ่งเราประสบอุบัติเหตุขณะกำลังขับขี่รถยนต์อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเฉี่ยวชน รถยนต์ไฟไหม้ หรือรถยนต์สูญหาย ประกันภัยรถยนต์นี้เองที่จะคอยช่วยเหลือและชดเชยให้กับเราในทุก ๆ เรื่อง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยที่เราได้เลือกทำด้วยว่าจะให้การคุ้มครองครอบคลุมถึงจุดใดบ้าง

ปัจจุบันนี้มีบริษัทประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองกับรถยนต์อยู่มากมาย และหลาย ๆ บริษัทต่างก็ขยันออกบริการเสริมพิเศษต่าง ๆ เพื่อเอาใจให้กับคนที่มีรถยนต์ได้เลือกทำประกันภัยรถยนต์กันมากขึ้น โดยบริการที่ว่านั้นก็ได้แก่ มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง มีบริการให้ยืมรถยนต์สำหรับการขับขี่ในช่วงที่รถยนต์ของเรานั้นอยู่ในระหว่างของการซ่อม รวมถึงการบริการในเรื่องของการประสานงานกับศูนย์บริการต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ ประกันภัยรถยนต์เองก็มีหลากหลายประเภทให้เราได้เลือกทำ หลัก ๆ ที่เราได้ยินก็คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2  และชั้น 3

แล้วประกันภัยรถยนต์แต่ละชั้นนั้นแต่กต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนจะให้การคุ้มครองที่ครอบคลุมแถมยังคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป วันนี้ Motto RAKA ได้รวบรวมมาให้แล้วกับข้อมูลประกันภัยรถยนต์ฉบับปี 2021

เลือกทำกับบริษัทประกันภัยที่ได้รับความน่าเชื่อถือและการเป็นที่ยอมรับ

การพิจารณาและตัดสินใจเลือกทำประกันภัยรถยนต์นั้น เราต้องศึกษารายละเอียดของกรมธรรม์แต่ละอันให้ดี ๆ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์และรู้เท่าทันถึงการคุ้มครองที่มีให้แก่รถยนต์และตัวเรา นอกเหนือไปจากการศึกษารายละเอียดของตัวกรมธรรม์แล้วนั้น การศึกษาประวัติของบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เราต้องการจะทำด้วยนั้นก็มีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน

ความน่าเชื่อถือ ชื่อเสียงและการเป็นที่ยอมรับในวงการประกันภัยนั้น ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เราควรจะนำมาพิจารณาในการเลือกทำประกันภัยรถยนต์ เพราะนั้นคือเครื่องการันตีว่าเราจะได้รับการคุ้มครองได้อย่างครอบคลุม ได้รับการบริการที่รวดเร็วเมื่อเกิดเหตุและได้รับการชดเชยที่ครบถ้วน

รวมประกันภัยรถยนต์ล่าสุด ฉบับปี 2021

ประเภทของประกันภัยรถยนต์

จากที่กล่าวไปในข้างต้น ประกันภัยรถยนต์เองก็มีหลากหลายประเภทให้เราได้เลือกทำ ส่วนใหญ่ที่จะคุ้นเคยและได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็จะเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2  และชั้น 3 อย่างไรก็ตาม ยังมีประกันภัยรถยนต์อื่นที่นอกเหนือจากที่ได้กล่าวไป และการคุ้มครองของแต่ละประเภทนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปอีกด้วย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ถือได้ว่าเป็นกรมธรรม์ที่สามารถดูแลและคุ้มครองได้ครอบคลุมมากที่สุด แล้วในบรรดาประกันภัยรถยนต์ทั้งหมด เพราะให้ความคุ้มครองทั้งตัวของผู้เอาประกัน ผู้โดยสารในรถยนต์ และบุคคลอื่น ๆ ภายนอก โดยสามารถให้ความคุ้มครองในกรณีต่าง ๆ ดังนี้

