มีงบ 200,000 ซื้อรถมือสองแบบไหนดีนะ?

Home / Cars / มีงบ 200,000 ซื้อรถมือสองแบบไหนดีนะ?
รถยนต์ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับคนไทยในช่วง 10-20 ปีมานี้ การมีรถยนต์ทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูดีมีมาดมากขึ้น หรือเวลาใครทำงานเก็บหอมรอมริดเงินเดือนไว้ได้ก็มักจะเอาไปลงทุนกับรถยนต์คันแรกของตน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วปัจจุบันเรามีการคมนาคมสาธารณะมากกมายแต่ยอดการซื้อขายรถยนต์ก็ยังคงตัวสม่ำเสมอเพราะการมีรถยนต์ซักคันหนึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตให้แก่เราอย่างมากหรือไม่ก็เพราะการขนส่งสาธารณะมีความแออัดมากเกินไปไม่เหมาะกับเราทำให้บางคนยอมอยู่บนรถตอนรถติดยังดีเสียกว่าไปเบียดเบียนกับคนอื่น ยิ่งในยุคที่มีโนคระบาดแบบนี้แล้วด้วยยิ่งไม่ควรเป็นที่สุด แต่หากจะให้ออกรถยนต์ซักหนึ่งคันในช่วงนี้ก็คงจะเป็นอะไรที่พูดยากกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียวเพราะการจะซื้อรถยนต์ซักคันหนึ่งเราต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเลยทีเดียว แถมเศรษฐกิจบ้านเมืองช่วงนี้ก็มีความขัดสนเป็นไปได้ยากที่จะเก็บออมเงินเพื่อไปซื้อรถวักคนมาเป็นเจ้าของ แล้วถ้าเป็นรถยนต์มือสองล่ะ?…

รถยนต์ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญสำหรับคนไทยในช่วง 10-20 ปีมานี้ การมีรถยนต์ทำให้ภาพลักษณ์ของเราดูดีมีมาดมากขึ้น หรือเวลาใครทำงานเก็บหอมรอมริดเงินเดือนไว้ได้ก็มักจะเอาไปลงทุนกับรถยนต์คันแรกของตน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วปัจจุบันเรามีการคมนาคมสาธารณะมากกมายแต่ยอดการซื้อขายรถยนต์ก็ยังคงตัวสม่ำเสมอเพราะการมีรถยนต์ซักคันหนึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตให้แก่เราอย่างมากหรือไม่ก็เพราะการขนส่งสาธารณะมีความแออัดมากเกินไปไม่เหมาะกับเราทำให้บางคนยอมอยู่บนรถตอนรถติดยังดีเสียกว่าไปเบียดเบียนกับคนอื่น ยิ่งในยุคที่มีโนคระบาดแบบนี้แล้วด้วยยิ่งไม่ควรเป็นที่สุด แต่หากจะให้ออกรถยนต์ซักหนึ่งคันในช่วงนี้ก็คงจะเป็นอะไรที่พูดยากกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันเลยทีเดียวเพราะการจะซื้อรถยนต์ซักคันหนึ่งเราต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเลยทีเดียว แถมเศรษฐกิจบ้านเมืองช่วงนี้ก็มีความขัดสนเป็นไปได้ยากที่จะเก็บออมเงินเพื่อไปซื้อรถวักคนมาเป็นเจ้าของ แล้วถ้าเป็นรถยนต์มือสองล่ะ? ถ้าไม่ได้มีความกังวลเรื่องการผ่านการใช้งานมาแล้ว รถยนต์มือสองก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยด้วยราคาที่ถูกลงอย่างมากแถมบางทีสภาพการใช้งานก็ยังดีเกินราคาอีกด้วย ดังนั้นบทความของเราในวันนี้จึงจะมาพูดถึงว่ามีงบสองแสนบาท ซื้อรถยนต์มือสองแบบไหนได้บ้าง

1. Nissan March  Nissan March สีดำด้านหน้า

นิสสัน มาร์ช เป็นอีโคร์คาร์แบบ Hatchback  ที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ชีวิตในเมืองหลวงที่มีความแออัดวุ่นวาย ภายใต้คอนเซ็ปที่ว่า ให้ชีวิตง่ายขึ้นอีก มีดีไซน์ที่น่ารักเอาใจวัยรุ่นด้วยกระจังหน้าที่มาในรูปทรงวีเชปสร้างเส้นนำสายตาในอีกรูปแบบหนึ่งให้อารมณ์น่ารักปนสปอร์ต สะท้อนความหลากหลายในสไตล์ของผู้ขับขี่ ภายในมีขนาดที่พอดีกับตัวรถมีหลังคาโปร่งที่สูงขึ้นจากศรีษะพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและระบบความปลอดภัยชั้นดี โดยตัวเครื่องยนต์จะเป็นขนาด 1.2 ลิตร มีกำลังแรงม้าอยู่ที่ 79 แรงม้า และแรงบิดอยู่ที่ 106 นิวตันเมตร มาในราคามือสองประมาณ 160,000-200,000 บาท ด้วยความที่เป็นรถยนต์ราคาถูกเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงทำให้ราคามือสองเบาอย่างที่เห็นและยังมีข้อดีตรงที่สามารถหาอะไหล่ซ่อมได้ง่ายและมีตัวเลือกอะไหล่เยอะนอกจากนี้ค่าซ่อมรถก็ไม่ได้แพงจนกระเป๋าสตางค์ของเราตกใจอีกด้วย


