สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง

Home / Cars / สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง
Image: Autoportal ความชอบในการขับขี่รถยนต์ของแต่ละคนนั้นอาจจะแตกต่างกัน แต่จะขาดไปไม่ได้เลยคือการที่ได้ขับรถกินลมชมวิวเพลิน ๆ ไปด้วยการเปิดกระจก หรือซันลูปรับบรรยากาศภายนอกอย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริงส่วนใหญ่การขับในเมืองมักจะไม่ค่อยได้ขับกันแบบนี้สักเท่าไร เพราะมีทั้งฝุ่นควันที่เยอะและการจารจรที่ติดขัด ไม่เอื้ออำนวยเองก็ตาม…

Image: Autoportal

ความชอบในการขับขี่รถยนต์ของแต่ละคนนั้นอาจจะแตกต่างกัน แต่จะขาดไปไม่ได้เลยคือการที่ได้ขับรถกินลมชมวิวเพลิน ๆ ไปด้วยการเปิดกระจก หรือซันลูปรับบรรยากาศภายนอกอย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริงส่วนใหญ่การขับในเมืองมักจะไม่ค่อยได้ขับกันแบบนี้สักเท่าไร เพราะมีทั้งฝุ่นควันที่เยอะและการจารจรที่ติดขัด ไม่เอื้ออำนวยเองก็ตาม แต่สำหรับคนที่มีความชื่นชอบ หลงใหลรถสปอร์ตสุดหรู ที่มีราคาค่อนข้างสูง มีสมรรถนะการใช้งานที่ดีเยี่ยมมาพร้อมดีไซน์ที่ดูสปอร์ตและมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมที่สามารถเปิดประทุนเพิ่มความอลังการให้กับรถได้นั้น ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนใจความชื่นชอบรถสปอร์ตแบบเปิดประทุนนี้ลงได้ ดังนั้นเราจะพามาชม สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมองในบทความนี้

รุ่นที่ 1 MINI JCW Convertible

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 1 - 55305

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 2 - 55305

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 3 - 55305

Image: Mini Thailand

ตัว MINI JCW Convertible (มินิ เจซีดับเบิลยู คอนเวอร์ทิเบิล) นั้นเป็นรถเปิดประทุนเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของ Mini Convertible โดยใช้พื้นฐานของเครื่องยนต์และฟังก์ชันต่าง ๆ แบบเดียวกับรุ่น 3 ประตู hatchback ที่เป็นหลังคาแข็ง แต่แตกต่างกันตรงที่ในส่วนของหลังคาในรุ่นเปิดประทุนนั้นจะเป็นชุดหลังคาแคนวาสที่สามารถเปิดรับลมได้ จนถึงส่วนของพื้นที่เก็บของที่ฝากระโปรงท้ายรถ ด้านดีไซน์ภายนอกมากับกระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อม MINI Excitement Package ไฟ Projector Len ลายโลโก้ MINI ไฟหน้า S แบบ LED พร้อม Daylight และไฟท้ายแบบ LED ลายธง Union Jack พร้อมด้วยหลังคา Soft-Top ลาย MINI Yours Union Jack

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 5 - 55305

Image: Mini Thailand

ด้านภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำ Carbon Black / Piano Black แบบ John Cooper Works  มาพร้อมเบาะนั่งคู่หน้าสไตล์สปอร์ตหุ้มด้วยหนังสีดำลาย JCW พร้อม Carbon Black  บริเวณคอนโซล สามารถปรับระดับสูงต่ำบริเวณเบาะนั่งคนขับได้ พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง Storage Compartment Package และติดตั้งอุปกรณ์พร้อมด้วยฟังก์ชันสำหรับอำนวยความสะดวกและความบันเทิงที่จัดมาไว้ให้ใช้งานกันอย่างครบถ้วน

MINI JCW Convertible ใช้เครื่องยนต์ MINI TwinPower Turbo  4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร เร่งความเร็วจาก 0-100 km/h ภายใน 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ก็ถือว่าเป็นรถที่สมรรถนะในระดับที่ดีเลยทีเดียวเหมาะกับการขับริมทะเลไม่น้อย ทั้งการดีไซน์กะทัดรัดและยังเป็นรถที่ขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพเหลือเฟือ สนนราคาที่ 3.438 ล้านบาท