  1. ให้การรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก และตัวผู้โดยสายที่มากับรถยนต์ที่ได้ทำประกันไว้
  2. ให้ความคุ้มครองแก่ทรัพย์สินและความเสียหายของบุคคลภายนอกหรือคู่กรณี
  3. ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวรถยนต์
  4. ให้ความคุ้มครองการในกรณีที่รถยนต์นั้นสูญหายและเกิดไฟไหม้
  5. ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นั้น ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณี ผู้เอาประกันสามารถที่จะได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์นั้นด้วย

ทั้งนี้ อย่างที่ทราบกันดีว่าปรักันภัยรถยนต์นั้นมีหลายประเภท ไล่ตั้งแต่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2 กับ 2+ , ชั้น 3 กับ 3+ และชั้น 4 โดยแต่ละประเภทนั้นก็จะเป็นการบ่งบอกถึงปริมาณความคุ้มครอง ที่เราจะได้รับเมื่อประสบอุบัติเหตุ ซึ่งปริมาณก็จะลดหลั่นลงมาเรื่อย ๆ ดังนั้น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าทำไมประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จึงเป็นที่ได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากสามารถที่จะให้ความคุ้มครองได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองตัวรถยนต์ ตัวของผู้ขับขี่ ตัวของผู้โดยสารที่มาพร้อมกันในรถยนต์ และรวมไปถึงคู่กรณีอีกด้วย นอกเหนือไปกว่านั้น คือยังสามารถให้การคุ้มครองครอบคลุมไปถึงอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณีได้ ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์สูญหาย รถยนต์เกิดไฟไหม้ น้ำท่วมรถยนต์ ไปจนถึงอุบัติเหตุชนเสาหรือชนเข้ากับไหล่ทาง

รวมข้อมูลประกันภัยรถยนต์ล่าสุด ฉบับปี 2021

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ควรทำแบบที่ ซ่อมที่ศูนย์บริการหรือ ซ่อมที่อู่

ถือเป็นคำถามที่รบกวนใจอยู่พอสมควรสำหรับคนที่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ว่าถ้าหากเรานั้นเกิดประสบอุบัติเหตุขึ้นมาจริง ๆ แล้ว      เรานั้นจะนำรถยนต์เข้าไปซ่อมได้ที่ไหน ระหว่าง “ซ่อมที่ศูนย์บริการ” หรือ “ซ่อมที่อู่”

สำหรับการซ่อมที่ศูนย์บริการนั้น จะเป็นการนำรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุเข้ารับการซ่อมที่ศูนย์รถยนต์ตามยี่ห้อที่เรานั้นได้ออกรถมา โดยจะมีอะไหล่ของแท้ไว้รองรับการซ่อมอยู่ เนื่องจากทางศูนย์ซ่อมของแบรนด์รถยนต์นั้นจะสั่งอะไหล่จากโรงงานโดยตรง พร้อมกันนี้ ยังมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคอยประจำอยู่เพื่อให้คำแนะนำและการบริการที่เต็มรูปแบบ เราจึงสามารถมั่นใจได้ว่า การซ่อมรถยนต์ของเรานั้นจะได้รับอะไหล่และการบริการที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามหลักสากล อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสียของการนำรถเข้าไปซ่อมที่ศูนย์บริการ นั่นก็คือ เราจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันราคาที่สูงกว่ามากเมื่อเทียบกับนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่ อีกทั้งตัวศูนย์รถยนต์บางยแบรนด์ก็มีสาขายังไม่ครอบคลุมทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทยอีกด้วย

ส่วนการซ่อมที่อู่นั้น เราจะสามารถเลือกซ่อมกับอู่ที่อยู่ในเครือบริษัทประกันภัยที่เราได้ทำไว้ หรือเราจะเลือกซ่อมกับอู่นอกเครือบริษัทประกันภัยก็ได้แล้วแต่จะสะดวก โดยอู่ซ่อมในเครือบริษัทประกันภัยนั้นจะให้ความสะดวกสบายกว่ามาก เนื่องจากเรานั้นไม่จำเป็นต้องสำรองเงินเพื่อจ่ายก่อนแต่อย่างใด และหลังจากที่ทำการซ่อมเสร็จแล้วก็นำรถยนต์ออกจากอู่ได้เลย แต่สำหรับการซ่อมกับอู่นอกเครือบริษัทประกันภัย ก็ยังมีข้อดีในเรื่องของความสะดวกใจที่เราจะเลือกไปซ่อม อาจจะเป็นเพราะอู่ซ่อมนั้นอยู่ใกล้กับบริเวณที่พักของเราหรืออาจจะเป็นชื่อเสียงของอู่ซ่อมนั้นที่เราได้ยินมานาน แต่จำป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมั่นใจในการเลือกอู่ซ่อมเอง เพราะบางครั้งเราอาจจะโดนยัดอะไหล่ปลอมมาในรถยนต์ได้