2. Nissan Almera

Nissan Almera สีแดง

เป็นคันที่สองแล้วกับค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง Nissan กับรุ่น Nissan Almera Eco car สุดฮิตของทางค่ายนิสสัน เรียกได้ว่ารุ่นนี้ของนิสสันเป็น  Eco car ที่ถือว่ามีความหรูหราอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบมาให้มีความทันสมัยรับเข้ากับยุคแต่ก็ผสานเข้าไว้ด้วยความปราดเปรียวของทรงรถยนต์ มีกระจังหน้าเป็น V-motion สร้างเส้นนำสายตาให้กับตัวรถ ภายในห้องโดยสารมีขนาดกว้างขวางกำลังพอดี เบาะนั่งมีการใช้สีทูโทนเพิ่มลูกเล่นเล็กน้อยให้ดูเรียบหรูสบายตา บนพวงมาลัยจะมีปุ่มไว้สำหรับควบคุมระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆเพื่อสร้างความลื่นไหลและความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ ระบบความบันเทิงภายในรถจะรองรับทั้ง Apple car play และ Android ตัวเครื่องยนต์มาในขนาด 1 ลิตรพอดิบพอดี สร้างกำลังแรงม้าได้อยู่ที่ 100 แรงม้า และมีกำลังแรงบิดที่ 152 นิวตันเมตร โดยมาในราคามือสองประมาณ 160,000-200,000 บาท เฉกเช่นเดียวกับตัว March เพราะเป็นรุ่นใกล้เคียงกันถึงทำให้ราคามีความไล่เลี่ยกันนั่นเอง


3. Mazda 2

Mazda 2 วิ่งอยู่บนถนนเปียกน้ำ

Mazda เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ผลิตรถยนต์คุณภาพดีราคาสบายกระเป๋าออกมา โดยรถยนต์ของทางมาซด้าตัวนี้มีเอกลักษณ์ดีไซน์เฉพาะตัวของทางมาซด้า เพราะการออกแบบจะเป็นการออกแบบและพัฒนาจากแนวคิดแบบ KODO : Soul of Motion ด้วยเส้นสายที่เรียบง่าย แต่แฝงด้วยความโฉบเฉี่ยว ทรงพลังราวกับมีชีวิต โดดเด่นปราดเปรียวในสไตล์พรีเมี่ยมอย่างพิถีพิถันภายใต้ คอนเซ็ปต์ “Less is More” ตัวเครื่องยนต์ก็เป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังแรงม้าถึง 93 แรงม้า และมีแรงบิดอยู่ที่ 123 นิวตันเมตร ทำงานควบคู่ไปกับระบบประหยัดพลังงาน i-ELOOP และ i-STOP และยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่ที่อัจฉริยะอีกด้วย โดยราคามือสองจะอยู่ที่ประมาณ 180,000-199,000 บาท


4. Toyota Corolla Altis

Toyota Corolla Altis

Toyota ถือเป็นยี่ห้อรถยนต์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน เป็นรถยนต์ที่เราเห็นได้ตามท้องถนนบ่อยที่สุดแล้ว โดยเฉพาะเจ้ารุ่นยอดฮิตอย่าง Corolla Altis ที่เรียกได้ว่าฮิตมาก ๆ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วโดยจะรู้จักกันในชื่อทรงหน้าหมู ถึงแม้จะผ่านมาเป็นสิบปีแต่ทุกวันนี้เราก็ยังคงเห็นรถยนต์รุ่นนี้วิ่งโลดแล่นไปมาบนถนน เพราะเป็นรุ่นที่มีเสน่ห์บวกความคลาสสิคและความเป็นตำนานอยู่ในตัวแถมยังราคาถูกและมีความปลอดภัยกับความสบายครบครัน มีพละกำลังอยู่ 110 แรงม้า และมีกำลังแรงบิดอยู่ที่ 150 นิวตันเมตร Toyota Corolla Altis ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะเป็นรุ่นที่มีอะไหล่รองรับเยอะ ไม่ต้องกลัวเมื่อต้องเปลี่ยนหรือซ่อม โดยราคามือสองจะอยู่ในช่วงราคา 100,000-199,000 บาท


