How to ดูแลรถยนต์ในช่วงหน้าหนาว พร้อมข้อแนะนำการขับขี่ให้ปลอดภัย

Home / Cars / How to ดูแลรถยนต์ในช่วงหน้าหนาว พร้อมข้อแนะนำการขับขี่ให้ปลอดภัย
ใกล้ฤดูหนาวและวันหยุดยาวเข้ามาทุกที หลายคนก็คงมีแพลนจะกลับบ้านหรือไปเที่ยว และหนึ่งในที่ท่องเที่ยวยอดนิยมก็คือแถบภาคเหนือ เพราะเหมาะจะเที่ยวในช่วงที่อากาศหนาวที่สุด แต่การจะขับรถขึ้นเหนือหรือในช่วงฤดูหนาวนั้น ก็จำเป็นจะต้องดูแลรถยนต์ให้พร้อมที่สุด และต้องใช้การขับขี่ที่ระมัดระวังอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ Mottoraka จึงได้นำสาระเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์ช่วงหน้าหนาว…

ใกล้ฤดูหนาวและวันหยุดยาวเข้ามาทุกที หลายคนก็คงมีแพลนจะกลับบ้านหรือไปเที่ยว และหนึ่งในที่ท่องเที่ยวยอดนิยมก็คือแถบภาคเหนือ เพราะเหมาะจะเที่ยวในช่วงที่อากาศหนาวที่สุด แต่การจะขับรถขึ้นเหนือหรือในช่วงฤดูหนาวนั้น ก็จำเป็นจะต้องดูแลรถยนต์ให้พร้อมที่สุด และต้องใช้การขับขี่ที่ระมัดระวังอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ Mottoraka จึงได้นำสาระเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์ช่วงหน้าหนาว พร้อมทั้งแนะนำการขับขี่อย่างปลอดภัยมาฝากกันครับ ตามมาดูพร้อมกันเลย

ดูแลรถยนต์ในช่วงฤดูหนาว

ก่อนจะเดินทางไกลปกติแล้วก็จะต้องทำการตรวจสภาพรถอยู่แล้ว หาอ่านได้เพิ่มเติมใน เตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทางไกล แต่ในส่วนของการเดินทางช่วงฤดูหนาว อาจจะต้องมีจุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษนอกเหนือจากการเช็คสภาพรถหรือเตรียมตัวทั่วไป หลัก ๆ มีดังนี้ครับ

1. เช็คน้ำยาฉีดกระจก

หากเป็นช่วงฤดูฝน เราก็มักจะเปิดเพื่อปัดน้ำมันอยู่บ่อยครั้ง หรือแม้แต่ในอากาศร้อนก็อาจจะฉีดกระจกและปัดเพื่อให้รถเย็นลงได้ ในส่วนของฤดูหนาวจะถูกใช้เพื่อปัดเอาฝุ่นหรือซากแมลงตายแล้วที่ติดหนึบอยู่บนกระจกหน้าออกไป และใช้ปัดชะล้างน้ำค้างที่เกาะอยู่กระจกหน้ารถจนมัวมองอะไรก็ไม่เห็น ดังนั้นก่อนจะเดินทางก็ควรเช็คน้ำยาฉีดกระจกว่ายังเหลืออยู่หรือเปล่า หากหาซื้อน้ำยาไม่ทันก็อาจจะใช้น้ำเปล่าแทนได้เหมือนกันครับ

2. เช็คระบบไล่ฝ้า

ระบบไล่ฝ้า เป็นสิ่งจำเป็นในรถทุกคัน เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น มีลักษณะเป็นเส้นลวดที่ทำมาจากนิเกิลหรือทองแดง โดยฝังอยู่บนผิวหน้าของกระจก เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าไปที่ขดลวด จะก่อให้เกิดความร้อนที่กระจก ทำให้หยดน้ำที่เกิดขึ้นบนกระจก ระเหยไป ทำให้มองผ่านกระจกได้อย่างชัดเจน ดังนั้นจะมีความจำเป็นมากในบริเวณที่มีอากาศหนาว มีหมอก จะทำให้กระจกรถเกิดฝ้าได้ง่าย ๆ การมีอุปกรณ์นี้ก็จะช่วยทำให้มีทิศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ แต่ก่อนที่เราจะเดินทางก็ต้องเช็คระบบไล่ฟ้าว่าสมบูรณ์หรือไม่ ทำด้วยการทดลองเปิดใช้งานระบบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตรวจดูว่าระบบทำงานปกติหรือไม่ ถ้ามีจุดใดเสียก็ให้รีบซ่อมแซมเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อความปลอดภัยครับ