ตรวจสภาพรถ - รวมข้อมูลประกันภัยรถยนต์ล่าสุด ฉบับปี 2021

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 และ 2+

ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 นั้น ลักษณะของการให้ความคุ้มครองนั้น จะคล้ายกับประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยสามารถให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น กับชีวิตของตัวคู่กรณี ให้การคุ้มครองในทรัพย์สินของตัวบุคคลภายนอก รวมทั้งยังสามารถคุ้มครองในกรณี ที่รถยนต์นั้นไฟไหม้ แต่จะมีข้อยกเว้นก็คือ ไม่ให้ความคุ้มครองกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น กับตัวรถยนต์ พอเจอข้อยกเว้นอันนี้ไป หลายคนจึงหนีไปทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ แทน

โดยประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ นั้น จะห้ความคุ้มครองเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 2 ทุกประการ เพียงแต่ว่าเพิ่มเติมความคุ้มครองในส่วนของตัวรถยนต์ ในกรณีที่เราเกิดขับรถไปชนหรือได้รับอุบัติเหตุ เฉี่ยวชนกับยานพาหนะทางบก นอกจากนี้ยังคุ้มครองในกรณีที่รถยนต์เกิดสูญหายอีกด้วย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 และ 3+

สำหรับประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ก็จพให้ความคุ้มครองที่ลดน้อยลงมากจากประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 ซึ่งจะให้ความคุ้มเพียงแค่ชีวิตและร่างกายของบุคคลอื่น และตัวผู้โดยสารที่มากับรถยนต์ รวมทั้งยังให้ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก แต่ถ้าเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ แล้ว ก็จะเพิ่มเติมความคุ้มครองในกรณีที่เฉี่ยวชน หรือประสบอุบัติเหตุกับยานพาหนะทางบก ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ โดยจะต้องเป็นการชนแบบมีคู่กรณีเท่านั้น ถ้าหากอุบัติเหตุนั้นไม่มีคู่กรณีหรือคู่กรณีหนีไปแล้ว เรานั้นจะไม่สามารถทำการเคลมประกันของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ได้

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 4

หลายคนอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีประกันภัยรถยนต์ชั้น 4 ด้วย โดยประกันภัย ประเภทนี้จะมีเบี้ยประกันที่ถูกอย่างมาก เหมาะสำหรับคนที่ใช้รถยนต์ไม่บ่อยมากนัก หรือขับขี่เป็นระยะ ทางสั้น ๆ ซึ่งการให้ความคุ้มครองนั้นจะมีปริมาณน้อยที่สุดในบรรดาประกันภัยรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งจะคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของบุคคลภายนอกเท่านั้น จะไม่คุ้มครองในกรณีที่บุคคลภายนอกมีการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

แบบฟอร์มการเคลมประกันรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์นั้นต้องมีความคุ้มครองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและความเสี่ยงของต่อใช้รถยนต์

นี่ถือได้ว่าหลักใหญ่ใจความสำคัญของการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์เลยทีเดียว ซึ่งก่อนที่เราตัดสินใจจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์นั้น เราจะต้องทราบอยู่ก่อนแล้วว่าตัวเรานั้นมีพฤติกรรมและความเสี่ยงต่อการใช้รถยนต์อย่างไร ในที่นี้ไม่ได้หมายความเรามีพฤติกรรมที่แย่ในการขับขี่หรือไม่ แต่เป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการนำรถยนต์ไปใช้ในกรณีต่าง ๆ บางคนอาจจะนำรถยนต์ไปใช้ทำงานแต่ขับขี่อยู่เพียงในตัวเมือง แต่บางคนอาจจะขับขี่ออกไปทำงานนอกเมืองหรือเดินทางไปต่างจังหวัดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ ก็เพื่อให้เรานั้นได้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่มีความเหมาะสมที่สุด

รวมข้อมูลประกันภัยรถยนต์ล่าสุด ฉบับปี 2021

ไหน ๆ ก็ได้ทราบถึงวิธีการและขั้นตอนของการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์กันไปแล้ว Motto RAKA ก็เลยขอนำเอาข้อมูลและรายละอียดเบื้องต้นที่น่าสนใจเกี่ยวกับประกันรถยนต์จากบริษัทต่าง ๆ มาให้ได้พิจารณากันครับ

ทิพยประกันภัย

ทิพยประกันภัย

เครดิตรูปภาพ: www.dstore.co.th

ทางทิพยประกันภัยนั้นมีแผนต่าง ๆ ออกมาให้ได้เลือกอย่างมากมาย และที่สำคัญคือตอบโจทย์กับลูกค้าได้อย่างหลากหลายตามสไตล์การขับขี่ ตัวอย่างที่น่าสนใจของการให้ความคุ้มครอง ได้แก่ การผ่อนชำระเบี้ยประกันได้นานสูงสุดถึง 10 เดือน หรือจะเป็นในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์สำหรับคุณผู้หญิง นอกจากนี้ยังมีประกันภัยรถยนต์ที่มีกามรคิดเบี้ยประกันจากเลขไมล์ ซึ่งถ้าขับน้อยการจ่ายก็จะน้อยตามลงไปด้วย สำหรับบางแผนนั้นยังมีการจ่ายค่าชดเชยในกรณีที่ตรงกับเงื่อนไขของกรมธรรม์ ข้อดีอย่างมากของทิพยประกันภัยก็คือการบริการอันน่าประทับใจและความรวดเร็วของการเคลมประกัน

ประกันภัยไทยวิวัฒน์

ประกันภัยไทยวิวัฒน์

เครดิตรูปภาพ: www.prachachat.net

ประกันภัยรถยนต์ของประกันภัยไทยวิวัฒน์นั้น จะมาพร้อมกับแผนกรมธรรม์ที่น่าสนใจอย่างมาก โดยจะเป็นแผนประกันภัยที่มีการคิดค่าเบี้ยประกันตามเวลาที่มีการขับขี่จริง นอกจากนี้ยังมีแพ็กประกันภัยแบบรายเดือน ซึ่งตัวผู้เอาประกันนั้นสามารถเลือกช่วงเวลาคุ้มครองได้เอง ซึ่งจะมีแผนประกันภัยแบบ 1, 3, 4, 6 และ 12 เดือน ไปจนถึงโปรโมชัน Top-Up ก็คือการให้ความคุ้มครองเริ่มต้นที่ 50 ชั่วโมง แต่ถ้าหากใครยังต้องการที่จะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์รูปแบบทั่วไปอยู่ ที่ประกันภัยไทยวิวัฒน์ก็มีให้เลือกซื้ออยู่เช่นกัน

วิริยะประกันภัย

วิริยะประกันภัย

เครดิตรูปภาพ: www.dailynews.co.th

วิระยะประกันภัย ถือได้ว่ามีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่น่าเชื่อถือ โดยจะมาพร้อมกับแผนประกันภัยทุกรูปแบบ อีกทั้งยังให้การคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกกรณีแบบครบวงจร เราจึงสามารถสบายได้อย่างแน่นอนว่าจะได้รับบริการที่ดีเยี่ยมจากวิริยะประกันภัย ถ้าพูดถึงในส่วนของศูนย์บริการหรือศูนย์ของวิริยะประกันภัยแล้ว เรียกได้ว่ามีสาขาที่ครอบคลุมเกือบ 77 จังหวัดในประเทศไทย หากเราเกิดประสบอุบัติเหตุหรือเกิดรถเสียกลางทางไม่ว่าจะเป็นที่ไหนของประเทศไทย ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ข้อดีของที่นี่ก็คือการเบิกเคลมเงินประกันนั้น สามารถทำได้เลยทันทีที่ศูนย์ซ่อมหรือสาขาย่อย