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 7 - 55305

Image Mini Thailand

รุ่นที่ 2 BMW Z4 M40i M-Sport

p90318597 highres - 55305

Image : EVO

p90318584 highres - 55305

Image : EVO

p90318581 highres - 55305

Image: EVO

p90318587 highres - 55305

Image: EVO

BMW Z4 (บีเอ็มดับเบิลยู แซด 4 หรือ ซี 4) เป็นรถสปอร์ตแบบโรดสเตอร์ (Roadster) ที่ในโฉมใหม่นั้นมีความโฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเก่า โดยยังคงเอกลักษณ์ความเป็นโรดสเตอร์รถเปิดประทุนด้วยตัวถังเปิดประทุนแบบสองที่นั่ง มาพร้อมหลังคาผ้าใบที่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้า โดยสามารถเปิด-ปิดได้ในเวลาเพียง 10 วินาทีด้วยปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น พร้อมรองรับการเปิด-ปิดในขณะขับขี่ได้ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์ภายนอกก็ยังคงมาพร้อมกับกระจังหน้าทรงไตคู่ดีไซน์ใหม่แบบ พร้อมด้วยไฟหน้า LED และช่องรับลมขนาดใหญ่บริเวณซุ้มล้อหน้า โฉบเฉี่ยวด้วยสปอยเลอร์ด้านหลังที่ออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งของฝากระโปรงท้าย

p90318575 highres - 55305

Image : EVO

p90318574 highres - 55305

Image : EVO

ภายในมาพร้อมเบาะนั่ง M Sport สำหรับคนขับและผู้โดยสารแถวหน้า โดยสามารถปรับเบาะนั่งให้เหมาะกับขนาดร่างกายได้อย่างสะดวกสบายด้วยระบบปรับความกว้างของพนักพิงหลัง พร้อมด้วยชุดไฟ Ambient Light ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสาร โดยสามารถเลือกปรับได้ถึง 11 แบบและเปลี่ยนได้ 6 สี นอกจากนี้ก็ยังมีระบบไฟ Contour และ Ambient light ที่แผงหน้าปัด ขอบประตู และคอนโซลกลางด้วยเช่นกัน

BMW Z4 2019 มีให้เลือกเป็นเจ้าของใน 2 รุ่น ได้แก่ BMW Z4 sDrive30i มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร 1,998 cc. TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,550 – 4,400 รอบต่อนาที และ BMW Z4 M40i มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร 2,998 cc. TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ที่ 5,000 – 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 4,500 รอบต่อนาที โดยทั้ง 2 รุ่นก็จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ และส่งกำลังผ่านล้อคู่หลังทั้งสองรุ่นของ BMW Z4 M40i จะมีราคาอยู่ที่ 3.99-4.99 ล้านบาท หากสนใจก็เป็นตัวเลือกที่ดีรุ่นหนึ่งเลยที่เดียวสำหรับคนชอบความกะทัดรัดและต้องการหาความเป็นรถเปิดประทุนที่โล่งสบายและเป็นรถยอดนิยม

p90318576 highres 1 - 55305

Image: EVO

รุ่นที่ 3 The new Porsche 911 Targa 4s  992

porshce1 - 55305

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 16 1024x576 1 - 55305

Image: Porsche Media

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 17 1024x609 1 - 55305

Image: Porsche Media

porsche2 1 - 55305

รถที่ออกแบบในการเปิดประทุนแปลก ๆ แต่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นนั่นคือ Porsche 911 Targa 4s 992 (เดอะ นิว ปอร์เช่ 991 ทาร์ก้า 4เอส 992) ซึ่งสำหรับ Porsche 911 Targa 4s 992 เป็นรถเปิดประทุนแบบยึดด้วยนวัตกรรมสุดล้ำของตัวถังทาร์กา (Targa) ซึ่งจะติดตั้งระบบหลังคาอัตโนมัติควบคุมการทำงานของหลังคาประทุน แนวหลังคาทรงโค้งที่สามารถ เปิดรับสัมผัสแห่งธรรมชาติได้บริเวณเบาะนั่งคู่หน้าทอดตัวโอบล้อมครอบคลุมจรดบานกระจกบังลมหลังสั่งการเปิดและปิดได้อย่างสะดวกสบายภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพียง 19 วินาทีเท่านั้น ทั้งนี้ 911 Targa 4s แสดงออกถึงความเป็นยนตรกรรมสปอร์ตสายพันธุ์แท้ของรุ่นหลังคาปกติอย่าง  911 Carrera โดยไม่มีขาดตกบกพร่อง

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 18 - 55305

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 19 - 55305

Image: Porsche Media

ภายในห้องโดยสารก็ยังคงมาพร้อมแผงเบี่ยงลมแบบไฟฟ้าเช่นเดียวกับรุ่นที่แล้ว ทำให้สามารถลดการไหวเวียนของลมภายในห้องโดยสารในขณะที่เปิดหลังคาและมีการขับขี่ในย่านความเร็วสูง ภายในสามารถปรับเปลี่ยนสีเบาะรวมถึงออพชันตัวเบาะได้ตามใจ แต่ด้วยความสบายที่ได้รับนั้น จะใช้ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะส่วนต่าง ๆ ที่ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารต้องสัมผัสกับรถ  อีกทั้งมีระบบ PCM : Porsche Communication Managementระบบนำทาง Online Navigation Module เป็นออพชั่นมาตรฐานที่ติดตั้งไว้

Porsche 911 Targa 4S ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 450 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ PDK แบบ 8 สปีด โดยสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 304 km/h และยังสามารถเลือก Sport Chrono Package ที่มีระบบ Launch Control ช่วยลดเวลาในการเร่งความเร็วลงได้อีก 0.2 วินาที มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะคลัตช์คู่ (PDK) 8 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา all-wheel drive Porsche Traction Management (PTM) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วน Porsche 911 Targa 4S ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 13.45 ล้านบาท (ไม่รวมออพชั่นเพิ่มเติม)

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 20 - 55305

Image: Porsche Media

รุ่นที่ 4 Bentley Continental GT Convertible W12

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 21 1024x595 1 - 55305

Image: Bentley MotorsBentley GTC Cricket Ball 1920x670 2 - 55305

Image: Bentley Motors

Bentley Continental GT convertible (เบนท์ลี่ย์ คอนติเนนตัล จีที คอนเวอร์ทิเบิล) เปิดตัวมาด้วยดีไซน์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ พร้อมติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ W12 ขนาด 6.0 ลิตร กำลังสูงสุด 635 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที สามารถทำอัตราเร่งสูงสุดจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 3.8 มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 333 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถือว่าทำตัวเลขอัตราเร่งออกมาได้น่าสนใจทีเดียว สำหรับรถขนาดใหญ่

ด้านรูปทรงตัวถังกับรุ่น W12 พร้อมกรอบตัวอักษรเพื่อบ่งบอกความเป็นที่สุดแห่งพลัง รวมถึงแต่งปลายท่อไอเสียสี่อันด้านหลัง โดยในรุ่น convertible จะมาพร้อมกับล้อขนาด 20 นิ้ว แบบ 10-spoke ซึ่งสามารถเลือกเป็นล้อขนาด 22 นิ้วได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกระบุสีที่ต้องการเป็นพิเศษได้อีกด้วย รวมถึงมีสีหลังคาผ้าให้เลือก 7 เฉด สำหรับรุ่น convertible ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เราสามารถ Personalized กับทุกส่วนในรถได้เลยทีเดียว

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 23 - 55305

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 24 - 55305

Image: Bentley Motors

ภายในประกอบด้วยเบาะหนังแบบตัดพิเศษเป็นลาย Diamond Cut เสริมความพิถีพิถันและความสะดวกสบายพร้อมเบาะหนังด้านหลังเป็น 4 ที่นั่ง แบบปรับไฟฟ้า ที่เดินทางไปได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมรับลมเย็นและระบบความบันเทิงที่ล้ำหน้าเช่น  Driver-focused instrument panel แผงหน้าปัทม์ดิจิตอลเต็มรูปแบบ และ Bentley Rotating Display เป็นหน้าจอแสดงผลสำหรับการสื่อสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง พร้อมปรับเปลี่ยนได้ถึงสามรูปแบบ สามารถปิดหน้าจอด้วยแผงลายไม้แท้กลมกลืนเรียบเนียนหรือเติมแต่งความสวยหรูมีระดับด้วยชุดเกจวัดทรงกลมแบบเข็มสามช่องสไตล์คลาสสิก เสริมความหรูหราอย่างสูงสุด ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่จัดเต็มให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องห่วงกับการเดินทางเลยแม้แต่น้อย ส่วนด้านราคาก็เริ่มต้นที่ 21.5 ล้านบาท (ไม่รวมออพชั่นเพิ่มเติม) ก็เป็นราคาที่คุณสามารถมองหาได้รถที่สมรรถนะเต็มเปี่ยมพร้อมความหรูหราที่ไปได้พร้อมกัน

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 25 - 55305

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 26 - 55305

รุ่นที่ 5 Ferrari SF90 spider

สุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 27 - 55305

Cr. Ferrariสุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 28 - 55305

Image: Ferrari

และก็มาถึงอันดับที่รอคอยที่เป็นสุดยอดรถเปิดประทุนที่มอบทั้งความแรง ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด รวมถึง การขับขี่ที่เป็นเลิศ นั่นคือ ม้าลำพองรุ่นที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือ Ferrari SF90 Spider (เฟอร์รารี่ เอสเอฟ 90 สไปเดอร์) โดยงานออกแบบโดยรวมของ SF90 Spider จะไม่ต่างจาก SF90 Stradale แต่ตัวรถมาพร้อมกับหลังคาแข็งพับไฟฟ้า หรือ Retractable hardtop ที่เฟอร์รารี่ยังระบุว่า หลังคาของ SF90 Spider มีเสียงรบกวนน้อยมาก และสามารถปกป้องผู้โดยสารจากสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดีเมื่อปิดหลังคา สามารถเปิด-ปิดได้รวดเร็วภายในเวลาเพียง 14 วินาทีและใช้พื้นที่เพียง 100 ลิตรในการจัดเก็บ ซึ่งนับว่าน้อยกว่าหลังคาทั่วไปที่ต้องการพื้นที่ประมาณ 150 – 200 ลิตร และยังมีน้ำหนักเบากว่าหลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ทั่วไปราว -40 กก. และสามารถทนความเร็วสูงได้มากโดยที่หลังคาไม่เสียรูปอีกด้วย และยังนับเป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นแรกของเฟอร์รารี่ด้วย เป็นสปอร์ต PHEV มีพละกำลังที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร รหัส F154CD อัดอากาศด้วยทวิน-เทอร์โบชาร์จ เครื่องยนต์ทำหน้าที่หมุนล้อคู่หลังด้วยกำลังสูงสุด 780 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 81.5 กก.-ม. ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยมอเตอร์ไฟฟ้าตัวแรกติดตั้งเอาไว้ตรงกลางระหว่างเครื่องยนต์และชุดระบบส่งกำลัง อีก 2 ตัวติดตั้งที่เพลาหน้า ทำหน้าที่หมุนล้อคู่หน้า ในการขับขี่มีฟังก์ชัน Torque Vectoring ช่วยกระจายแรงบิดระหว่างล้อคู่หน้า ซึ่งเฟอร์รารี่ใช้ชื่อทางการค้าว่า “RAC-e” หรือ Rotation Axis Control-electric ทำหน้าที่ดึงกำลังสูงสุดเฉพาะมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้ารวม 220 แรงม้า เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟภายใน 1 ชม. มีระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรก มาพร้อมระบบส่งกำลังใหม่เป็นแบบดูอัล-คลัตช์ DCT 8 จังหวะ ทำให้รถรุ่น SF90 Spider เคลมตัวเลขพละกำลังรวมกันอยู่ที่ 1,000 แรงม้าเลยทีเดียว (PS หรือ 986 HP) นับว่าแรงที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาเลย พร้อมกับ อัตราเร่ง 0-100 ในเวลาเพียง 2.5 วินาทีเท่านั้น และ 0-200 เพียง 7 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 340 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในของ SF90 Spider นั้นแผงแดชบอร์ดและอุปกรณ์ต่าง ๆ นั้นเน้นความล้ำยุคมากขึ้น ในยามที่ไม่ได้ติดเครื่องยนต์/ระบบไฮบริด หน้าจอต่าง ๆ จะดำสนิท แต่เมื่อกดปุ่มสตาร์ท ปุ่มและหน้าจอต่าง ๆ ก็จะติดขึ้นมาพร้อมลูกเล่นแสงสี แม้ภายในจะมีขนาดเล็กแบบซูเปอร์คาร์สองที่นั่ง แต่พื้นที่สำหรับวางขาตามแนวขวางเหลือเฟือเพราะไม่โดนคอนโซลกลางเบียดบัง รวมถึงสวิตช์ควบคุมเกี่ยวกับการขับขี่ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่เน้นมากที่สุด ก็จะถูกติดตั้งไว้บนพวงมาลัย ลูกเล่นของ SF90 Spider คือสวิตช์ปรับโหมด Emanettino ที่สามารถบิดเลือกโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 แบบ Wet, Sport, Race, CT-Off, ESC Off และการขับแบบ โหมดต่าง ๆ Hybrid, Performance, Qualify หรือ eDrive แบบพลังงานไฟฟ้าล้วนล้อคู่หน้าก็เลือกสามารถแล่นรถในโหมดนี้ได้ไกลถึง 25 กิโลเมตร พร้อมทั้ง Touch switch ที่ด้านท้ายก็ได้ ปุ่มสตาร์ทอยู่ใต้โลโก้ม้าลำพอง และระบบจอต่าง ๆ ควบคุมจากสวิตช์แบบแตะสไลด์นิ้วเท่านั้น

ส่วนเบาะนั่งออกแบบขึ้นด้วยสไตล์ Racing Seat พร้อมด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ตที่โอบกระชับไม่ให้ลำตัวโยนไปโยนมาขณะเข้าโค้ง รวมถึงตำแหน่งนั่งขับที่ต่ำให้ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับรถ มาพร้อมกับระบบ Memory Seat ถึง 3 ตำแหน่งด้วยกัน และทำให้การขับขี่แบบเปิดประทุนก็ทำได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นรถที่สร้างมาเพื่อให้เป็นสุดยอดรถเปิดประทุนโดยแท้จริงสุดยอดรถเปิดประทุน 5 รุ่นที่คุณต้องเหลียวมอง 29 - 55305

Image: Ferrari

สำหรับราคาค่าตัวของ Ferrari SF90 Spider เริ่มต้นที่ราว ๆ 42.5 หรือ 43 ล้านบาท(ยังไม่รวมออพชั่นเพิ่มเติม) เพิ่มไปจาก SF90 Stradale และทางบริษัทมีการรับประกันฟรี 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และการดูแลบำรุงรักษาฟรี 7 ปี โดยบริการจากทีมช่างผู้ชำนาญการด้วยเครื่องมือตามมาตรฐานจากโรงงานเฟอร์รารี่ประเทศอิตาลี รับรองเลยว่าไม่เพียงความคุ้มค่าที่จ่ายแต่เป็นการแลกกับประสบการณ์ขับขี่ที่ดีมากที่หาไม่ได้จากรถเปิดประทุนรุ่นอื่น ทั้งสมรรถนะ ความทันสมัย และ ความสะดวกสบาย ไม่มีใครเหมือนและสะดุดตานอกจากรุ่นนี้อย่างแน่นอน

และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 รุ่นรถเปิดประทุนจากแบรนด์ที่ส่วนใหญ่ชื่นชอบและมีความโดดเด่นที่สุดในยุค ที่เราได้ทำการคัดสรรเอามาฝากกันแบบเน้นๆ สำหรับผู้ที่รักการเดินทางที่ต้องการชื่นชมทั้งสายลมและแสงแดด ทั้งแบบไปแบบกะทัดรัด หรือ ไปแบบหลายคนได้ ก็ต้องการหารถที่ให้ทั้งการเดินทางสะดวกสบาย รวมถึงสมรรถนะที่มีมากพอ และการใช้งานที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายและนอกจากนี้รถเปิดประทุนรุ่นอื่น ๆ ค่ายรถยนต์อีกจำนวนมากที่ทยอยเปิดตัวรถเปิดประทุนเพื่อทำตลาดก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไปตามการออกแบบ สุดท้ายการซื้อรถก็ขึ้นอยู่กับกำลังซื้อและความชื่นชอบของแต่ละคน