3. ระบบเบรก

จริง ๆ ระบบเบรกสำคัญต่อการขับขี่ทุกครั้ง ไม่ใช่แค่การขับรถในช่วงฤดูหนาว แต่ที่อยากจะให้ความสนใจจุดนี้มาก ๆ ก็คือ ด้วยความที่จะต้องขับรถขึ้นเขา อาจจะมีทางลาดชัน ทางแคบ ทางอันตราย หากระบบเบรกเกิดปัญหา อาจจะทำให้เกิดอันตรายมากกว่าการขับรถบนทางราบปกติได้ครับ โดยหลัก ๆ ก็เช็คส่วนต่าง ๆ ของเบรก เช่น ดูว่าผ้าเบรกว่าเหลือมากน้อยขนาดไหน จานเบรกว่าสึกลึกลงมากมั้ยหรือจานเบรกว่ามีความคดหรือไม่ แล้วน้ำมันเบรกว่าเหลือเท่าไหร่ถ้าน้อย หากเหลือน้อยก็ให้เติมลงไป และควรทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกปีละครั้ง เพื่อไล่ความชื้น และทำให้เบรกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีที่สุด

Cr : www.travelers.com

4. เช็คสัญญาณไฟรอบคัน

ไม่ว่าจะเป็นไฟเลี้ยว ไฟเบรก และไฟตัดหมอก ควรอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เพราะว่าผู้ขับขี่ไม่ได้มีแค่เรา แต่ยังมีคนอื่น ๆ ร่วมเส้นทางอีกมากมาย สัญญาณไฟต่าง ๆ จึงสำคัญมาก ๆ ไม่ว่าจะเลี้ยวหรือทำอะไรก็ต้องให้สัญญาณต่างๆ ทุกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อาจมีหมอกลงจัดในบางช่วง ทัศนวิสัยการมองเห็นจะลดน้อยลงอย่างมาก ดังนั้นหากพบว่าระบบสัญญาณไฟส่วนไหนมีปัญหาก็ควรรีบเปลี่ยนทันทีเลยครับ

5. อย่าลืมเช็คแบตเตอรี่รถ

ต้องบอกก่อนว่าทั้งอากาศที่ร้อนหรืออากาศหนาวมาก ๆ ย่อมส่งผลไม่ดีต่อสารตะกั่วและกรดในแบตเตอรี่ได้เหมือนกัน ทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ สำหรับอากาศหนาวที่ส่งผลต่อแบตเตอรี่รถยนต์ จากข้อมูลที่แสดงในอุตสาหกรรมการผลิตได้ระบุไว้ว่าอากาศที่หนาวมาก ๆ สามารถทำให้บรรจุของแบตเตอรี่ตะกั่วลดลงได้ถึง 20% ดังนั้นเมื่อมีการสตาร์ทรถในอากาศหนาวเลยส่งผลให้จำนวนกระแสไฟฟ้าที่มากเกินกว่าปกติเนื่องจากน้ำมันเครื่องในมอเตอร์เหนียวขึ้น สุดท้ายกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์ หมดไวในช่วงอากาศหนาวได้ ดังนั้นก่อนเดินทางควรเช็คให้ดี หรือแม้แต่ระหว่างที่เดินทางก็ลองเช็คดูเรื่อย ๆ ก็ดีเหมือนกันครับ

ข้อแนะนำการขับรถท่องเที่ยวฤดูหนาวอย่างปลอดภัย

Cr : www.whichcar.com.au

ปลายปีใกล้เข้ามาแล้ว ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวนักแล โดยเฉพาะช่วงปลายปี อากาศดี ๆ หลายคนก็อยากจะขึ้นเหนือขึ้นเขาไปชมความงามของธรรมชาติ แต่ว่าการขับรถในช่วงฤดูหนาว แล้วยังต้องขึ้นเขา และแถบจังหวัดที่อากาศเย็น มีหมอก จะต้องระมัดระวังอย่างมาก อยากให้เพื่อน ๆ ทำตามเคล็ดไม่ลับที่มาฝากกัน ดังนี้ครับ

1. วอร์มเครื่องยนต์ก่อนเดินทาง

ในช่วงอากาศหนาว ๆ หรือในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะช่วงเช้าที่อากาศเย็นกว่าปกติ เครื่องยนต์ทั่วไป (ทั้งในส่วนของเบนซินและดีเซล) อาจจะมีสภาพไม่พร้อมใช้ในทันที พวกน้ำมันหล่อลื่นเหนียวหนืดขึ้น ก็ไม่ได้ต่างจากร่างกายของเราในวันที่อากาศหนาว ดังนั้นจะออกเดินทาง ควรมีการวอร์มเครื่องยนต์ก่อนเพื่อให้เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่น ตลอดจนชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังช่วยยืดอายุการใช้งานรถยนต์ได้อีกด้วยครับ