5. Nissan Frontier Navara

Nissan Frontier Navara

เอาใจคนที่อยากได้รถยนต์กระบะกันบ้างเพราะบางทีการซื้อรถยนต์ก็ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพราะอยากจะเอามาใช้ขับขี่เท่านั้นแต่บางครั้งเป้าหมายของการซื้อรถยนต์ก็คือการเอาไปต่อยอดทำธุรกิจด้วย ดังนั้นรถกระบะมือสองราคาไม่เกินสองแสนที่อยากจะแนะนำก็ตกเป็นของค่าย Nissan ไปอีกรุ่น Nissan Frontier Navara รถกระบะหกเกียร์ที่มีความสมบุกสมบันพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ถึกและทนเหมาะเป็นอย่างมากกับสายลุย เพราะรถยนต์คันนี้จะเป็นรถยต์ที่ไปไหนไปกันกับคุณได้อย่างแน่นอน ตัวเครื่องยนต์จะเป็นแบบดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบ DOHC16 วาล์ว 2,488 ซีซี จุน้ำมัน 80 ลิตร กำลังสูงสุด 144 แรงม้า และกำลังแรงบิดอยู่ที่ 356 นิวตันเมตร ราคามือสองอยู่ที่ 130,000-180,000 บาท


6.Honda CR-V

Honda CR-V

ถ้าหากพูดถึงรถยนต์ที่มีราคาถูกทุกคนสามารถจับต้องได้แล้วนั้นจะไม่มีรถยนต์ของค่าย Honda อยู่เลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยความเป็นรถยนต์สัญชาติเอเชีย อย่างญี่ปุ่นทำให้ราคาไม่สูงมากและอะไหล่หาได้ค่อนข้างง่ายมีตัวเลือกอะไหล่ที่หลากหลาย โดยรุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่ 2 ที่ได้รับการ Minor change มาจากรุ่นแรกสุดนั่นเอง แถมรุ่นนี้ยังถือได้ว่าเป็นรถยนต์ในรูปแบบครอสโอเวอร์ที่มีความอเนกประสงค์สูงมาก สามารถใช้ได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการเลยเพราะถึงแม้จะดูหนักเทอะทะเพราะมีส่วนต่อขยายที่ด้านหลังแต่ก็คล่องตัวอย่างเหลือเชื่อ เครื่องยนต์มาในเครื่องยนต์รหัส K20A4 ขนาด 2 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว มีพละกำลังแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 150 แรงม้า อยู่ที่ 6000 รอบต่อนาที เกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ 4 สปีด ราคามือสองอยู่ที่ 180,000-200,000 กว่าบาท


7.Honda City

Honda City

City ถือเป็นรถยนต์จาก Honda อีกรุ่นที่เป็นที่นิยมอย่างมาก เป็นที่นิยมแพร่หลายพอ ๆ กับ Toyota corolla Altis เลยก็ว่าได้เพราะจะสามารถมองเห็น  Honda city โลดแล่นอยู่บนถนนได้ในทุกวันเลยทีเดียวเนื่องจากว่าเป็นรถยนต์ที่ครบครันมีราคาถูกแถมยังไว้วางใจได้เพราะเป็นมาตราฐานจากฮอนด้านั่นเอง โดยตัว city จะมีรูปทรงลักกษะแบบรถยนต์ทั่วไปที่ให้พื้นที่โดยสารแบบสบาย ๆ ไม่อึดอัด และด้วยความที่อยู่ในสนามมานานมีความเก๋าเกมจึงทำให้ค่าอะไหล่และค่าซ่อมบำรุงนั้นไม่แพงอะไหล่มีราคาถูกหาง่ายมีหลายรูปแบบให้เลือกสรร ซึ่งสมรรถภาพของรถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้ขับขี่ในเมืองเป็นหลักไม่เน้นขับเร็วหรือขับทางชันเพราะการยึดเกาะกกับถนนไม่ได้มีประสิทธิภาพสูงขนาดนั้น ตัวเครื่องยนต์เป็นแบบเครื่องยนต์ VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว 110 แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ราคามือสองประมาณ 100,000-199,000 บาท

รุ่นรถยนต์ราคา
1. Nissan March160,000-200,000 บาท
2. Nissan Almera160,000-200,000 บาท
3. Mazda 2180,000 – 199,000 บาท
4. Toyota Corolla Altis100,000-199,000 บาท
5. Nissan frontier Navara130,000-180,000 บาท
6. Honda CR-V180,000-200,000 กว่าบาท
7. Honda City100,000-199,000 บาท

ตารางแสดงราคารถยนต์ไม่เกิน 200,000 บาท

เครดิตภาพ Carwale, Car and Driver, Siam Nissan, Favcars, Mazda และ Nissan