เมืองไทยประกันภัย

เมืองไทยประกันภัย

เครดิตรูปภาพ: www.woaiyn.com

ชื่อเสียงของเมืองไทยประกันภัยนั้นคงไม่ต้องอธิบายให้มากความ เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามาตรฐานของที่นี่นั้นเป็นอย่างไร โดยเมืองไทยประกันภัยนั้นมีแผนกรมธรรม์ที่ครบวงจร สามารถให้ความคุ้มครองตั้งแต่ชีวิต ทรัพย์สินต่าง ๆ รวทั้งความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับตัวรถยนต์ นอกจากนี้ เบี้ยประกันของเมืองไทยประกันภัยนั้นเริ่มต้นเพียงแค่ 1,900 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ไม่แรงจนเกินไป และในบางกรมธรรม์ยังมีเงื่อนไขสุดพิเศษและบริการเสริมอื่น ๆ รวมไว้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ยืมรถยนต์ไปใช้ในขณะที่รถยนต์ของเรานั้นรอซ่อมอยู่ หรือจะเป็นการจ่ายเบี้ยประกันเท่าเดิมทุกปีหากซื้อเป็นแบบแพ็กเกจ

สินมั่นคงประกันภัย

สินมั่นคงประกันภัย

เครดิตรูปภาพ: www.smk.co.th

ที่สินมั่นคงประกันภัยมีประกันภัยรถยนต์ให้เราได้เลือกตั้งแต่ประกันภัยชั้น 1, ชั้น 2 กับ 2+ และ 3 กับ3+ โดยประกันภัยแต่ละประเภทนั้นก็จะมีข้อดีแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น ประกันภัยรถยนต์ตามเวลาซึ่งจะเป็นประกันภัยที่เรานั้นสามารถเลือกช่วงเวลาของการคุ้มครองได้ สามารถเลือกได้ตั้งแต่ 3, 6, 9 หรือ 12 เดือน แถมยังมีเบี้ยประกันที่เป็นมิตรกับกระเป่าตังค์อีกด้วย จุดเด่นของสินมั่นคงประกันภัยก็คอื แผนกรมธรรท์ประกันภัยรถยนต์คนดีฯ ที่ประกันภัยชั้น 1 ซึ่งจะมีส่วนลดให้กับผู้เอาประกันที่มีประวัติดี หรือเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำนั่นเอง อีกทั้งยังมีบริการเสริมคอยไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การบริการช่างซ่อม ไปจนถึงบริการเติมน้ำมันแบบฉุกเฉิน

อาคเนย์ประกันภัย

อาคเนย์ประกันภัย - 320805

เครดิตรูปภาพ: www.posttoday.com

สำหรับอาคเนย์ประกันภัยจะมีการให้ความคุ้มครองที่เหนือชั้น พร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของการจัดการที่รวดเร็ว เคลมประกันไว ใช้เวลาที่ไม่นาน ที่นี่มีกรมธรรม์หลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกซื้อ ซึ่งมีการให้ความคุ้มครองตามมาตรฐานและครบวงจร แถมยังมีเงื่อนไงสุดพิเศษนั่นก็คือ งดเว้นการเสียค่าใช้จ่ายในส่วนแรก และไม่ต้องทำการตรวจสอบสภาพยถยนต์ แถมยังสามารถให้เรานั้นเลือกเองได้ว่าจะซ่อมที่ศูนย์บริการหรือซ่อมที่อู่ อาคเนย์ประกันภัยนั้นมีอู่ในเครืออยู่ประมาณ 700 กว่าแห่งทั่วประเทศไทย จึงมั่นใจได้ว่าเราจะได้รับการบริการที่รวดเร็วและสะดวกสบายอย่างแน่นนอน

