10 อันดับรถที่หายากที่สุดในโลก

Home / Cars / 10 อันดับรถที่หายากที่สุดในโลก
Cr. Ferrari  จำกันได้หรือเปล่าครับว่าคราวที่แล้วเราได้พาทุกคนไปดูเรื่องราวของรถที่เหนือกว่าตระกูลซุปเปอร์คาร์อย่างเจ้า  ไฮเปอร์คาร์ ที่มีสมรรถนะและการดีไซน์ล้ำกว่าพอสมควร แถมราคาก็ยังแพงกว่าเยอะมากๆ ซึ่งเรื่องที่แล้วเป็น 10 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลก แต่ในวันนี้เราจะมาพาทุกท่านไปพบกับ…

Cr. Ferrari 

จำกันได้หรือเปล่าครับว่าคราวที่แล้วเราได้พาทุกคนไปดูเรื่องราวของรถที่เหนือกว่าตระกูลซุปเปอร์คาร์อย่างเจ้า  ไฮเปอร์คาร์ ที่มีสมรรถนะและการดีไซน์ล้ำกว่าพอสมควร แถมราคาก็ยังแพงกว่าเยอะมากๆ ซึ่งเรื่องที่แล้วเป็น 10 อันดับรถที่แพงที่สุดในโลก แต่ในวันนี้เราจะมาพาทุกท่านไปพบกับ 10 อันดับรถที่หายากที่สุดในโลก เชื่อว่าหลายคนก็คงจะอยากรู้กันแล้ว ลองตามมาดูเลยครับว่าจะมียี่ห้ออะไร รุ่นไหนบ้าง และจะน่าสนใจขนาดไหน

10. Oldsmobile F-88 (ราคาโดยประมาณ 102,300,000 บาท)

Oldsmobile F-88 รถคลาสสิก

Cr. wheels.ca 

เริ่มกันที่อันดับ 10 กับ Oldsmobile F-88 เป็นโครงการของ Harley Earl นักออกแบบรถยนต์ชื่อดังชาวอเมริกันที่มีผลงานกับค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง General Motors มากมาย โดยเจ้า Oldsmobile เป็นโปรเจ็กต์ที่ถือกำเนิดในปี 1950 ซึ่งมีการผลิตรถคลาสสิกสไตล์ อเมริกันมัสเซิล เพียงแค่สี่คันและยังคงมีอยู่เพียงคันเดียว โดยเครื่องยนต์ของเจ้าคอนเซ็ปต์คาร์ Oldsmobile F-88 คันนี้คือเครื่องขนาด 3 ลิตร กับ 4 ลิตร บล็อคใหญ่ V8 ความแรงระดับ 250 แรงม้า ถือว่าเป็นการผลิตรถยนต์ที่มหัศจรรย์มากๆ ในช่วงยุค 50

9. Ford GT40 (ราคาโดยประมาณ 217,000,000 บาท)

Ford GT40

Cr. Mecum 

ต่อกันที่อันดับที่ 9 กับแบรนด์ดังยักษ์ใหญ่แห่งแดนลุงแซม ประเทศสหรัฐอเมริกากับเจ้า Ford GT40 รถแข่งสมรรถนะสูงรุ่นดั้งเดิมที่กลายเป็นต้นแบบของรถซุปเปอร์คาร์ยอดฮิตของแบรนด์ในทุกวันนี้อย่าง Ford GT โดย GT40 มีพื้นฐานมาจาก Lola Mk6 ของอังกฤษ และใช้เครื่องยนต์ที่ผลิตในอเมริกาสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยเจ้า GT40 เองก็คว้าชัยได้ถึง 4 ครั้งรวดจากการแข่งรถรายการสุดโหด 24 Hours of Le Mans ตั้งแต่ปีค.ศ. 1966 – 1969 และจบอันดับที่ 1, 2, 3 ในปี 1966 ซึ่งในครั้งนั้นเองก็เป็นครั้งแรกด้วยที่แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์จากอเมริกันคว้าชัยได้ในการแข่งขัน Le Mans

