แนะนำ Porsche Taycan ไฟฟ้าสุดหรูแห่งอนาคต

Home / Cars / แนะนำ Porsche Taycan ไฟฟ้าสุดหรูแห่งอนาคต
ต้องบอกว่าปัญหามลพิษของประเทศไทยบ้านเราในปัจจุบันนั้นถือว่าค่อนข้างวิกฤติพอสมควร ต่อให้บางทีรู้สึกว่าดีขึ้น ก็จะเป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ถ้าจะเห็นได้ชัดๆ เลยก็คือฝุ่น PM 2.5 ที่บางทีเยอะจนนึกว่าหมอกลง หากสูดดมหายใจเข้าไปเยอะๆ…

ต้องบอกว่าปัญหามลพิษของประเทศไทยบ้านเราในปัจจุบันนั้นถือว่าค่อนข้างวิกฤติพอสมควร ต่อให้บางทีรู้สึกว่าดีขึ้น ก็จะเป็นแค่เพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ถ้าจะเห็นได้ชัดๆ เลยก็คือฝุ่น PM 2.5 ที่บางทีเยอะจนนึกว่าหมอกลง หากสูดดมหายใจเข้าไปเยอะๆ ก็จะทำให้มีผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ รู้สึกแสบไปหมดทั้ง ตา จมูก และ คอ โดยสาเหตุหลักหนึ่งอย่างก็คือ การเผาไหม้จากท่อไอเสียของรถยนต์ ที่ในปัจจุบันคนหันมาใช้รถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น เนื่องจากสะดวกกว่าระบบขนส่งสาธารณะ แต่ตอนนี้ตลาดรถยนต์ทั่วโลกรวมไปถึงบ้านเราก็เริ่มหันมาผลิต โปรโมท และขายรถพลังงานไฟฟ้าแบบ 100% กันแล้ว เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศ เช่นเดียวกันกับแบรนด์รถหรูจากเมืองสตุตการ์ท ประเทศเยอรมนี อย่าง Porsche ที่ได้เปิดตัวรุ่น The New Taycan รถสปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดออกมา ซึ่งในประเทศไทยนำเข้ามาจำหน่าย 2 รุ่นย่อยคือ Taycan Turbo และ Taycan Turbo S โดยเราจะพาไปดูกันว่ามีอะไรที่โดดเด่นและน่าสนใจกันบ้าง

รถสปอร์ต GT พลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์

1 3 - 1544072 4 - 154407 3 3 - 154407 4 3 - 154407 5 3 - 154407

Cr: www.porsche.com 

สำหรับเจ้า Porsche The New Taycan นั้นได้กลายเป็นรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของทางแบรนด์หรูจากเยอรมนี ถ้ามองจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วเราอาจจะเห็นว่ามันคลับคล้ายคลับคลากับรุ่นซีดาน 4 ประตูอย่าง Panamera แต่จะมีขนาดสั้นกว่าเล็กน้อย และได้รับการออกแบบที่มองดูแล้วมีความสปอร์ตผสมผสานความไฮเทคให้เข้ากับสไตล์ของรถพลังงานไฟฟ้ามากกว่า มาพร้อมกับไฟหน้าแบบ Four-point LED รูปทรงคล้ายตัวแอลกลับหัว และปิดท้ายด้วยความโดดเด่นของไฟท้ายที่ลากยาวเป็นเส้นตรงดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี


งานออกแบบภายในอันเรียบหรูตามแบบฉบับของ Porsche

7 5 - 154407 8 4 - 154407 9 4 - 154407 10 5 - 154407

Cr: www.porsche.com 

ส่วนด้านในของ The New Taycan นั้นได้ถูกออกแบบมาได้อย่างเรียบหรูตามสไตล์ของตัวแบรนด์เอง เริ่มจากเบาะหน้าที่ใช้เป็นลักษณะคล้ายๆ กับ Bucket Seat โอบรับกับทุกสรีระของผู้ขับขี่ ในขณะที่เบาะหลังเป็นแบบ 2 ที่นั่งทรงสปอร์ตทั้งซ้ายและขวา มีไฟส่องสว่างภายในเพื่อเพิ่มบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้ไม่น่าเบื่อ และที่โดดเด่นสำหรับด้านในเลยก็คือเหมือนหลุดไปอยู่ในโลกของดิจิทัล เริ่มตั้งแต่จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบโค้งขนาดใหญ่ 16.8 นิ้ว ต่อด้วยจอตรงกลางขนาดใหญ่ 10.9 นิ้ว ที่แสดงทั้งข้อมูลของรถกับระบบความบันเทิง และจอควบคุมระบบต่างๆ ของรถบริเวณคอนโซลกลางขนาด 8.4 นิ้ว