ประกันภัยรถยนต์ LMG

ประกันภัยรถยนต์ LMG

เครดิตรูปภาพ: www.rabbitfinance.com

เรื่องบริการของประกันภัยรถยนต์ LMG นั้นถือเป็นที่บริษัทที่ไม่ควรมองข้าม จุดเด่นที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ มีบริการเมาไม่ขับและยังช่วยไปรับส่งให้ถึงบ้านอีกด้วย สำหรับการทำประกันภัยรถยนต์กับทาง LMG เราจะได้รับความสะดวกสบายในเรื่องของบริการที่มีให้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่ารถยนต์ของเรานั้นจะเกิดปัญหา ณ ที่ใด หรือเป็นปัญหารูปแบบใด ก็มั่นใจได้ว่าเรานั้นจะได้รับการบริการแบบครบวงจรอย่างแน่นอน โดยจะมีบริการรถลากจูง บริการจั๊มพ์แบตเตอรี่ และเหตุด่วนอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นอีกด้วย

ไทยศรีประกันภัย

ไทยศรีประกันภัย

เครดิตรูปภาพ: www.srikrungbroker.co.th

ประกันภัยรถยนต์ของไทยศรีประกันภัยนั้นมีให้เลือกซื้อแบบครบทุกประเภท นอกจากนี้ยังมีประกันภัยชั้น 1 สำหรับรถยนต์ Super Car ไว้ด้วย ที่ไทยศรีประกันภัยจะมีกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองแก่ชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอกมากถึง 1 ล้านบาท รวมทั้งออกค่ารักษาพยาบาลสำหรับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุมาก 3 แสนบาท ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบริการเสริมสุดพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีรถเสียฉุกเฉินบนท้องถนน หรือบถ้าหากต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ก็มีบริการไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ อีกด้วย

ประกันภัยรถยนต์ AIG

ประกันภัยรถยนต์ AIG

เครดิตรูปภาพ: http://www.udonautoglass.com/

ประกันภัยรถยนต์ของ AIG นั้น มีประกันภัยให้ได้เลือกซื้อทุกประเภทรูปแบบ อีกทั้งยังมีเบี้ยประกันที่ย่อมเยา ที่ AIG สามารถให้ความคุ้มครองกับเราได้ทุกรูปแบบ อีกทั้งยังให้การคุ้มครองที่ครอบคลุมในกรณีพื้นฐานทั่ว ๆ ไป ยกตัวอย่างเช่น ในประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นบาท ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังมีสายด่วนไว้คอยบริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เราได้อุ่นใจถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาบนท้องถนน ส่วนในเรื่องของบริการซ่อมนั้น เราสามารถเลือกได้เองว่าต้องการจะนำรถยนต์ไปซ่อมที่ไหน อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบมาตรฐานและการบริการของอู่ซ่อมในเครือและนอกเครือของบริษัทได้อีกด้วย

ประกันภัยรถยนต์ TOKIO MARINE

ประกันภัยรถยนต์ TOKIO MARINE

เครดิตรูปภาพ: www.wikimedia.org

ปิดท้ายกับประกันภัยรถยนต์ TOKIO MARINE โดยประกันภัยรถยนต์ของ TOKIO MARINE จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ชั้น 2+ และชั้น 3+ ซึ่งจะมีการให้ความคุ้มครองที่เต็มรูปแบบ สามารถให้การรับผิดชอบได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของค่าความเสียหายของตัวบุคคลภายนอก คุ้มครองชีวิต และคุ้มครองถึงตัวรถยนต์ของผู้ขับขี่อีกด้วย จุดเด่นที่สำคัญของประกันภัยรถยนต์จาก TOKIO MARINE ก็คือมีแผนกรมธรรม์สำหรับรถยนต์ที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย สำหรับกรณีที่เราเกิดประสบอุบัติเหตุหรือว่ารถยนต์นั้นเกิดเสียแบบกะทันหัน เราสามารถโทรแจ้งเพื่อขอรับความช่วยเหลือต่าง ๆ ได้ทันที และในเรื่องของการซ่อมนั้นก็เปิดโอกาสให้เราได้เลือกว่าจะซ่อมกับศูนย์บริการหรือจะซ่อมกับอู่ที่อยู่ในเครือของบริษัท