8. Mercedes-Maybach Exelero (ราคาโดยประมาณ 248,000,000 บาท)

Mercedes-Maybach Exelero

Cr. Media.daimler

ต่อกันที่อันดับที่ 8 กับเจ้า Mercedes-Maybach Exelero แบรนด์หรูจากเยอรมนี ซึ่งเป็นการผลิตที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากทาง Fulda ที่เป็นบริษัทในเครือของ Goodyear ผู้ผลิตยางรถยนต์ชื่อดัง เพื่อทดสอบยางรุ่นใหม่ โดยเจ้าคันนี้เปิดตัวในปี 2004 มีพื้นฐานมาจาก Maybach ด้วยเครื่องยนต์ V12 มาพร้อมเทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุด 690 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,020 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 350 กม./ชม. และด้วยภาวะเงินในปัจจุบันการจะเป็นเจ้าของ Exelero คันนี้อาจจะต้องใช้เงินมากถึง 300,000,000 บาท 

7. McLaren F1 LM (ราคาโดยประมาณ 426,250,000 บาท)

MC Laren F1 LM Gray

Cr. Topgear

สำหรับอันดับที่ 7 ตกเป็นของ McLaren F1 LM ค่ายรถยนต์สุดหรูจากแดนผู้ดีแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งเจ้ารถรุ่นนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง McLaren F1 GTR ทั้ง 5 คันที่เข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์สุดโหดอย่าง House of Le Mans เมื่อปีค.ศ. 1995 และจบในอันดับที่ 1, 3, 4, 5 และ 13 โดยตัว LM มีพื้นฐานมาจาก F1 GTR ใช้แชสซีเดียวกับรุ่น F1 และรุ่นนี้ถูกผลิตออกมาทั้งหมด 6 คัน โดยขายไป 5 คัน ซึ่งคันสุดท้ายทางแบรนด์ได้เก็บรักษาเอาไว้ใช้ในการพัฒนาแชสซีรุ่น F1 และเจ้ารุ่น F1 LM ทุกคันนี้จะมาในสี Papaya Orange เพื่อเป็นเกียรติแก่ Bruce McLaren ที่ใช้สีนี้ในการแข่งขันนั่นเอง

6. Porsche 917 (ราคาโดยประมาณ 434,000,000 บาท)

Porsche 917

Cr. Wallpaperaccess

สำหรับอันดับที่ 6 เป็นรุ่นแรกของค่ายรถสุดหรูจากประเทศเยอรมนีกับเจ้า Porsche 917 ที่เป็นรถแข่งที่มีชื่อเสียงที่สุดตลอดกาลของแบรนด์ โดยสร้างชื่อจากการแข่งขันรถสุดโหดอย่าง Le Mans 24 Hours และได้ปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง Le Mans ขับขี่โดย Steve McQueen อดีตนักแสดงชื่อดังชาวอเมริกัน ซึ่งเครื่องยนต์ใช้เป็น Type 912 flat-12 ขนาด 4.9 ลิตร ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 240 ไมล์/ชม. ทำอัตราเร่ง 0-62 ไมล์/ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.3 วินาทีเท่านั้น 

5. Aston Martin DB4 GT Zagato (ราคาโดยประมาณ 443,300,000 บาท)

Aston Martin DB4 GT Zagato

Cr. Motor1

มาถึงครึ่งทางกันแล้วครับ โดยในอันดับที่ 5 ตกเป็นของ Aston Martin DB4 GT Zagato แบรนด์หรูจากสหราชอาณาจักร โดยเจ้า DB4 GT คันนี้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงในโรงงานของ Zagato ค่ายดีไซน์รถยนต์ของอิตาลี จึงทำให้มีชื่อ Zagato ต่อท้าย ซึ่งถึงแม้ว่าทางแบรนด์เองจะได้รับการอนุมัติจากโรงงานให้ผลิตขึ้นแบบต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันเจ้า Aston Martin DB4 GT Zagato มีน้อยกว่า 20 คันในโลก และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่มีค่าและน่าสะสมที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์

4. Aston Martin DBR1 (ราคาโดยประมาณ 697,500,000 บาท)

Aston Martin DBR1

Cr. Slashgear

สำหรับอันดับที่ 4 ยังอยู่กับแบรนด์ Aston Martin เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนมาเป็นรุ่น DBR1 อีกหนึ่งรุ่นที่ต้องบอกว่าหายากที่สุดของแบรนด์ ถือเป็นรถยนต์ที่มีความสำคัญที่สุดตั้งแต่ Aston Martin เริ่มผลิตรถมา เจ้า DBR1 คันนี้เคยคว้าชัยในการแข่งขันรายการ Le Mans 24 Hours และ World Sportscar Championship เมื่อปีค.ศ. 1956 โดยยังเคยอยู่ในภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์ด้วย และด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตรนี้เองที่ทำให้ DBR1 คว้ารางวัล World Sportscar Championship ได้ถึง 6 รายการ


3. Ferrari 250 GT California SWB Spider (ราคาโดยประมาณ 558,000,000 บาท)

Ferrari 250 GT California SWB Spider

Cr. Pinterest 

มาถึงตรงนี้ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า 3 อันดับรถยนต์ที่หายากที่สุดในโลกจะเป็นของค่ายหรูจากอิตาลีอย่างม้าลำพอง Ferrari ทั้งสิ้น เริ่มจากอันดับ 3 กับ Ferrari 250 GT California SWB Spider โดยแรกเริ่มเดิมทีทางแบรนด์เองได้แยกตัวมาแจก Alfa Romeo เมื่อปีค.ศ. 1939 โดย Enzo Ferrari และตอนนั้นเองทางแบรนด์ก็ไม่ได้สนใจที่จะผลิตรถในระดับการใช้งานบนท้องถนนทั่วไป ซึ่ง Enzo Ferrari เอง ได้ผลิตเจ้า Ferrari 250 GT California SWB Spider ให้เป็นรถแข่ง และรถสปอร์ตสุดหรูคันนี้ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก


2. Ferrari 250 Testa Rossa (ราคาโดยประมาณ 1,233,800,000 บาท)

Ferrari Classic 250 Testa Rossa

Cr. Ferrari

อันดับที่สองตกเป็นของ Ferrari 250 Testa Rossa โดยรถแข่งจากค่ายม้าลำพองรุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นในช่วงปีค.ศ. 1950 และ ค.ศ. 1960 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อให้นักแข่งมีเครื่องยนต์ที่แสนทรงพลังกว่า 500 TRC ใช้งานในการแข่งขัน ซึ่งเจ้า Ferrari 250 Testa Rossa คันนี้ก็ได้กลายรถต้นแบบที่หายากอันดับสองของบริษัทรถยนต์ Ferrari และได้รับการตีมูลค่าเอาไว้แพงมากๆ ทะลุหลักพันล้านบาทไปแล้วเรียบร้อย

1. Ferrari 250 GTO (ราคาโดยประมาณ 2,170,000,000 บาท)

Ferrari 250 GTO

Cr. Ferrari 

และก็มาถึงอันดับที่ 1 ของรถยนต์ที่หายากที่สุดในโลก โดยตกเป็นของเจ้า Ferrari 250 GTO หรือในชื่อเต็มก็คือ Ferrari 250 Grand Turismo Omologato ซึ่งเจ้ารถที่หายากดั่งเพชรคันนี้ถูกออกแบบและดูแลโดยเจ้าของแบรนด์เองอย่างคุณ Enzo Ferrari และเมื่อเดือนมิถุนายนปีค.ศ. 2008 Ferrari 250 GTO ปี 1964 คันนี้ก็ได้กลายเป็นรถที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วย โดยมีราคาขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,170,000,000 บาทเท่านั้นเองครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ 10 อันดับรถยนต์หายากที่สุดในโลกที่เราเอามานำเสนอกันในวันนี้ ต้องบอกเลยเป็นความลิมิเต็ดในระดับที่เรียกว่าแรร์ไอเท็มของวงการยานยนต์เลย แถมราคาแต่ละคันก็พุ่งทะลุโลกมาก สตาร์ทที่อันดับ 10 ก็เริ่มต้นที่ 100 ล้านแล้ว และพอมาดูอันดับ 1 ที่ราคาปาไปกว่า 2 พันล้านบาท เห็นแล้วลมแทบจับ นับว่าโหดมากกับราคารถยนต์สักคันหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับระดับความหายากแล้วก็คงต้องยอมแหละครับ ต้องรอดูกันต่อไปว่าในอนาคตจะมีคันไหนเข้าโผมาติดอันดับอีกบ้าง

ขอบคุณข้อมูลจาก: www.carlogos.org