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง

11 5 - 154407

Cr: www.porsche.com 

สำหรับเครื่องยนต์นั้นถูกขับเคลื่อนพลังงานออกมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม 2 ชุด โดยแต่ละชุดจะทำการส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าและหลัง ซึ่งมีระบบส่งกำลังที่คิดค้นด้วยตัวเองแบบ Two-speed Transmission เริ่มจากรุ่น Turbo ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 680 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร เมื่อฟังก์ชั่น Overboost กับ Launch Control ทำงาน ทำความเร็วได้สูงสุด 260 กม./ชม. และทำอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.2 วินาที ขับได้ไกลสุดถึง 450 กม. เมื่อแบตเต็ม ส่วนรุ่นท็อปอย่าง Turbo S ให้พละกำลังสูงสุด 761 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,050 นิวตันเมตร เมื่อฟังก์ชั่น Overboost กับ Launch Control ทำงานเช่นกัน ให้ความเร็วสูงสุดได้เท่ากับรุ่นรอง แต่ทำอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้ดีกว่าที่ 2.8 วินาที และวิ่งได้ไกลสุด 412 กม. เมื่อชาร์จแบตเต็ม

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การผลิต

12 4 - 154407

Cr: www.porsche.com 

นอกจากนี้สำหรับรุ่น Turbo และ Turbo S ยังเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่เลือกจะไม่ใช้การตกแต่งภายในด้วยวัสดุเครื่องหนังเลยแม้แต่ชิ้นเดียว โดยเลือกใช้วัสดุประเภทรีไซเคิลเป็นชิ้นส่วนประกอบ เรียกได้ว่าใส่ใจแบบสุดๆ ในทุกรายละเอียดเ และสายการผลิตของเจ้า Porsche Taycan ยังถูกประกอบในโรงงานที่เน้นการลดมลพิษ ปราศจากคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นอีกด้วย บอกได้เลยว่าปลอดภัยตั้งแต่การผลิตในโรงงาน ไปจนถึงมือลูกค้าผู้ซื้อไปขับขี่กันเลยทีเดียว

เป็นยังไงกันบ้างครับกับเรื่องราวของเจ้า Porsche The New Taycan รถสปอร์ตซีดาน 4 ประตู ทรง GT พลังงานไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบครั้งแรกของแบรนด์ดังสุดหรูจากประเทศเยอรมนี ต้องบอกว่าทำได้ดีมากตั้งแต่การออกแบบทั้งดีไซน์ภายนอก ดีไซน์ภายใน การใช้เครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ไม่ได้ลดทอนประสิทธิภาพของสมรรถนะเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังช่วยในการลดมลพิษทางอากาศที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลกได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าใส่ใจสิ่งแวดล้อมแบบพิถีพิถันตั้งแต่การผลิตเลยด้วยซ้ำ สำหรับใครที่สนใจในไทยก็มีรุ่น Turbo ค่าตัว 9,900,000 บาท และ รุ่น Turbo S ค่าตัว 11,700,000 บาท วางจำหน่าย ถ้างบถึงก็ไปจัดกันได้เลยครับ


เข้าชม ตลาดรถ และโพสต์ขายรถของท่านได้ที่ ตลาดรถ รถมือสอง รถบ้าน 

เช็คราคาซื้อ รถใหม่ รถมือสองได้ที่นี่ เช็คราคารถใหม่ รถมือสอง ฟรี!

เช็คราคาคงเหลือของรถของคุณได้ที่นี่ เช็คราคารถของคุณ ฟรี!

เข้าอ่านบทความรีวิวรถต่างๆ ได้ที่  รีวิวรถยนต์ 

เข้าอ่านบทความไลฟ์สไตล์ และ เกร็ดความรู้ ต่างๆ ได้ที่นี่ ไลฟ์สไตล์ /เรียนรู้เรื่องรถ

เข้าชมบทความอัพเดท ข่าวสารในวงการรถยนต์ ได้ที่นี่

สนใจเรื่องการประมูลรถ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  มอตโต้ อ๊อคชั่น  


Advertisement

Advertisement

ป้ายกำกับ: