ลัดเลาะไปตามทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

Home / Cars / ลัดเลาะไปตามทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
หากว่าคุณนั้นกำลังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ ที่มุ่งหน้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวอันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่จะทำครอบครัวและคนที่คุณรักนั้นได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน วันนี้ Motto RAKA ก็จะขอแนะนำกับเส้นทางที่จะพาคุณลัดเลาะจากเมืองหลวงสู่สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเหล่านี้กัน…

หากว่าคุณนั้นกำลังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ ที่มุ่งหน้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวอันน่าตื่นตาตื่นใจ ที่จะทำครอบครัวและคนที่คุณรักนั้นได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน วันนี้ Motto RAKA ก็จะขอแนะนำกับเส้นทางที่จะพาคุณลัดเลาะจากเมืองหลวงสู่สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเหล่านี้กัน ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางกันได้เลย!

“เฉลิมบูรพาชลทิต” เพลิดเพลินกับถนนเลียบชายทะเลที่มาพร้อมวิวสวยสะกดใจ

image004 3 - 68717

ขับรถยนต์จากกรุงเทพฯ ไปตามทางพิเศษมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7) ออกทางด่านบ้านบึง จ.ชลบุรี (หมายเลข 344 และ 3471) เพื่อมุ่งหน้าต่อไปยังเมืองแกลง จ.ระยอง จากนั้นขับเข้าเส้นเลียบริมทะเลระยอง-จันทบุรี ตลอดความยาว 80 กิโลเมตร จะพบกับความสวยงามของถนนเลียบชายทะเลที่มาพร้อมวิวสวยสะกดใจ ซึ่งถนนสายนี้มีชื่อว่า “เฉลิมบูรพาชลทิต”

ถนนเลียบชายทะเลแห่งนี้จะลัดเลาะอ่าวไทยตั้งแต่ อ.แกลง จ.ระยอง ยาวไปจนถึง อ.ขลุง จ.จันทบุรี ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้นจากกรุงเทพฯ เสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวของถนนสายนี้อยู่ที่ทัศนียภาพอันงดงามคดเคี้ยวเลี้ยวเลาะไปชายหาด นอกจากนี้ยังมีแลนด์มาร์คที่น่าสนใจของถนนสายนี้ นั่นก็คือ อ่าวคุ้งวิมาน ในเขต อ.นายายอาม จ.จันทบุรี มีเนินชมวิวที่ยื่นออกไปในทะเล ซึ่งเรียกกันว่า เนินนางพญา


นั่งเรือเดินตลาดสุด Unseen ที่ “สมุทรสงคราม”


image005 4 - 68717

จ.สมุทรสงคราม ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มากไปด้วยสถานที่สุด Unseen เริ่มกันด้วยตลาดน้ำอัมพวาอันโด่งดัง ที่จะพบกับชาวบ้านนำของจากสวนของตนมาขายกันบนเรือ ต่อกันด้วยดอนหอยหลอด ณ สันดอนปากน้ำแม่กลอง จะพบกับหอยนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นหอยหลอด หอยลายและหอยแครง

ปิดท้ายด้วยแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างก็อยากมาสัมผัส นั่นก็คือ ตลาดร่มหุบ เอกลักษณ์ของตลาดนี้ก็คือการขายที่ติดชิดขอบรางรถไฟสายแม่กลองและเมื่อมีรถไฟกำลังจะเข้าชานชาลา บรรดาแม่ค้าทั้งหลายก็จะพร้อมกันหุบร่มเก็บของเพื่อให้รถไฟได้แล่นผ่านไป ถือว่าเป็นตลาดที่เสี่ยงอันตรายพอสมควร

การมาเที่ยว จ.สมุทรสาคร นั้นง่ายมาก ขับรถชิล ๆ จากกรุงเทพฯ บนถนนธนบุรี-ปากท่อ (หมายเลข 35) จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 65 ที่อ.เมืองสมุทรสงคราม แล้วเลี้ยวซ้ายไป 2 กิโลเมตรจะถึงดอนหอยหลอด หากเลี้ยวขวาไป 1 กิโลเมตรเข้าตัวเมืองสมุทรสงครามและตลาดหุบร่ม

“สระแก้ว” ที่ไม่ได้มีแค่ตลาดโรงเกลือ

image006 1 - 68717

Cr: https://www.matichon.co.th/


หลายคนเมื่อพูดถึง “สระแก้ว” ก็จะพากันนึกถึงตลาดโรงเกลือ ศูนย์สินค้านานาชนิด แต่ถ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen แล้ว สระแก้วก็ถือว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว และยังเป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาอีกด้วย

จ.สระแก้วนั้นเป็นที่ตั้งของ “ปราสาทสด๊กก๊อกธม” โบราณสถานอันเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 15-16 ใช้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อในลัทธิศาสนาฮินดู นอกจากนี้ยังมี “ละลุ” ที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่มีการพังทลายของดินและหินทรายซึ่งถูกกัดเซาะโดยน้ำฝน คล้ายกับ “แพะเมืองผี” ที่จ.แพร่ เสน่ห์อีกอย่างของจ.สระแก้ว คือ การชมธรรมชาติที่สวยงาม โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคมจะมีฝูงของ “นกงู” หรือ “นกอ้ายงั่ว” ที่อพยพมาจากประเทศออสเตรเลีย