2. ไม่ต้องรีบ ขับด้วยความเร็วพอเหมาะปลอดภัยกว่า

แน่นอนว่าในช่วงฤดูหนาวของภาคเหนือ เส้นทางต้องขึ้นเขา จะทำให้มีหมอกปกคลุมมากกว่าปกติ อีกทั้งสภาพถนนอาจจะชื้นและลื่นได้ ดังนั้นแทนที่จะใช้ความเร็วสูง ควรขับให้ชาลง ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่หากหมอกจัดมาก ๆ ก็ควรลดความเร็วลงมาที่ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะหากเกิดพบเจอสิ่งกีดขวาง หรือรถสวนเกินเลนมา จะได้ตั้งตัวและหลบได้ทัน ไม่เช่นนั้นจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายครับ

3. เจอหมอกหนัก จำเป็นต้องจอด

เมื่อพบว่าหมอกหนามากจนเกินไป ต่อให้ใช้ไฟตัดหมอกก็แทบจะช่วยไม่ได้ แทบจะไม่เห็นทาง ทั้งหมอกและละอองฝ้าเกาะตามกระจกรอบคันเป็นอุปสรรคต่อการขับขี่อย่างมาก ควรจะจอดรถพักก่อนดีกว่าครับ หาจุดพักจอดรถที่ปลอดภัยหรือริมทาง พร้อมกับเปิดไฟหน้ารถเตือนเอาไว้ เพื่อให้เพื่อนร่วมเส้นทางได้เห็นรถของคุณ จะช่วยป้องกันอันตรายได้ดีในระดับหนึ่งเลยครับ

Cr : www.whichcar.com.au

4. อย่าลืมคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง

ไม่ว่าจะเป็นคนขับ คนนั่งข้าง ๆ ผู้โดยสารด้านหลัง ก็ควรจะคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน หากมีเด็กเล็กควรจะใส่คาร์ซีทสำหรับเด็ก มีที่ยึดอย่างปลอดภัย เพราะหากมีเหตุต้องเบรกฉุกเฉิน หรือการอุบัติเหตุ การคาดเข็มขัดก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างมากครับ

5. ใช้เกียร์ตามความเหมาะสมกับเส้นทาง

ในแต่ละพื้นที่และในแต่ละสภาพถนน จะมีการใช้เกียร์ที่เหมาะสมแตกต่างกัน หากเป็นถนนพื้นรายทั่วไป ก็อาจจะจับด้วยเกียร์ 3 เกียร์ 4 แต่หากเป็นการขับรถขึ้นเขาหรือมีพื้นที่ลาดชัน หรือมีโค้งด้วย ควรจะขับด้วยเกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 จะเหมาะสมกว่าครับ

6. ชะลอความเร็วก่อนเข้าโค้ง พร้อมให้สัญญาณไฟ

เส้นทางโค้งมักง่ายต่อการเกิดอุบัติเหตุ และอาจจะเกิดการแหกโค้งได้หากไม่ระวัง โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว มีหมอก ถนนลื่น ก่อนอื่นเลยให้ชะลอเมื่อใกล้ถึงโค้ง แล้วเปิดสัญญาณไฟให้รถที่อาจจะกำลังสวนมาได้รับรู้ว่ามีรถของคุณอยู่ แล้วค่อย ๆ ชะลอขับไปช้า ๆ และที่สำคัญห้ามปลดเกียร์ว่างและเบรกรถกะทันหันอย่างเด็ดขาด เพราะทำให้รถเสียหลักแหกโค้งได้ครับ

Cr : www.whichcar.com.au

จากที่เอ่ยมาทั้งหมดนี้ จะพบว่าไม่ว่าคุณจะขึ้นเหนือหรือล่องใต้ แต่หากเตรียมความพร้อมให้ดี ทั้งความพร้อมทางร่างกาย ความพร้อมทางจิตใจและมีสติ ไม่ประมาท พร้อมทั้งดูแลรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมที่สุด ก็จะทำให้คุณปลอดภัยทุกการเดินทางมากกว่า 90% แล้วครับ สุดท้ายนี้ขอให้เพื่อน ๆ ชาว Mottoraka ไปเที่ยวให้สนุก และปลอดภัยตลอดเส้นทางเลยนะครับ


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น 

Advertisement

Advertisement