สำหรับใครที่สนใจอยากจะจัดทริปที่จ.สระแก้ว ก็สามารถขับรถจากกรุงเทพฯ แล้วใช้ทางพิเศษมอเตอร์เวย์ (หมายเลข 7) ไปทางภาคตะวันออก จากนั้นจะเลี้ยวซ้ายเข้าจ.ฉะเชิงเทรา (หมายเลข 314) ผ่านอ.พนมสารคาม (หมายเลข 304) แล้วเลี้ยวขวาเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่จ.สระแก้ว (หมายเลข 359)

ขึ้นเหนือเข้าสู่หุบเขาป่าลึกลับที่ “อุทัยธานี”

image008 1 - 68717

Cr: https://www.iurban.in.th/


ขับรถยนต์จากกรุงเทพฯ บนถนนสายเอเชีย (หมายเลข 32) ผ่านตัวเมืองอุทัยธานี เพื่อไปเข้าวิ่งบนถนนหมายเลข 3438 มุ่งหน้าสู่อ.ลานสัก เพื่อพบกับธรรมชาติสุดตระการตาและลึกลับเย้ายวนใจ

ที่จ.อุทัยธานีนั้น จะขึ้นชื่อในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือ “หุบป่าตาด” ซึ่งหลายคนที่ได้ไปเยือนมาแล้วต่าง ๆ บอกกันว่าเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกสมัยที่ยังมีไดโนเสาร์อยู่ โดยมีการสันนิษฐานกันว่า ณ ที่แห่งนี้เคยเป็นถ้ำใหญ่มาก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิดการถล่มลงของเพดานถ้ำเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก เกิดเป็นบ่อในหุบเขาแห่งนี้

ไฮไลท์อีกอย่างของที่นี้คือการเดินลอดถ้ำอันมืดสนิทที่ต้องใช้ไฟฉายในการส่องนำทาง โดยในถ้ำแห่งนี้เป็นที่อยู่เหล่าค้างคาว จากนั้นเดินต่อเข้าไปจนสุดโพรงถ้ำ ที่ซึ่งภายในจะพบกับหินงอกหินย้อยตระการตา และที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่อันดับ 3 ของโลก สามารถพบได้ที่นี่ที่เดียวในประเทศไทย นั่นก็คือ “กิ้งกือมังกรสีชมพู”

“มอหินขาว” กล่าวขานสโตนเฮนจ์แห่งเมืองไทย

image015 1 - 68717

ดินแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือที่เราเรียกดินแดนแห่งนี้ว่า ภาคอีสาน ถือเป็นอีกดินแดนที่มีแหล่งท่องที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อย อย่างที่จ.ชัยภูมิ ที่ขึ้นชื่อทุ่งดอกกระเจียวแล้ว ยังมีสโตนเฮนจ์แห่งเมืองไทย หรือ “มอหินขาว” ที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ได้ไปสัมผัสกัน

เส้นทางสู่มอหินขาวนั้น สามารถขับรถจากกรุงเทพฯ เข้าสู่ถนนมิตรภาพ (หมายเลข 2) เมื่อเข้าสู่อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ให้เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปยังจ.ชัยภูมิ (หมายเลข 201) เมื่อถึงตัวเมืองก็ขับรถขึ้นไปทางเหนืออีก 20 กิโลเมตร (หมายเลข 2051) ก็จะถึงน้ำตกตาดโตน และขับต่อไปอีก 15 กิโลเมตร ก็จะถึงมอหินขาว โดยสามารถสังเกตป้ายบอกได้ตลอดเส้นทาง

สำหรับ มอหินขาวนั้นตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ต.ท่าหินโงม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เป็นกลุ่มหินทรายสีขาวขนาดมหึมา ตั้งเรียงรายจนมีลักษณะคล้ายกับ “สโตนเฮนจ์” ในประเทศอังกฤษเลยทีเดียว โดยไฮไลท์ที่มีความโดดเด่นที่สุดของมอหินขาวก็คือ “เสาหิน 5 ต้น” ที่ความสูงของแต่ละต้นอยู่ที่ 12 เมตร เสาที่ใหญ่ที่สุดนั้นต้องใช้คนถึง 22 คนถึงจะโอบได้รอบ

ยิ่งไปกว่า บรรยากาศในตอนกลางคืนของมอหินขาวนั้นก็เหมาะอย่างมากสำหรับนักดูดาวทั้งหลาย เพราะด้วยเป็นพื้นที่โล่งกว้างและไร้แสงไฟรบกวน ทำให้เหมาะแก่การดูดาวระยิบระยับเปล่งประกายในยามค่ำคืน


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น




Advertisement

Advertisement